วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปลัดคลัง' แจง 'AFMM' ยันศก.ไทยยังแกร่ง พิษการเมืองไม่กระทบAEC

"ปลัดคลัง" แจงที่ประชุม AFMM ศก.ไทยยังแกร่ง ปีนี้โต 2.6% จากส่งออกฟื้นตัว ยันปัญหาการเมืองไม่กระทบเข้าร่วมเออีซี ขณะที่ประชุมมอง ศก.อาเซียน โตต่อเนื่อง คาดปีนี้ขยายตัว 4.7-5.3% หวั่น ศก.จีน-ญี่ปุนชะลอตัวอีก และนโยบายการเงินมะกัน...

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 57 สำนักปลัดกระทรวงการคลังได้มีเอกสารเผยแพร่ กรณี นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน (ASEAN Finance Ministers’ Meeting : AFMM) ครั้งที่ 18  ระหว่างวันที่ 4-5 เม.ย. 2557 ณ กรุงเนย์ปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า การที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทย ได้รับผลดีในสาขาการส่งออก ดังนั้น แม้ว่าจะมีผลกระทบจากการเมืองภายในประเทศ แต่อุปสงค์ภายนอกประเทศ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศ G-3 จะสามารถขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทย สามารถขยายตัวได้ที่ 2.6% ต่อปีในปี 2557

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นสอดคล้องกับ IMF ว่า การชะลอมาตรการ Quantitative Easing และผลกระทบจากความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายนั้น ยังเป็นปัจจัยที่ยังน่าเป็นห่วงสำหรับเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ แต่ด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งในภาคการเงินและปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งนั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยพร้อมรองรับความเสี่ยงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ตลอดจนการหารือเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและผลต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน โดยประเด็นหลักสำคัญ ได้แก่ 1.เศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตที่แข็งแกร่งและขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องจากปี 2556 ที่มีอัตราการขยายตัวที่ 5.1% ต่อปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศและภูมิภาคยังคงมีแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเสถียรภาพในภาคการธนาคารและภาคธุรกิจ และพื้นฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง

ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียน ในปี 2557 จะขยายตัวในอัตรา 4.7-5.3% ต่อปี ซึ่งความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาเซียน อาจจะเผชิญที่สำคัญในปี 2557 ได้แก่ 1.การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่น ซึ่งอาจจะมากกว่าที่คาดไว้ 2.ความผันผวนของภาคการเงิน และเงินทุนเคลื่อนย้าย รวมถึงปฏิกริยาตอบรับที่เกินจริงในตลาดเงิน และ 3.แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ และการดำเนินโยบายการเงินแบบหดตัวของสหรัฐฯ ซึ่งที่ประชุมครั้งนี้ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายที่มุ่งรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน และระบบการเงินเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ โดยจะพึงระวังต่อการส่งผลต่อประเทศอื่นในภูมิภาค เน้นนโยบายการปฏิรูปเชิงโครงสร้างการสนับสนุนการลงทุนในภูมิภาค รวมถึงการยกระดับความร่วมมือและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

ประเด็นต่อมา 2.แผนการรวมตัวด้านนโยบายและระบบการเงินอาเซียน (Roadmap for Monetary and Financial Integration of ASEAN) ซึ่งช่วยสนับสนุนการเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วม ภายใต้แผนการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยมีความคืบหน้าหลักใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการเปิดเสรีบริการด้านการเงิน ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ได้เสร็จสิ้นการเจรจาการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินรอบที่ 6 ได้ตามแผน และกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการระยะสุดท้าย เพื่อลงนามในร่างพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน การเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินรอบที่ 6 และเตรียมพร้อมจะเริ่มการเจรจาการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินในรอบที่ 7 ต่อไป

2.ด้านการเชื่อมโยงตลาดหลักทรัพย์ในอาเซียน ที่ประชุม AFMM ได้พิจารณาสนับสนุนการเชื่อมโยงของระบบการโอนการชำระราคา และการรับฝากหลักทรัพย์ให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งได้มีความคืบหน้าในการจัดทำบันทึกความเข้าใจ ในการกำหนดแนวทางการยอมรับมาตรฐานหน่วยลงทุนซึ่งกันและกัน ระหว่างไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมการเสนอขายกองทุนรวมข้ามประเทศในอาเซียน ซึ่งจะเปิดให้บริษัท หลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) ในประเทศที่ร่วมมือกัน สามารถนำหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ได้รับการอนุญาต แล้วในประเทศของตนไปเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปในประเทศภาคีได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

3.ด้านการเคลื่อนย้ายเงินทุน มีความคืบหน้าในการจัดตั้งเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธนาคารกลางอาเซียน ในการดำเนินมาตรการและกลไกการปกป้อง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวน ของเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต

ประเด็นที่ 3.ความร่วมมือด้านการเงินและรวมตัวทางเศรษฐกิจ มีความคืบหน้าหลักๆ ดังนี้ 1.ด้านการพัฒนาระบบระวังภัยและระบบติดตามความคืบหน้าการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งสำนักงานติดตามการรวมตัวของอาเซียนได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อใช้ติดตาม และประเมินความคืบหน้าการรวมตัวทางเศรษฐกิจและการรวมกลุ่มในภาคการเงิน

2.ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Infrastructure Fund) ได้เริ่มปล่อยกู้โครงการแรกให้กับโครงสร้างพื้นฐานในประเทศอินโดนีเซียแล้ว และจะเร่งปล่อยกู้ในระยะถัดไปให้กับประเทศสมาชิกอื่นต่อไป ขณะเดียวกัน กองทุนฯกำลังพิจารณาแนวทางลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม การระดมทุนจากตลาดเงินและตลาดทุน รวมทั้งหาแนวทางร่วมมือกับภาคเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

3.ความร่วมมือด้านศุลกากรได้เริ่มโครงการนำร่องการใช้ระบบพิธีการศุลกากร อาเซียน ณ จุดเดียว (ASEAN Single Window) ระหว่างสมาชิกอาเซียนที่มีความพร้อม 7 ประเทศระยะที่ 1 ซึ่งมีผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ และจะมีการดำเนินการระยะที่ 2 ที่เต็มรูปแบบในช่วงครึ่งแรกของปี 2014 

4.ความร่วมมือด้านภาษีอากร มีการหารือแนวทางการประสานนโยบาย และความโปร่งใสในด้านภาษีอากรระหว่างประเทศสมาชิก โดยเน้นให้สมาชิกอาเซียนที่ยังไม่จัดทำความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษี ซ้อนดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และให้หาแนวทางประสานกับกรอบความร่วมมืออื่นๆ เช่น OECD ในการพัฒนามาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านภาษีอากร และการเพิ่มประสิทธิภาพการ จัดเก็บรายได้

5.ด้านการสนับสนุนการลงทุนในภูมิภาคที่ประชุมได้เห็นชอบให้ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนานักลงทุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน ในวันที่ 20 พ.ค. 2557 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการรวมตัวของอาเซียน รวมทั้งนำเสนอจุดแข็งของอาเซียน เพื่อจูงใจให้นักลงทุนในภูมิภาคและทั่วโลกมองอาเซียนในรูปแบบภูมิภาค ซึ่งจะเป็นโอกาสที่นักลงทุนในภูมิภาคและทั่วโลก จะได้พบปะและซักถามในประเด็นนโยบาย โดยตรงกับ รมว.คลังอาเซียน

6.ด้านการเงินภาคประชาชนในการประชุมครั้งนี้ได้เห็นชอบให้สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์จัดการสัมมนาระหว่างประเทศในปี 2557 ในหัวข้อ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับประชาชนในอาเซียน ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธนาคารได้ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนฐานราก

ประเด็นที่ 4.ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการจัดประชุม AFMM ครั้งนี้ เมื่อมีการจัดทำระบบการเชื่อมโยงการดำเนินการ หลังการซื้อขายหลักทรัพย์อาเซียน ภายใต้ ASEAN Trading Link จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงของระบบการโอนการชำระราคาและการรับฝากหลักทรัพย์ เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ในอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นการสนับสนุนให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยเติบโตขึ้น จากการลงทุนของนักลงทุนในอาเซียนที่จะมาลงทุนในหลักทรัพย์

นอกจากนี้ การจัดทำบันทึกความเข้าใจในการกำหนดแนวทางการยอมรับมาตรฐานหน่วยลงทุนซึ่งกันและกัน จะเปิดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนในประเทศที่ร่วมมือกัน สามารถนำหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ได้รับการอนุญาตแล้วในประเทศของตนไปเสนอ ขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปในประเทศภาคีได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

ขณะที่กองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน ก็จะเป็นส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเชื่อมต่อกับไทย ทั้งทางด้านพลังงานและโทรคมนาคม เพื่อลดช่องว่างของระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ และเพื่อให้เกิดภาพที่สมบูรณ์ของการเชื่อมโยงระบบคมนาคมในภูมิภาค ซึ่ง รมว.คลังอาเซียน ได้ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการด้านการเงิน และการให้การศึกษาทางการเงินแก่ประชาชนฐานราก โดยเฉพาะที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จะจัดการสัมมนาในหัวข้อ การเพิ่มการเข้าถึงบริการภาคการธนาคาร สำหรับประชาชนที่ด้อยโอกาส จะเป็นเวทีที่เปิดให้ไทย ซึ่งมีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าว มีบทบาทช่วยแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับประเทศอาเซียนอื่นๆ ในขณะเดียวกัน จะเป็นการช่วยให้แรงงานเมียนมาร์ที่มาทำงานในประเทศไทย มีการโอนเงินข้ามประเทศอย่างถูกกฎหมายและอยู่ในระบบมากขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงการแถลงข่าวปลัดกระทรวงการคลังของไทย ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่างประเทศ เกี่ยวกับผลกระทบของการเมืองไทยต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนว่า ไทยได้มีการเตรียมความพร้อมในการรวมตัว ภาคการเงินมานานแล้ว และมีแผนการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน ดังนั้น การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของไทย จึงไม่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง สำหรับการประชุม AFMM ครั้งต่อไป จะจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ในช่วงต้นเดือน เม.ย. 2558.

"ปลัดคลัง" แจงที่ประชุม AFMM ศก.ไทยยังแกร่ง ปีนี้โต 2.6% จากส่งออกฟื้นตัว ยันปัญหาการเมืองไม่กระทบเข้าร่วมเออีซี ขณะที่ประชุมมอง ศก.อาเซียน โตต่อเนื่อง คาดปีนี้ขยายตัว 4.7-5.3% หวั่น ศก.จีน-ญี่ปุนชะลอตัวอีก... 7 เม.ย. 2557 13:57 7 เม.ย. 2557 14:44 ไทยรัฐ