วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เพชร-อัญมณีเติบโตสวนตลาด

เพชร-อัญมณีเติบโตสวนตลาด

  • Share:

ยกชั้นจากสมาพันธ์เป็นสภาเครื่องประดับ

ผู้บริหาร “ยูบิลลี่” เผยวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจไม่กระทบยอดขายเพชร แค่ทำให้คนกรุงหมดอารมณ์ซื้อเป็นพักๆ แต่ยอดขายต่างจังหวัดยังกระฉูด เหตุคนมีกำลังซื้อสูงขึ้น เดินหน้าเปิดสาขาเพิ่มทั่วประเทศ ด้านสมาพันธ์อัญมณีรุกจัดงานแฟร์เพิ่มกลางปี ลุ้นสร้าง “พลอยไทย” กระหึ่มตลาดโลก พร้อมก้าวรุกดันจัดตั้งสภาอัญมณีเครื่องประดับเทียบชั้นสภาอุตสาหกรรม–ท่องเที่ยว

น.ส.อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ (JUBILE) ผู้ผลิตและจำหน่ายเพชร ภายใต้แบรนด์ “ยูบิลลี่” เปิดเผยว่า แม้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่อเค้ายืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทมากนัก เพราะการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯ อาจส่งผลทำให้อารมณ์หรือบรรยากาศในการซื้อเพชรหรือเครื่องประดับของคนกรุงเสียไปบ้างเท่านั้น

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง มีรายได้ต่อครัวเรือนไม่ต่ำกว่า 800,000 บาทต่อปี หรือเป็นลูกค้าระดับ B+ขึ้นไป ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจมากนัก ที่สำคัญจากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลพบว่าลูกค้าในต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ๆ มีกำลังซื้อสูงขึ้นมาก และมีพฤติกรรมการซื้อเครื่องประดับใกล้เคียงคนกรุงเทพฯ และมีแนวโน้มการเติบโตจากปี 54 สัดส่วนยอดขายจากต่างจังหวัดอยู่ที่ 40% กรุงเทพฯ 60% พอมาปี 56 ยอดขายต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็น 45% ทำให้ปีนี้ยังคงมีแผนขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 130 สาขา จากปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศ 108 สาขา เป็นการขยายตัวตามห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกที่ออกไปเปิดสาขาในหัวเมืองใหญ่ๆ “ในอนาคตเชื่อว่าพฤติกรรมจะเป็นรูปแบบเดียวกับคนกรุงเทพฯที่มีกำลังซื้อต่อชิ้นในราคาสูงขึ้น ส่วนลูกค้ากลุ่มคนกรุงเทพฯกำลังซื้อไม่ได้ลดลง เพียงแต่ไม่มีมู้ดในการซื้อเพชรหรือเครื่องประดับในช่วงนี้ แต่เราไม่ประมาทติดตามสถานการณ์ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดและทำการตลาดโดยออกโปรโมชั่นใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นแรงซื้อ”

น.ส.อัญรัตน์ยังเปิดเผยด้วยว่า ภายในไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดแฟล็กชิปสโตร์ หรือห้างค้าเพชรขนาดใหญ่ บนถนนสีลม โดยวางสินค้าที่
แตกต่างจากสินค้าที่อยู่ในสาขาอื่นๆทั่วประเทศ โดยทุ่มงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท มุ่งเป้าหมายไปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และลูกค้าในกรุงเทพฯ ทั้งลูกค้าใหม่และเก่า โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นสมาชิก Sparking Club ซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทที่มีกว่า 140,000 ราย

นายสมชาย พรจินดารักษ์ ประธานสมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่อง
ประดับ เปิดเผยว่า หากสถานการณ์การเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วมากเท่าใด ทางสมาพันธ์อัญมณีจะพิจารณาเพิ่มการจัดงาน “บางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์” จากเดิมที่จัดปีละ 2 ครั้ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และกันยายน เป็นปีละ 3 ครั้ง โดยวางแผนจะจัดในราวเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายนอีกครั้ง เพื่อสร้างกำลังซื้อและเพิ่มยอดขายในประเทศและภายในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเป็นหลัก

ทั้งนี้ การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็นรายได้หลักอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยในปีนี้คาดว่ายอดขายจะสูงถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นยอดส่งออกราว 96% ที่เหลือเป็นยอดขายภายในประเทศ แต่หากสามารถจัดงาน “บางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์” เพิ่มขึ้นอีกเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนยอดขายภายในประเทศและตลาดรวมได้ มากขึ้นอีก โดยจะเน้นการทำตลาดและประชาสัมพันธ์ “พลอยไทย” ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดโลก แม้แหล่งวัตถุดิบจะมาจากต่างประเทศ แต่ก็ผ่านกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย

นายสมชายยังกล่าวด้วยว่า อยากเห็นคนไทยเดินเข้าสู่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมากขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงน้อย แต่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูง แม้จะเป็นสินค้าที่มีราคาแพง แต่กระจายอยู่ในมือของคนที่มีกำลังซื้อส่วนใหญ่ทั่วโลก เหตุนี้สมาพันธ์จึงได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำหลักสูตรเกี่ยวกับอัญมณีและเครื่องประดับในทุกมิติ ตั้งแต่การสร้างแรงงานฝีมือในภาคการผลิต ไปจนถึงสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ รวมทั้งยังกำลังผลักดันให้สมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่าแห่งประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น “สภาอัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย” เพื่อให้เป็นเสาหลักหนึ่งของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ เช่นเดียวกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาผู้ส่งออกทางเรือ, สภาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นต้น “หากประเทศไทยมีผู้ประกอบวิชาชีพในแวดวงอัญมณีมากขึ้น พร้อมจัดงานแฟร์กระตุ้นกำลังซื้อและยอดขายควบคู่ จะยิ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับในเอเชียและตลาดโลก”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้