วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อนุรักษ์ หรือ ทำลาย!!!

ระวังจุดขายสงกรานต์ไทยยุคใหม่เสี่ยง “หายนะอัตลักษณ์ชาติ”

วันสงกรานต์

ปีใหม่ของไทย ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่เรียกว่าประเพณีตรุษสงกรานต์ จนกระทั่งปี พ.ศ.2483 ยุคที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีการประกาศให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่แทน เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิทินของนานาประเทศ

แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังคงถือว่า วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย จึงได้มีการกำหนดให้วันสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13 เมษายน ตามปฏิทิน เกรโกเรียน ของชาติตะวันตก และยึดถือเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งนอกจากคนไทยแล้วยังมีชาวมอญ พม่า ลาว และชนชาติไทยเชื้อสายต่างๆ อันเป็นชน ส่วนน้อยในจีน อินเดีย ก็ถือเอาวันสงกรานต์เป็นเทศกาลฉลองวันขึ้นปีใหม่ด้วย

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตของคนไทย รวมถึงของประเทศเพื่อนบ้านที่มีธรรมเนียมคล้ายคลึงกัน เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์โดยสะท้อนภาพรวมของกิจกรรมที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร และเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู ความเคารพซึ่งกันและกัน อีกทั้งเป็นประเพณีที่ให้ความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ในสังคม โดยใช้น้ำเป็นสื่อในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน

เริ่มตั้งแต่ ก่อนถึงวันสงกรานต์ คนไทยจะมีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล และต้อนรับชีวิตใหม่ที่จะเริ่มต้นในวันปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ด้วยการทำความสะอาดบ้านเรือน การเตรียมเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ไปทำบุญ และผ้าสำหรับไปไหว้ผู้ใหญ่เพื่อรดน้ำขอพรการเตรียมอาหารไปทำบุญ ทั้งของคาว ของหวานที่พิเศษ ได้แก่การเตรียมขนมที่ถือเป็นสัญลักษณ์วันสงกรานต์ นั่นคือ ข้าวเหนียวแดงและขนมกะละแม

เมื่อถึงวันสงกรานต์ ทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทำจิตใจให้เบิกบาน ก่อนมาทำบุญ ตักบาตร หรือทำบุญอัฐิให้แก่ผู้ที่ล่วงลับจากนั้นสรงน้ำพระ ปล่อยนก ปล่อยปลาให้ไปสู่อิสระ การรดน้ำผู้ใหญ่ หรือการรดน้ำขอพร เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

ช่วงหลังจากเสร็จพิธีการต่างๆแล้ว ก็จะมีการเล่นรดน้ำ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างญาติมิตร โดยการใช้น้ำสะอาดผสมน้ำอบหรือน้ำหอม หรือจะใช้น้ำอบ รดกันด้วยความสุภาพ การก่อพระเจดีย์ทราย การเล่นรื่นเริงต่างๆ เช่น เข้าทรงแม่ศรี การละเล่นสะบ้า เล่นลูกข่าง เล่นเพลงอธิษฐาน ซึ่งเป็นไปตามความนิยมของท้องถิ่นนั้นๆ

แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันการจัดงานสงกรานต์ในหลายๆพื้นที่ที่จัดโดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกลับเน้นให้ความสำคัญ ไปกับความรื่นเริงใจ โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นอีกต่อไป ทั้งยังมีผลพวงนำมาซึ่งความเสี่ยงอันตรายทั้งตัว บุคคล และทรัพย์สิน

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน มีทั้งจากการรดน้ำพรมน้ำ ก็ได้เปลี่ยนเป็นการสาดน้ำหรือใช้ปืนฉีดน้ำที่มีความดันแรงสูง ใช้น้ำสกปรก และน้ำแข็งขว้างปา โดยเฉพาะกับรถโดยสารที่ผ่านเส้นทางนั้นๆ การแต่งกายจากเดิมที่นุ่งผ้าถุง นุ่งซิ่น หรือชุดไทยสุภาพ สวยงาม กลายเป็นแต่งกายแบบนุ่งน้อยห่มน้อย รวมถึงยังมีพฤติกรรมและการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมอีกมากมาย อาทิ การดื่มสุราและของมึนเมา การเต้นโคโยตี้ ซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่การทะเลาะวิวาท การลวนลามทางเพศ และปัญหาอาชญากรรมต่างๆ

ยิ่งล่าสุดก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสมของการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีบริษัทคนไทยเข้าไปรับจัดงาน ทั้งตั้งใจนำประเพณีสงกรานต์ของไทยไปสร้างจุดขายทางการตลาด ด้วยการนำเสนอกิจกรรมที่เน้นเรื่องความบันเทิง อาทิ การออกร้านขายของ การจัดคอนเสิร์ต เพื่อหวังผลดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศสิงคโปร์เท่านั้น

“แม้ว่าปัจจุบันหลายๆประเทศไม่สามารถรักษาเอกลักษณ์ของประ-เพณีสงกรานต์ไว้ได้อย่างดีเหมือนเดิมแล้ว แต่ลาว เขมร พม่า ยังคงมีแบบแผนการเล่นสงกรานต์ที่ดี มีการแต่งกายมิดชิด เคารพและให้ เกียรติซึ่งกันและกัน ดังนั้นผมจึงห่วงทุกอย่างของประเพณีไทย เพราะมันเปลี่ยนไปจนมองไม่เห็นของเดิม เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ก็หวังว่ายังไม่สายที่คนไทยจะช่วยกันอนุรักษ์ และรักษาประเพณีสงกรานต์ที่เป็นแบบฉบับดั้งเดิมเอาไว้ เพื่อสืบทอดให้ลูกหลานได้เรียนรู้นำไปใช้ปฏิบัติ โดยเฉพาะควรเริ่มต้นด้วยการ ทำบุญ ขอพรผู้ใหญ่ก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนการเล่นน้ำนั้น ก็ขอให้มีมารยาทและสุภาพ ตลอดจนคำนึงถึงความประหยัด ไม่ใช่ตักสาดกันโครมๆ จะทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจกัน เป็นการเริ่มต้นชีวิตที่ไม่ดีด้วย” นายสมบัติ พลายน้อย (ส.พลายน้อย)ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ สะท้อนความ รู้สึกห่วงใยประเพณีสงกรานต์ของไทยอย่างชัดเจน

ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ กล่าว ด้วยว่า ประเพณีสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ของไทย มีเอกลักษณ์ของความดีงาม ดังนั้นคนส่วนใหญ่จะทำบุญเข้าวัด แสดงความกตัญญูรู้คุณแก่ผู้มีพระคุณ ทำให้จิตใจสงบ นอกจากนี้มีความเชื่อกันมาแต่โบราณว่า ไม่ควรพูดคำหยาบคายเพราะจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี ซึ่งเมื่อก่อนจะมีการสั่งสอนกันมา แต่ปัจจุบันนี้ห่างหายกันไปหมดแล้ว ทั้งยังปล่อยปละละเลยจนทำให้ประเพณีสงกรานต์ไทยเละเทะไปหมด

ส่วนการจัดงานสงกรานต์ของประเทศสิงคโปร์นั้น นายสมบัติ พลายน้อย ให้ความคิดเห็น ว่าการจัดงานที่มุ่งแต่กิจกรรมความบันเทิงนั้น ไม่ใช่ประเพณีสงกรานต์แล้วแถมยังเป็นการทำลายวัฒนธรรมไทยอย่างสิ้นเชิง ส่วนหนึ่งต้องโทษคนไทยยุคนี้ที่ทำตัวอย่างให้เห็นวัฒน- ธรรมเพียงด้านเดียวคือ การเล่นสาดน้ำ แต่ไม่แสดงวัฒนธรรมที่ดีงามที่แท้จริงของประเพณีให้เห็น โดยเฉพาะเรื่องการทำบุญการเคารพผู้ใหญ่ จึงเป็นเหตุให้คิดกันไปว่าสงกรานต์เป็นเพียงแค่การฉีดน้ำเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมาก

เหลืออีกเพียง 4 วัน ก็ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทยแล้ว ทีมข่าววัฒนธรรม ขอฝากคนไทยทุกคน รวมถึงภาครัฐและเอกชน ไว้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ สืบสาน สาระคุณค่าประเพณีสงกรานต์ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และเป็นต้นแบบให้กับชาติอื่นๆให้คงอยู่ พร้อมกับสร้างความเข้าใจให้แก่ชาวต่างชาติได้ทราบคุณค่าที่ แท้จริงของประเพณีสงกรานต์

เพราะหากคนไทยเองยังคงมองข้ามสิ่งเหล่านั้น แล้วกลับเห็นแก่ผลทางธุรกิจหรือมองแต่ในเรื่องของการสร้างมูลค่าโดยไม่คำนึงถึงคุณค่ากันแล้ว อีกไม่นานความดีงามของประเพณีสงกรานต์ก็จะสูญสิ้น หรือกลายเป็นเรื่องที่มีแต่ในตำนานเท่านั้น ซ้ำร้ายอาจจะถูกต่างชาติฉกประเพณีอันดีงามไปใช้ในทางผิดเพี้ยน จนสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาคมโลก

ถึงเวลานั้น ถึงจะเสียดายก็คงสายจนเกินแก้แล้ว!

 

ทีมข่าววัฒนธรรม

ปีใหม่ของไทย ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่เรียกว่าประเพณีตรุษสงกรานต์ จนกระทั่งปี พ.ศ.2483 ยุคที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีการประกาศให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่แทน 7 เม.ย. 2557 13:03 8 เม.ย. 2557 06:20 ไทยรัฐ