วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมคบคิด

โดย สายล่อฟ้า

ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) ที่กลายเป็นเรื่องโจษขานกันในแวดวงการเมือง เมื่อบรรดาคนในรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยออกมาตอกย้ำถี่ๆในช่วงนี้

โดยเฉพาะกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหาและพวก กรณีกล่าวหา นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ที่เด้ง คุณถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.ไปนั่งตบยุงเป็นที่ปรึกษานายกฯ โดยมิชอบ

หรือการเข้าสู่คดีละเลยตรวจสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าวใน ป.ป.ช.หรือคำร้องให้วินิจฉัยสถานภาพความเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งยังกระฉึกกระฉัก เปิดสภาโหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้ตามเวลาที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ

และการเชือด คุณสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯและ คุณนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิฯ ที่รวบรัดกรณีแก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.เพื่อเปิดทางสะดวกให้ “คนกันเอง” ไปทำหน้าที่แทน

กรุยทางสู่สูตรนายกฯ คนนอก หรือนายกฯ นอกรัฐธรรมนูญ

ความจริงคนของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยมีความเชื่อว่า สมาชิกในขบวนการ “สมคบคิด” มีพรรคประชาธิปัตย์ กปปส. องค์กรอิสระ ส.ว.บางส่วน นักธุรกิจบางกลุ่มและคนที่ถูกเรียกขานว่าอำมาตย์ ร่วมขบวนการอยู่

หากติดตามและเอามาปะติดปะต่อตามอนุมานของพรรคเพื่อไทยก็จะเห็นว่า ทฤษฎีสมคบคิดเริ่มใช้มาตั้งแต่ครั้งการยุบพรรคไทยรักไทย ไล่เรียงมาถึงการยุบพรรคพลังประชาชน

และยังกรณีคดีสอย คุณสมัคร สุนทรเวช ตกเก้าอี้นายกฯที่ไปจัดรายการ “ชิมไปบ่นไป” แล้วก็ได้รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ภาพดื่มด่ำวัน คุณอภิสิทธิ์สวมกอดคุณเนวิน ชิดชอบ ยังติดตาตรึงใจอยู่เลย

จากนั้นอีก 3 ปี เราก็ได้รัฐบาลนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทยชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่ฉิวเฉียดจะโดนใบแดงตั้งแต่ตอนเลือกตั้งฐานไปผัดก๋วยเตี๋ยวแจกชาวบ้าน

ทฤษฎีสมคบคิดที่คนในพรรคเพื่อไทยตามแกะรอย เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง 4-5 เดือนที่ผ่านมา คนระดับคีย์แมนหลายคน ออกมาเล่าถึงขบวนการ “สมคบคิด” เป็นฉากๆแบบเปิดหน้าชนในหลายกรณีต่างกรรมต่างวาระ

พูดไปสมัยพรรคเพื่อไทยรุ่งโรจน์เป็นพรรคการเมืองที่ยิ่งใหญ่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถูกกล่าวหาอะไรแบบนี้เหมือนกัน

ไหนจะเรื่องล้วงลูก แทรกแซง หลบเลี่ยง แจก หว่าน ทุจริตเชิงนโยบาย โจมตีถึงขั้นที่ว่า จะเอาระบบประธานาธิบดีมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ซึ่งน่าจะเป็นทฤษฎีเดียวกันเพียงแค่ยุคคุณทักษิณไม่มีใครเอาคำนี้มาใช้ มันก็อีหรอบเดียวกัน เข้าทำนองหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ

ดังนั้น จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่คนใหญ่คนโตในพรรคเพื่อไทยจะออกมาล้งเล้ง ไม่ว่าเรื่องที่ล้งเล้งมันจะจริงหรือไม่จริง เพราะสังคมส่วนหนึ่งที่ถูกล้างสมองให้แบ่งขั้วก็ย่อมไม่เชื่อขั้วที่แตกต่าง

กปปส.ไม่เชื่อ นปช.–นปช.ก็ไม่เชื่อ กปปส. เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

ทฤษฎีนี้มันค่อยๆคืบคลานเข้าไปกลืนกินชีวิตคนในสังคมมาอย่างยาวนานจนถอนตัวกันไม่ขึ้น จนทำให้ ณ วันนี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยออกมาแสดงตัวเลือกข้างกันมากขึ้น

ทฤษฎีสมคบคิดที่เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรบังเอิญ ซึ่งหากเอาเหตุบ้านการเมืองของไทยไปอ้างอิงเป็นกรณีตัวอย่าง

ทฤษฎีสมคบคิดดูทรงพลังขึ้นมาทันที.

 

“เจ้าพายุ”

7 เม.ย. 2557 10:56 ไทยรัฐ