วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกตำรารบ

โดย หมัดเหล็ก

หลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยรับเรื่องร้องเรียนของ กลุ่ม 40 ส.ว. กรณีข้อกล่าวหาโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. โดยไม่เป็นธรรม ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องไปแล้ว นับจากวันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นไปจนครบ 15 วัน ซึ่งก็จะตรงกับวันที่ 17 เม.ย. หลังสงกรานต์พอดี นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

โดยผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้ความเป็น นายกฯของยิ่งลักษณ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) ประกอบกับรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ทั้งนี้ ถ้าหาก ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีข้อมูลเพียงพอแล้วก็จะกำหนดการอภิปรายและวินิจฉัยต่อไป แต่ถ้ายังมีข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการวิธีพิจารณา จะให้ส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมหรือออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนเลย

คำนวณตามกรอบเวลาแล้ว หลังสงกรานต์ หรือภายในเดือนเมษายน ขั้นตอนการพิจารณาประเด็นนี้คงยังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนายกฯยิ่งลักษณ์ เองก็คงขยายเวลาชี้แจงไปเรื่อยๆจนถึงที่สุด เช่นเดียวกับกรณีข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่ขอขยายเวลา สืบพยานเพิ่มเติมอีก 3 ปาก

ที่ว่าเดือนเมษาจะเดือด ก็คงจะเลื่อนเวลาเดือดไปอีกระยะ แต่ไม่เกินเดือน พ.ค. เห็นหน้าเห็นหลังแน่นอน ผลของกรอบระยะเวลาของ ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. กลายเป็นตัวกำหนด เวลาการชุมนุมใหญ่ของ กปปส.และ ป.ป.ช.ไปฉิบ

ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. เป็นตัวกำหนดชนวนการเมือง ว่าจะเกิดระเบิดร้ายแรง หรือเป็นระเบิดด้าน จะเรียกว่า ตุลาการภิวัฒน์ หรือ องค์กรอิสระชี้เป็นชี้ตายอนาคตประเทศก็ไม่ผิด

ฝ่ายเสื้อแดงสลายการชุมนุมไปแล้ว กลับไปนอนรอที่บ้าน รอเรียกระดมพลลั่นกลองรบ แต่ฝ่าย กปปส.ต้องนอนกลางดินกินกลางถนนกันต่อไป เพราะถ้าขืนพักการชุมนุม มีหวังแกนนำ นอนไม่หลับ ถ้าไม่มีม็อบคอยคุ้มครอง ไม่มี ทหาร คอยรักษาความปลอดภัยให้ แกนนำ กปปส.ก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นหมากเกมทางการเมืองที่ต้องจับตามากที่สุดก็คือ การยั่วยุก่อความรุนแรง ที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาที่เป็นสุญญากาศการต่อสู้ชิงอำนาจ กิจกรรมของผู้ชุมนุมจะต้องรุนแรงและกดดันมากขึ้นตามลำดับ ผสมไปกับเสียงระเบิดและปืน เล่นสงครามกองโจรไปพลางๆ

พฤติกรรมที่พยายามยั่วยุไปถึง กองทัพ อาทิ การ์ดผู้ชุมนุมยิงทหารที่ตระเวนรักษาความสงบจนได้รับบาดเจ็บ อาทิ จะตั้งรัฐบาล รัฏฐาธิปัตย์ ตั้งตัวเป็นผู้มีอำนาจในบ้านเมือง

ชี้เป้าไปที่กองทัพโดยตรง

อาการพลิกตำรารบของสงครามที่ใกล้ถึงจุดอับน่าจะเป็นสัญญาณว่า ฝ่ายรัฐบาลกำลังพลิกกลับมาได้เปรียบ ใช้กลยุทธ์ สงบสยบความเคลื่อนไหว ฝ่าย กปปส.ยิ่งดิ้นก็ยิ่งจะมัดคอตัวเองให้แน่นขึ้น เลยพาองค์กรอิสระเหี่ยวไปด้วย.

 

หมัดเหล็ก

8 เม.ย. 2557 09:17 ไทยรัฐ