วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.ชงดีเอสไอจับ‘เทือก’ กบฏรัฏฐาธิปัตย์

จี้ผบ.เหล่าทัพจัดการ จับตา‘ม็อบชนม็อบ’ กปปส.-นปช.ขนคน วันศาลรธน.ตัดสินปู

“เพื่อไทย” เอาแน่ 8 เม.ย. ยื่นหลักฐานดีเอสไอแจ้งข้อหามัด “เทพเทือก” ตั้งตนเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ส่อผิดกฎหมายอาญามาตรา 113 สมคบเตรียมกำลังก่อกบฏเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ กระทุ้ง ผบ.เหล่าทัพ โผล่ออกมาแสดงจุดยืนถึงการกระทำเป็นภัยต่อความมั่นคง ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย จวกยับ “สุเทพ” เสียสติ ทำอะไรก็ได้เหมือนม็อบมีเส้น ขณะที่คนเสื้อแดงเก็บกระเป๋ากลับบ้านแล้ว เตรียมฟังแกนนำนปช.ส่งสัญญาณร่วมชุมนุมใหญ่ตามคำท้าเลขาธิการกปปส. หลังเทศกาลสงกรานต์มั่นใจแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน “มาร์ค” แขวะรัฐบาลไม่กล้าคุย “สุเทพ” เพราะยึดติดอำนาจ ซ้ำยังก้าวไม่พ้นความจริง ด้านแกนนำ กปปส.มีมติเคลื่อนขบวนเปิดสถานที่ราชการแล้ววันนี้ ยกเว้น “ทำเนียบ-มหาดไทย” วอนข้าราชการอย่ารับใช้ระบอบ “ทักษิณ”

การชุมนุมใหญ่ของมวลชนคนเสื้อแดงตลอด 2 วันบริเวณถนนอักษะผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นไร้ปัญหา ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะยุติแยกย้ายกันกลับ ล่าสุดแกนนำ นปช.เตรียมหารือระดมพลครั้งใหญ่ เพื่อวัดใจกับเลขาธิการ กปปส.ที่ประกาศรับคำท้าของกลุ่มคนเสื้อแดงหลังวันสงกรานต์

เสื้อแดงทยอยกลับ-รอวันนัดใหญ่

เวลา 07.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.ที่เวทีถนนอักษะ โดยมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.พร้อมแกนนำได้ขึ้นเวทีประกาศยุติการชุมนุม ท่ามกลางคนเสื้อแดงที่เหลืออยู่ไม่มากนัก ทั้งนี้แกนนำได้กล่าวขอบคุณมวลชนและอวยพรให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพและรอนัดหมายครั้งหน้า

จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาค้างแรมบนถนนอักษะ 2 คืนได้ทยอยเก็บข้าวของขึ้นรถเดินทางกลับ คงเหลือเศษขยะกระจัดกระจายอยู่จำนวนมากโดยมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตทวีวัฒนา ระดมกำลังเข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้นำสุนัขตำรวจเข้ามาดมกลิ่นหาวัตถุต้องสงสัยบริเวณรอบพื้นที่

“ตู่” รับคำท้าย้ำ “เทือก” อย่าปอดแหก

นายจตุพรกล่าวว่า นปช.กับ กปปส.จะนัดชุมนุมใหญ่วันเดียวกันคือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะความเป็นนายกฯของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ซึ่งก็ดีที่นายสุเทพรับคำท้า จะได้ไม่ต้องฆ่าไม่ต้องเผชิญหน้ากัน ใครมีเพื่อนร่วมขบวนการมากกว่ากันก็มาวัดกัน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ความจริงเราต้องการสื่อสารไปยังเครือข่ายอำมาตย์ ผ่านร่างนายสุเทพ แต่ดูแววตานายสุเทพ แม้รับคำท้าแต่ยังมีอาการปอดแหกอยู่พอสมควร

“วันที่ 8 เม.ย.แกนนำ นปช.ส่วนกลางจะประชุมกำหนดท่าที การชุมนุมคู่ขนานแบบนับจำนวนคนกับกลุ่ม กปปส.ในครั้งหน้า ส่วนสถานที่ชุมนุมขออุบไว้ก่อน และจะนำข้อผิดพลาดครั้งนี้ไปปรับปรุง มั่นใจว่า นปช.จะชนะ เพราะคนไทยรับไม่ได้กับการที่นายสุเทพประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และจะออกมาร่วมกับ นปช.แบบมืดฟ้ามัวดิน” นายจตุพรกล่าว

“เต้น” กระทุ้งถามท่าที “ประยุทธ์”

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ ประสบความสำเร็จทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ จริงแล้วไม่จำเป็นที่ต้องวัดตารางเมตรเพื่อวัดจำนวนมวลชนกับ กปปส.เพราะเราชนะในหลักการของการยึดโยงระบอบ จากนี้ขอให้พี่น้องกลับไปเตรียมตัวสำหรับการชุมนุมใหญ่ครั้งต่อไปที่จะเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ของประเทศ เพราะกติกาถูกทำให้เบี้ยวจึงเป็นภาระหน้าที่ของประชาชน และอยากทวงคำถามที่ถามไปยัง ผบ.ทบ.เรื่องนายสุเทพประกาศเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีท่าทีกลับมาแต่อย่างใด

ศอ.รส.วางแผนส่ง นปช.กลับบ้าน

ขณะที่ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการปราศรัยบนเวทีของกลุ่ม กปปส.และกลุ่ม นปช.ว่า ทาง ศอ.รส.ได้บันทึกไว้ทั้งหมดโดยให้ฝ่ายกฎหมายถอดเทปคำปราศรัยว่า มีการพูดหรือแสดงออกที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ส่วนการเคลื่อนขบวนกลับของกลุ่ม นปช.โดยทาง ศอ.รส.มีแผนดูแลป้องกันเหตุแทรกซ้อนเช่นเดียวกับการเคลื่อนขบวนมาชุมนุม ซึ่งการชุมนุมที่ผ่านมาตำรวจห่วงในเรื่องการเผชิญหน้า ใช้อาวุธปืนต่อสู้กันของ 2 กลุ่ม แต่โชคดีที่ไม่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องคนร้ายยิงทหารชุดลาดตระเวนที่ซอยลิขิต เขตดุสิต หากสืบสวนสอบสวนพบว่า มีการยิงจากกลุ่ม คปท.จริงก็ต้องดำเนินการขอหมายศาลเข้าตรวจค้น ซึ่งได้กำชับพนักงานสืบสวนสอบสวนให้ทำอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

“อดุลย์” ขอบคุณ ปชช.แจ้งเบาะแส

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับการปฏิบัติไปยังทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการชุมนุมให้ดำเนินมาตรการป้องกันลดความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุการณ์หรือสถานการณ์รุนแรง โดยเน้นตั้งจุดตรวจ จุดสกัดและติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งการตั้งจุดตรวจจุดสกัดความมั่นคงเมื่อวันที่ 6-7 เม.ย. จับกุมผู้ต้องหา 8 คน พร้อมของกลางอาวุธปืน 2 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 18 นัด, อาวุธมีด 1 เล่ม จับกุมบุคคลตามหมายจับค้างเก่าได้ 1 คน ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้แสดงความขอบคุณมายังพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสข้อมูลต่างๆ ผ่านช่องทางสายด่วน 1599 ซึ่งเป็นประโยชน์ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของการชุมนุม

พท.ข้องใจ “เทือก” ตั้งรัฏฐาธิปัตย์

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศตัวเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ เสนอชื่อนายกฯคนกลาง หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนายกฯมีความผิดกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. โดย มิชอบว่า เป็นการรีบวางบิลเสนอชื่อนายกฯ ครม. ตั้งสภาประชาชน คำประกาศดังกล่าวไม่เห็นหัวใคร ประกาศตั้งแต่ไก่โห่ เหมือนรู้ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯมีความผิด เชื่อว่าจะมีประชาชนไม่พอใจจำนวนมาก คงไม่ยอม เห็นได้จากการชุมนุมของ นปช.ที่มีผู้มาชุมนุมจำนวนมาก ขอเตือนสติคนอยู่เบื้องหลังนายสุเทพให้คิดให้ดี เพราะนายสุเทพเป็นนักการเมืองเก่า ใครจะขี่ไม่ง่าย

ยื่นดีเอสไอสอยข้อหาก่อกบฏ

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมคำปราศรัยของนายสุเทพที่เวทีสวนลุมพินี ซึ่งปราศรัยล้มล้างการปกครอง ตั้งตนเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 สมคบเตรียมกำลังพลเพื่อเป็นกบฏ โดยจะยื่นหลักฐานต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 8 เม.ย. เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ขอให้ ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพแสดงจุดยืนว่า การกระทำของนายสุเทพเป็นภัยต่อความมั่นคงที่ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส่วนนายสุเทพปราศรัยจะคืนหน่วยงานราชการในวันที่ 8 เม.ย. ยกเว้นทำเนียบและมหาดไทยนั้น เป็นการสร้างภาพ หากไม่ต้องการสร้างภาพขอให้คืนทำเนียบและกระทรวงมหาดไทยด้วยเพื่อไม่ให้ประชาชนที่ไปติดต่อราชการเดือดร้อน วันนี้นายสุเทพเหมือนเสียสติจะทำอะไรก็ได้เพราะเป็นม็อบมีเส้น

“มาร์ค” แปลกใจรัฐปัดคุย “สุเทพ”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า ทุกอย่างต้องแก้ปัญหาบนพื้นฐานของเหตุและผลในหลักการที่ถูกต้อง แต่แปลกใจที่รัฐบาลไม่พร้อมพูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ซ้ำพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ นี่คือปัญหาที่ต้องก้าวให้พ้น ไม่เช่นนั้นก็จะติดหล่มอยู่อย่างนี้ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยพยายามกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกดดันองค์กรอิสระโดยจะชุมนุมใหญ่ทำนองข่มขู่ คุกคามว่า ถ้าศาลตัดสินไม่ถูกใจจะเกิดเรื่อง หรือกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ พยายามดึงสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ กระทั่งล่าสุด นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความ นปช.ยังมาสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากถึงขั้นที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้สถานภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ห้ามปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถึงวันนั้นหากระบบราชการยังฟังคำสั่งหรือยอมรับ ก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่

เชื่อรัฐบาลจวนตัวถึงยอมเจรจา

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเจรจาหาทางออกให้กับประเทศยังมีความเป็นไปได้ เพราะดูลักษณะของรัฐบาลหรือวิธีการคิดแบบทักษิณ คือบางทีสถานการณ์ถึงจุดที่ตัวเองอาจไปไม่ได้ ก็พร้อมที่จะปล่อยหรือคลาย ยอมในเงื่อนไขบางอย่าง แต่จะไม่ยอมทำจนกระทั่งจวนตัวหรือไปไม่ได้ ส่วนการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ตนคิดว่า การระดมคนต่ำกว่าเป้าเพราะเงื่อนไขไม่ชัดเจนว่ามาชุมนุมเพื่ออะไร แต่ถ้ามีกรณีการตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็จะมีปัจจัยกระตุ้นฝ่ายสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยให้ออกมามากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่ามีมวลชนจำนวนมากที่ให้การสนับสนุนแล้วมา แต่สิ่งที่พูดบนเวทีกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกลับไม่เหมือนกัน

แนะ “นายกฯ” อย่าลอยตัวหนีปัญหา

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแกนนำ นปช. ประกาศว่าวันที่ ป.ป.ช.หรือศาลรัฐธรรมนูญชี้มูลคำร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯจะมาชุมนุมใหญ่เพื่อแสดงพลังว่า ไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา แต่ต้องให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหาร่วมกัน 4 แนวทางคือ 1. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องพร้อมฟังความเห็นข้อเรียกร้องของประชาชน 2.นายกฯต้องยอมรับกระบวนการตรวจสอบ การนำจำนวนคนออกมาแสดงพลังไม่ใช่หนทางยุติวิกฤติชาติ 3.นายกฯต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะบอกความถูกผิดของบ้านเมืองก็จะทำให้ได้ข้อยุติ และ 4. ต้องยึดแนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหา การนำมวลชนออกมาไม่ใช่การแก้ปัญหา ทั้งนี้เชื่อว่าเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือเมษาฯเดือดอาจเกิดขึ้นได้ นายกฯมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง อย่าลอยตัวเหนือปัญหา เพราะสถานการณ์เมษาเดือดนั้นใกล้จะเป็นจริงเข้ามาทุกขณะ

กปปส.เกาะติดข่าว นปช.เลิกชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมที่สวน ลุมพินีในช่วงเช้าของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักพักค้างในพื้นที่คงปฏิบัติภารกิจส่วนตัวเช่นทุกวัน บางส่วนปักหลักพักผ่อนตามอัธยาศัยในเต็นท์ที่พัก เนื่องจากไม่มีการเคลื่อนไหวออกปฏิบัติภารกิจปิดสถานที่ราชการตามที่แกนนำได้ประกาศหยุดพัก 2 วัน ส่วนบนเวทียังมีการปราศรัยจากแกนนำและแนวร่วม กปปส.ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องสลับการรายงานสถานการณ์ข่าวที่เน้นรายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ถนนอักษะ ที่ได้สลายตัวไปแล้วโดยแกนนำย่อยบนเวทีได้ตอกย้ำว่า รัฐบาลได้หมดอำนาจในการบริหารประเทศลงแล้ว

ขู่เคลื่อนพลหากรัฐไม่ฟังศาล รธน.

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีที่แกนนำ นปช.กล่าวหากลุ่ม กปปส.ถึงการแต่งตั้งนายกฯคนกลาง โดยนายสุเทพ ประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ว่า ไม่ใช่หมายถึงการเข้ายึดอำนาจ แต่เป็นกระบวนการหาทางออก เมื่อศาลรัฐธรรมนูญหรือ ป.ป.ช.ชี้มูล ให้นายกรัฐมนตรีต้องพ้นสภาพจากการทำผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีไม่ยอมรับคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ทางกลุ่ม กปปส.ก็จะเคลื่อนไหวเพื่อให้ฝ่ายบริหารยอมรับกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายตุลาการหรือองค์กรอิสระ เพราะได้กำหนดชัดเจนในรัฐธรรมนูญ

ปัด 2 ม็อบปะทะเป็นชนวนปฏิวัติ

ส่วนที่แกนนำ นปช.เตรียมระดมมวลชนในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี ซึ่งตรงกับที่ กปปส.ชุมนุมนั้น นายถาวรกล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลเพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงเรื่องนี้อยู่ หากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้ก็ต้องอาศัยมวลมหาประชาชนดูแลกันเอง ซึ่งการชุมนุมของ 2 กลุ่มไม่ใช่การสร้างเงื่อนไขให้ทหารออกมาปฏิวัติ ซึ่ง กปปส.จะชุมนุมในที่ตั้งหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น ยังบอกอะไรล่วงหน้าไม่ได้ ขณะนี้ทนายความของ กปปส.ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของ นปช. แล้วเพราะถือว่าการกระทำของนายโรเบิร์ต เข้าข่ายทำลายประเทศชาติ หมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นจึงขอเรียกร้อง ผบ.ตร.เร่งดำเนินคดีนี้ เพราะจงใจปล่อยให้นายโรเบิร์ต สไกป์มาที่เวที นปช.ในวันจักรี นั้นหมายความว่าอย่างไร

รุมประณาม “โรเบิร์ต” ทนายฯนปช.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงประณามการกระทำของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของกลุ่ม นปช.ว่า นายโรเบิร์ตไม่ใช่คนต่างชาติคนแรกที่ระบอบทักษิณว่าจ้างให้มาทำลายประเทศไทยซึ่งการว่าจ้างชาวต่างชาติในลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่า สมุนของระบอบทักษิณในประเทศไทยไร้ประสิทธิภาพ ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ ซึ่งพฤติกรรมการของนายโรเบิร์ต และกระบวนการสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองผ่านการว่าจ้างจากล็อบบี้ยีสต์ชาวต่างชาติเพื่อสร้างกระแสในสื่อสากลบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งผู้รักษากฎหมายของไทยควรเร่งดำเนินการเอาผิด

เตรียมเปิดสถานที่ราชการ 8 เม.ย.

นายเอกนัฏกล่าวว่า ในวันที่ 8 เม.ย. จะนำมวลชน กปปส.ออกเคลื่อนไหวขอความร่วมมือจากข้าราชการประจำอีกครั้ง โดยจะเปิดสถานที่ราชการต่างๆ ให้ข้าราชการบริการประชาชนได้ แต่มีข้อแม้ที่ไม่ให้ข้าราชการประจำรับใช้ระบอบทักษิณอีกต่อไป โดยไม่ให้รัฐมนตรีเข้าทำงานในกระทรวงนั้นๆ พร้อมจะติดป้ายเชิญชวนให้มวลชนรณรงค์ให้พี่น้องข้าราชการออกมาร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ ซึ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้เงื่อนไขและมติของ กปปส. ทั้งนี้ยังไม่ขอเปิดเผยว่าจะไป ณ จุดใด แต่ให้มวลชนพร้อมเคลื่อนตัวในช่วงก่อน 10.00 น. ซึ่งมติเปิดสถานที่ราชการทางแกนนำได้หารือกับเวทีที่แจ้งวัฒนะและกลุ่ม คปท.แล้ว อาจจะหารือกับ ศอ.รส.ด้วยว่า จะรับเงื่อนไขไม่ร่วมรับใช้ระบอบทักษิณหรือไม่ แต่จะไม่ขอเปิดทำเนียบรัฐบาลตามที่มีการปล่อยข่าวให้สับสนแต่อย่างใด

แกนนำ คปท.ร่วมเผาศพ “ส.อ.วสันต์”

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก เมื่อเวลา 15.30 น.นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. พร้อมมวลชนและการ์ดรักษาความปลอดภัย และแกนนำ กปปส. อาทิ นายถาวร เสนเนียม นายสกลธี ภัททิยกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ได้มาร่วมงานฌาปนกิจศพ ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ การ์ด คปท.ที่ถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บริเวณทางด่วนแจ้งวัฒนะ ระหว่างกลับจากศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ผู้ชุมนุมต่างร้องไห้แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมเป่านกหวีดเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการส่งดวงวิญญาณ ทั้งนี้ นายถาวร เสนเนียม ตัวแทน กปปส. ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวจำนวน 2,000,000 บาทด้วย

พร้อมหนุน กปปส.ป้องศาล รธน.

นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.กล่าวว่า แนวทางการเคลื่อนไหวของ คปท.จากนี้ไปจะเริ่มเคลื่อนไหวเชิงรุก แสดงจุดยืนเชิญชวนข้าราชการกระทรวงต่างๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพ ให้ออกมาปฏิรูปประเทศอยู่เคียงข้างประชาชน รวมถึงการไปเยี่ยมสื่อมวลชนเพื่อให้เสนอข่าวอย่างเป็นกลาง ส่วนรูปแบบการเคลื่อนไหวจะเคลื่อนไปที่ไหนนั้น ทางแกนนำจะขอหารือเพื่อกำหนดแนวทางอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับที่ประชุมยุทธศาสตร์ของกลุ่ม กปปส. ขณะที่การนัดชุมนุมใหญ่ของ กปปส.ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนายกรัฐมนตรีนั้น เบื้องต้น คปท.เห็นพ้องกับกลุ่ม กปปส. เนื่องจากเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญถูกกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายใช้อำนาจข่มขู่กดดัน แต่ทั้งนี้ คปท.จะขอประชุมหารือถึงการกำหนดแนวทางอีกครั้ง

ยันไม่ขัด ตร.ขอตรวจอาวุธในพื้นที่

นายอุทัย กล่าวอีกว่า กรณีที่ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ระบุว่าจะมาขอตรวจค้นอาวุธในพื้นที่ชุมนุมของ คปท.นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้ามาตรวจค้นได้ แต่ต้องมีการหารือร่วมกันก่อนถึงแนวทางวิธีการปฏิบัติ เพราะหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจค้นพื้นที่ในทันทีอาจทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้มีการประสานติดต่อหารือกับผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ถึงแนวทางการตรวจค้นในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งขอเข้าตรวจค้นในพื้นที่การชุมนุมแต่อย่างใด

กปปส.จัดสงกรานต์ย้อนยุค 13–15 เม.ย.

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.กล่าวถึงกำหนดการจัดงานวันสงกรานต์ของกลุ่ม กปปส.ที่สวนลุมพินีว่า จะเป็นงานสงกรานต์ย้อนยุคใช้ขันน้ำ แป้งร่ำ น้ำอบไทย และปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช้ปืนฉีดน้ำ โดยวันที่ 12 เม.ย.จะอัญเชิญพระพุทธรูปปางชนะมารให้มวลมหาประชาชนได้ร่วมสรงน้ำ ในวันที่ 13 เม.ย. ช่วงเช้าเริ่มสรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทราย และช่วงเที่ยงจะอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นรถแห่รอบสวนลุมพินี ให้ผู้ชุมนุมทุกหมู่บ้าน ตามเต็นท์ต่างๆได้สรงน้ำพระ จากนั้นมีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คาราโอเกะ รำวง คอนเสิร์ต หมอลำซิ่ง ส่วนวันที่ 14 เม.ย. ช่วงเช้าเป็นการสรงน้ำพระและจากนั้นเวลา 12.00 น. จะมีการแข่งขันกีฬาไทยพื้นบ้านอาทิ สะบ้า ชักเย่อ วิ่งกระสอบ และวันที่ 15 เม.ย. เวลา 09.00 น. จะรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ช่วงบ่ายจะร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนสีลม ทั้งนี้ไฮไลต์อยู่ที่ซุ้มน้ำมนต์จากวัดและเกจิอาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศที่แกนนำ กปปส.ทั่วประเทศนำมาร่วมสวดโดยพระสงฆ์ในวันที่ 9 เม.ย.นี้

แฉประวัติ “โรเบิร์ต” เป็นทนายโจร

ต่อมาเวลา 19.55 น. ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวถึงกรณีที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่ม นปช. ว่า ถ้า กปปส.เจอตัวนายโรเบิร์ตจะเจอทั้งนกหวีดและส้นตีน เพราะจากการค้นประวัติพบว่านายโรเบิร์ตมีอาชีพเป็นทนายความโจร คนที่นายโรเบิร์ตรับจ้างส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองที่คอร์รัปชันโกงชาติบ้านเมืองแล้วหลบหนีออกนอกประเทศ

“สุเทพ” ปัดข้อกล่าวหาเผด็จการ

นายสุเทพกล่าวว่า หลังตนพูดเรื่องรัฏฐาธิปัตย์ มีการวิจารณ์ว่าตนเป็นเผด็จการ ทั้งที่จำเป็นต้องทำเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทำผิดซ้ำซากแต่ไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชน เมื่อถึงวันที่ถูกตัดสินหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่ยอมคืนอำนาจ ตนซึ่งเป็นร่างทรงของประชาชนจะทำตามความต้องการของประชาชน เราทำอย่างถูกต้องเมื่ออำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของประชาชนแล้วตัดสินใจว่าจะจัดการประเทศอย่างไร แต่พวกมันไปสร้างวาทะกรรมว่าตนเป็นเผด็จการ แต่ถ้า นปช.แน่จริงระดมมวลชนมาเลย ถ้าน้อยกว่าก็เอาประเทศไป พวกเราจะได้ยอมเป็นทาสแล้วชาติหน้าค่อยมาสู้กันใหม่ แต่ถ้ามวลมหาประชาชนมากันมืดฟ้ามัวดิน นปช.จะหยุดและยอมแพ้โดยดุษฎีหรือไม่ และอย่ามาตะแบงใช้นิสัยอันธพาล เพราะรัฐบาลไม่สามารถมาข่มขู่ประชาชนได้อีกแล้ว

ยันไม่ได้ชงสถานการณ์ให้ทหาร ปว.

นายสุเทพกล่าวว่า ตนและมวลมหาประชาชนไม่มีความคิดที่จะทำเรื่องนี้เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ทหารมาปฏิวัติ และไม่ได้ไปแย่งชิงอำนาจกับใคร แต่เป็นการเอาอธิปไตยกลับคืนเจ้าของเดิมเท่านั้น ส่วนที่เรียกว่าเป็นปฏิวัติโดยประชาชนหรืออะไร ก็เชิญไปสร้างวาทะกรรม ยืนยันว่าไม่ว่าจะเรียกว่า การกระทำครั้งนี้ทำโดยประชาชนไม่มีใครเป็นเผด็จการ เมื่อภารกิจสำเร็จก็กลับบ้าน เอานกหวีด รองเท้าผ้าใบไปแขวนไว้ที่บ้าน หากรัฐบาลทำดีเราก็เชียร์ หากออกนอกทางเราก็กลับมาเป่านกหวีดอีก

8 เม.ย. 2557 07:53 8 เม.ย. 2557 07:53 ไทยรัฐ