วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไอ้ป้อมโร่มอบตัว

ฆ่า3ศพ‘หอมชง’ แฉฮุบ‘100ล้าน’

ผวาถูกตำรวจวิสามัญฯ “ไอ้ป้อม” มือปืน โหดจ่อยิงครอบครัว “หอมชง” โร่เข้ามอบ ตัวตำรวจ สน.สุทธิสาร สารภาพสิ้นไส้เรียกค่าจ้าง 1 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ซักแดง เพราะผู้จ้างวานอ้างว่าถูกโกงทรัพย์สินไป มารู้ทีหลังว่าเป็นการจ้างฆ่าครอบครัวตัวเองเลยคิดมอบตัว เผยประวัติโฉดเคยก่อคดีมาเพียบ ทั้งฆ่าคนตายไปจนถึงคดียาเสพติด เพิ่งออกจากคุกเมื่อปี 2555 ส่วนตำรวจมั่นใจพยานหลักฐาน โดยเฉพาะปืนอาวุธสังหารที่ตามได้จากบ้านเพื่อนมือปืนย่านรามคำแหง นอกจากนี้ ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดจุดนัดเจรจาวางแผน แฉลูกทรพีหวังมรดก 100 ล้าน เคยจ้างมือปืนชุดแรกมาฆ่าครอบครัว เป็นแก๊ง จยย.รับจ้างจ่ายเงินมัดจำไปแล้ว 5 หมื่น แต่ถูกเบี้ยวเชิดเงินหนีไม่ลงมือ

กรณีครอบครัว “หอมชง” ถูกคนร้ายบุกฆ่ายกครัวประกอบด้วย พ.อ.วิชัย หอมชง อายุ 63 ปี นางวนิดา หอมชง อายุ 57 ปี ภรรยา และลูกชาย ร.ต.ท.ธนัตถ์พง หรือธรรมนัส หรือเติ้ล หอมชง อายุ 24 ปี พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 1279 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. จากการสืบสวนพบว่า นายกิตตินันท์ หรือเต้ย หอมชง อายุ 22 ปี ลูกชายคนเล็กและเพื่อนสนิทนายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ พันธกุล อายุ 22 ปี เกี่ยวข้องด้วย ชุดสืบสวน กก.สส.บช.น.จึงเชิญตัวไปสอบเค้นจนทั้ง 2 เปิดปากรับสารภาพว่า จ้างทีมสังหาร 3 คนเพื่อหวังมรดกมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ต่อมาชุดสืบสวนตามจับกุมนายฉลาด หรืออาจารย์ป๊อด เที่ยงธรรม อายุ 53 ปี และนายสุระพงษ์ หรือจ่าแอ๊ด ชูพันธ์ อายุ 47 ปี เหลือเพียงนายสิริชัย หรือป้อม เพิ่มพูนศักดิ์ อายุ 42 ปี มือปืน ที่เพิ่งให้ทนายความพาเข้ามอบตัวเมื่อดึกวันที่ 6 เม.ย. เพราะกลัวถูกวิสามัญฆาตกรรม

ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 เม.ย. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก.น.9 พร้อมพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง แถลงข่าวจับกุมนายสิริชัย หรือป้อม เพิ่มพูนศักดิ์ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร พร้อมของกลางปืน 9 มม.ยี่ห้อซีแซด ทะเบียนปืน A863972 พร้อมแม็กกาซีน 1 อัน ตรวจยึดได้ที่บ้านเพื่อนของนายสิริชัย เลขที่ 1/241 ซอยรามคำแหง 190/2 แขวงและเขตมีนบุรี กทม.หลังผู้ต้องหานำไปฝากไว้ และตรวจยึดรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ ทะเบียน ษน 7196 กรุงเทพมหานคร ของนายสิริชัยที่ใช้พาเพื่อนร่วมแก๊งไปดูลาดเลาที่บ้านเกิดเหตุ

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คนร้ายกระทำอย่างอุกอาจโหดเหี้ยม ตนถือว่านายสิริชัยเป็นมือปืนรับจ้างรายสำคัญ ชุดสืบสวนจึงเร่งรัดติดตามจับกุมจนสามารถปิดคดีได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 2 วันพร้อมของกลางครบถ้วน และผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมด แต่จะต้องมีการขยายผลต่อไป เมื่อคืนที่ผ่านมานายสิริชัยติดต่อทนายความให้พาเข้ามอบตัวที่ สน.สุทธิสาร แต่จะมอบตัวหรือไม่ ตนไม่สนใจ เพราะหนีไม่รอดอยู่แล้ว มั่นใจทีมงาน ถ้าไม่ชิงมอบตัวก่อนวันนี้จับตัวได้แน่นอน นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติ นายสิริชัยเคยต้องโทษคดีฆ่าคนตายท้องที่ สน.ดินแดง ถูกจำคุก 12 ปี ต่อมาต้องโทษคดียาเสพติด และคดีชิงทรัพย์ออกจากคุกเมื่อปี 55 กระทั่งมาเป็นมือปืนรับจ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า น้าชายคุยกับนายกิตตินันท์แล้วให้การปฏิเสธบอกว่าไม่ได้ทำ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า บอกตรงๆตนไม่ทราบรายละเอียด รวมทั้งยังไม่ได้คุยกับญาติเลย แต่คดีมีการสืบสวนสอบสวนว่าไปตามพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และจากการสอบปากคำนายกิตตินันท์และนายศักรินทร์แล้วพบพิรุธบางอย่าง ถามว่าปมสังหารมาจากสาเหตุอะไร พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า คงเป็นเรื่องมรดก เข้าใจว่าถ้าทั้ง 3 คนเสียชีวิต มรดกจะต้องตกอยู่กับนายกิตตินันท์เพียงคนเดียว อย่างเช่น ทรัพย์สินที่ดินราคาประเมินตกไร่ละ 30 กว่าล้านบาท

ด้านนายสิริชัยกล่าวว่า ตนมีอาชีพขี่รถ จยย.รับจ้างและเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้าน สน.บางเขน ไม่รู้จักกับนายกิตตินันท์มาก่อน แต่มากับนายศักรินทร์ที่เป็นคนมาจ้างฆ่าในราคา 1 ล้านบาท โดยติดต่อผ่านทางนายฉลาด ตกลงกันว่าจะให้ตนเป็นคนยิง โดยนายศักรินทร์รับปากว่าจะให้ค่าจ้าง ก่อนลงมือตนขอเบิกเงินล่วงหน้าจำนวน 3 หมื่นบาท แต่นายศักรินทร์ขอผัดผ่อนบอกว่า หลังเสร็จงานถึงจะให้ จึงปฏิเสธไม่รับงาน ต่อมานายศักรินทร์โทรศัพท์มาคุยด้วยตัวเองพร้อมกับขอร้องให้ช่วยรับงาน ถ้าลงมือสำเร็จจะให้รถยนต์ 1 คัน พระเลี่ยมทอง สร้อยคอทองคำและเงินสดอีก 1 ก้อน ตนก็ยังไม่ได้รับปาก เพราะนายศักรินทร์บอกว่า หลังลงมือแล้วให้แยกกันหลบหนีไปก่อน 1 เดือนแล้วค่อยมานัดเจอกัน แต่ที่รับงานเพราะนายฉลาดขอร้องให้ช่วย บอกว่านายศักรินทร์ถูกโกงที่ดินและทรัพย์สิน โดยวางแผนกันประมาณ 1 อาทิตย์ ตนมอบตัวเพราะรู้สึกเสียใจที่รู้ทีหลังว่า คนตายทั้งหมดเป็นครอบครัวพ่อแม่และพี่ของนายกิตตินันท์ ส่วนปืนอาวุธสังหารเพิ่งซื้อมาจากเพื่อนได้ 1 เดือน

“วันเกิดเหตุนั่งรถแท็กซี่ไปกัน 3 คน นัดเจอกับนายศักรินทร์ที่สวนหย่อมใกล้กับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค โดยนายกิตตินันท์ไม่ได้มาด้วย นายศักรินทร์เป็นคนเอากุญแจบ้านมาให้ พร้อมกับบอกข้อมูลภายในบ้านทั้งหมด จากนั้นไปที่บ้านเข้าประตูด้านหน้า หมาในบ้านก็เห่าเสียงดังจึงรีบเดินเข้าไปที่ชั้นล่าง เห็น ร.ต.ท.ธนัตถ์พงเป็นคนแรก ผมบอกให้นอนคว่ำหน้าก่อนจะเอาหมอนวางทับหัวแล้วใช้ปืนยิง จากนั้นไปยิงนางวนิดา หลังจ่าแอ๊ดทำร้ายร่างกายจนล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วยืนคุมเชิงอยู่ ผมจึงใช้หมอนปิดหน้าและจ่อยิงอีก สุดท้ายไปที่ห้อง พ.อ.วิชัยที่พยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ จ่าแอ๊ดจึงเตะจนล้มลงผมก็รีบเอาหมอนปิดหน้าแล้วจ่อยิงเป็นศพสุดท้าย หลังจากก่อเหตุตนหนีไปกบดานอยู่แถวซอยอินทามระ” นายสิริชัยเล่าถึงนาทีสังหารอย่างไม่สะทกสะท้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนนายสิริชัยชิงเข้ามอบตัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามล่าตัวอย่างกระชั้นชิด ตามเบาะแสจนได้ข้อมูลว่า มือปืนรายนี้หลบหนีไปอยู่ที่บ้านเพื่อนในซอยอินทามระ ย่านสุทธิสาร จึงเตรียมกำลังชุดสืบสวนและขอกำลังจากหน่วยอรินทราชเพื่อเข้าปิดล้อมตรวจค้นช่วงเช้ามืดวันที่ 7 เม.ย. แต่ปรากฏว่า นายสิริชัยเหมือนจะรู้ตัว จึงให้ทนายความพาเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เมื่อกลางดึกวันที่ 6 เม.ย. ต่อเช้าวันที่ 7 เม.ย. หลังจากนั้น พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รอง ผบช.น.เดินทางมาสอบสวนอย่างละเอียด จนยอมคายข้อมูลว่าปืนอาวุธสังหารอยู่กับเพื่อนย่านรามคำแหง หลังส่ง พฐ.ตรวจสอบยืนยันแล้วว่า เป็นปืนกระบอกเดียวกับที่ใช้สังหารครอบครัวหอมชง

ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก. น.9 พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.หลักสอง พร้อมกำลังควบคุมตัวนายสิริชัย มือปืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในบ้านเกิดเหตุ โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุกโรงพักใน บก.น.9 มารักษาความปลอดภัย กันผู้ไม่เกี่ยวข้องอยู่นอกบ้าน โดยให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตามเก็บหลักฐานเพิ่มเติมตามจุดต่างๆที่คนร้ายกล่าวอ้าง จุดแรกบริเวณประตูหน้าบ้าน ที่นายสิริชัยและจ่าแอ๊ดใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป จุดที่ 2 ห้องรับแขกชั้นล่างที่ใช้ปืนยิง ร.ต.ท.ธนัตถ์พงจนเสียชีวิต ส่วนจุดที่ 3 ห้องนอนชั้นล่าง ที่ยิงนางวนิดา ส่วนจุดที่ 4 ห้องนอน ชั้น 2 จุด ที่ยิง พ.อ.วิชัย เมื่อเดินลงมาพบว่า ร.ต.ท.ธนัตถ์พงยังไม่สิ้นใจจึงยิงซ้ำอีกนัด ก่อนออกจากบ้านไปขึ้นรถแท็กซี่ที่นายฉลาดจอดรออยู่ห่างจากบ้านไป 20 เมตรหลบหนี หลังจากนั้นตำรวจยังพานายสิริชัยไปชี้จุดวางแผนบริเวณสวนหย่อมตรงข้ามห้างเดอะมอลล์ บางแคด้วย

พล.ต.ต.ฐิติราชกล่าวว่า คดีนี้ถือว่าเป็นคดีฆาตกรรมที่ปิดคดีได้อย่างสมบูรณ์ สามารถตามปืนของกลางและหลักฐานอื่นๆได้ครบถ้วน มือปืนก็สารภาพ และจากผลการตรวจพิสูจน์ปืนพบว่า เป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนกรณีที่ญาติของผู้เสียชีวิตยังติดใจเรื่องสาเหตุการสังหาร เชื่อว่าญาติมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายกิตตินันท์ อาจใช้ความรู้สึกส่วนตัวจนเกิดเคลือบแคลงสงสัยได้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัว ประกอบกับมือปืนก็นำชี้จุดประกอบคำรับสารภาพด้วยตัวเอง สอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหารายอื่นที่ถูกจับก่อนหน้านี้ จึงเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องจริง ส่วนแรงจูงใจในการลงมือสังหารเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคาดหวังว่าจะได้รับมรดกในอนาคต เพื่อนำที่ดินไปขายแล้วนำเงินมาแบ่งกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบสวนเส้นทางการจ่ายค่าตอบแทนของผู้จ้างวานและทีมสังหาร เริ่มจากนายกิตตินันท์ หยิบยืมเงินจากพี่ชาย ร.ต.ท.ธนัตถ์พง อ้างว่าจะไปเปิดฟิตเนสจำนวน 60,000 บาท จากนั้นเอาไปจ้างวานทีมสังหารชุดเเรกซึ่งเป็นกลุ่มคนขี่รถ จยย.รับจ้าง นัดรับเงินก้อนแรก 50,000 บาท ที่เอเชียทีค ถนนเจริญกรุง สุดท้ายกลับถูกเชิดเงินไปไม่ก่อเหตุ ต่อมานายศักรินทร์จึงรับอาสาเป็นผู้ติดต่อนายสุระพงษ์ หรือจ่าแอ๊ด ที่รู้จักกันในฟิตเนสย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ให้ช่วยหามือปืนมาทำงาน จึงติดต่อนายสิริชัย โดยนายศักรินทร์รับปากว่า ถ้างานสำเร็จจะตกรางวัลทีมสังหารทั้ง 3 คนอย่างงามคนละ 1 ล้านบาท แต่เบื้องต้นจ่ายเงินให้นายสุระพงษ์และนายฉลาดเป็นค่าดำเนินการเพียง 1 หมื่นบาท ส่วนนายสิริชัยมือปืนยังไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว ขณะนี้ชุดสืบสวนตามไปเอาภาพจากกล้องวงจรปิดจุดนัดพบ และตรวจสอบการติดต่อทางโทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว ส่วนแก๊ง จยย.รับจ้างที่รับงานชุดแรกอยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน

ที่ สตช. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการตรวจเปรียบเทียบปลอกกระสุนปืน 4 ปลอก และหัวกระสุนปืน 2 หัวที่เก็บได้ในสถานที่เกิดเหตุกับอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ ปรากฏว่าตรงกัน และได้ประสานฝ่ายสอบสวนนำรองเท้าของผู้ต้องหาที่ใส่ในวันเกิดเหตุมาตรวจเปรียบเทียบกับรอยรองเท้าที่ห้องเกิดเหตุ ซึ่งในการสอบถามเบื้องต้นใกล้เคียงรอยรองเท้าคนร้าย รวมทั้งจะเปรียบเทียบดีเอ็นเอของผู้ต้องหาเพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี เนื่องจากผลตรวจหมอนในห้องที่เกิดเหตุ ผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานพบดีเอ็นเอที่ต่างจากของ พ.อ.วิชัย นางวนิดา และ ร.ต.ท.ธนัตถ์พง ซึ่งเป็นคนในบ้าน เชื่อว่าน่าจะเป็นดีเอ็นเอของกลุ่มคนร้ายขณะจับหมอนก่อนกดยิงเหยื่อ

8 เม.ย. 2557 07:40 8 เม.ย. 2557 07:40 ไทยรัฐ