วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พณ.ตั้งอดีตทูตพาณิชย์จับมือเอกชน เจาะตลาดส่งออกใหม่

พณ.ตั้งอดีตทูตพาณิชย์จับมือเอกชน เจาะตลาดส่งออกใหม่

  • Share:

"อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าฯ" ตั้งคณะทำงานผลักดันส่งออกสู่ตลาดใหม่ ใช้อดีตทูตพาณิชย์เป็นหัวหน้าทีม จับมือภาคเอกชน เจาะเป็นรายประเทศ พร้อมสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทยโปรโมตให้เป็นที่รู้จัก...

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 57 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานผลักดันการส่งออกสู่ตลาดใหม่ โดยเน้นตลาดอาเซียน จีน ตะวันออกกลาง  ละตินอเมริกา รัสเซีย และซีไอเอส (ประเทศที่เคยอยู่เป็นอาณานิคมของสหภาพโซเวียต) และแอฟริกา โดยให้ทูตพาณิชย์ที่เคยทำงานในประเทศนั้นๆ และกลับมาทำงานที่กรมฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และได้เชิญสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย

"คณะทำงานชุดนี้จะช่วยกันวางแผนบุกเจาะตลาดใหม่เป็นรายประเทศ จากเดิมที่มีแผนเป็นรายภูมิภาค โดยจะมาช่วยกันดูว่า ในตลาดใหม่เป้าหมาย มีสินค้าอะไรที่มีโอกาส มีศักยภาพเพิ่มยอดส่งออก เน้นสินค้าที่ไทยส่งออกมาก 10 อันดับแรก เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ฯลฯ จากเดิมที่จะเน้นแค่ไม่ใช่ไม่กี่ตัว อย่างของใช้ในบ้าน จากนั้นจะมาทำแผน เพิ่มกิจกรรมผลักดันยอดส่งออก"

สำหรับแนวโน้มตลาดใหม่ที่กรมฯ ให้ความสำคัญ พบว่าอาเซียนจะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งอาเซียนเดิมและอาเซียนใหม่ ในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ส่วนตลาดจีน จะเพิ่มความสำคัญในการขยายตลาดเข้าสู่เมืองทางฝั่งตะวันตก และกำลังพิจารณาเปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น สำหรับตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา รัสเซีย และซีไอเอส และแอฟริกา ภาพรวมเศรษฐกิจยังขยายตัวตามเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังมีโอกาสสำหรับการผลักดันการส่งออกสินค้าไทย พร้อมกันนั้น กรมฯ ยังมีแผนสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทย เพื่อให้ผู้ซื้อในตลาดใหม่รู้จักสินค้าไทยมากขึ้น

"กรมฯ กำลังคุยกับภาคเอกชน รวบรวมข้อมูลว่าไทยผลิตสินค้าอะไรเก่งบ้าง เช่น ยานยนต์ผลิตได้ปีละ 2 ล้านคัน ผลิตและส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าในระดับโลก เป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก เป็นต้น แล้วมาทำแผนพีอาร์ ทำข้อมูลที่จะให้รายละเอียดเป็นรายอุตสาหกรรม ซึ่งจะพีอาร์ผ่านสื่อต่างๆ ในประเทศเป้าหมาย เพื่อโปรโมตให้ลูกค้ารู้จักไทยมากขึ้น และส่งผลต่อการซื้อสินค้าไทยเพิ่มขึ้น".

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้