วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบ GOODYEAR EAGLE F1 DIRECTIONAL 5

หลังจากที่บริษัท Goodyear ผู้ผลิตยางรถยนต์และยางสำหรับอากาศยานชั้นนำของโลกได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากสหรัฐอเมริกาไปยังเมืองเซียงไฮ ของสาธารณรัฐประชาชนจีนในเดือนเมษายนปี ค.ศ. 2005 แล้วนั้น ค่ายยักษ์ใหญ่ของวงการยางรถยนต์เจ้านี้ก็ได้กลายเป็นผู้นำของบริษัทผู้ผลิตยางเพียงแห่งเดียวในภูมิภาค โดยมีจำนวนพนักงานมากกว่า 8,400 คนทั่วภูมิภาค ในปี 2010 Goodyear สาขานี้มีสถิติการเติบโตด้วยยอดขาย 2062 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 21% จากปี 2009 ปัจจุบัน ในปี 2014 บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำแห่งนี้มีการดำเนินงานในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกโดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ตลาดอุปกรณ์ทดแทนและตลาดอุปกรณ์ดั้งเดิม โดยได้ขยายสาขาที่ครอบคลุมไปถึงการออกแบบและผลิตยางสำหรับรถบรรทุกขนาดเล็ก รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ ยางสำหรับรถออฟโรด ยางสำหรับรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ยางรถบ้านทั่วไปและล้อสำหรับอากาศยานพาณิชย์

Goodyear มีโรงงานผลิต 7 แห่งในภูมิภาคเอเซียและแปซิฟิก ในประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซียและประเทศไทย ในตลาดยางที่มีการเติบโตสูงในประเทศจีนและอินเดีย Goodyear ใช้กลยุทธ์เพื่อรองรับการบริโภคภายในประเทศรวมถึงการผลิตยางเพื่อป้อนการใช้งานทั้งภายในและส่งออก ทำการลดต้นทุนการผลิตที่สูงด้วยการใช้นวัตกรรมใหม่ที่คิดค้นโดยวิศวกรของบริษัท ขยายตัวสู่ประเทศที่มีต้นทุนในการผลิตต่ำ ในปี 2015 Goodyear ตั้งเป้าหมายว่าจะมุ่งส่งเสริมมูลค่าสินค้าด้วยการขยายและพัฒนาโรงงานให้สามารถรองรับทั้งตลาดอุปกรณ์ดั้งเดิมและตลาดอุปกรณ์ทดแทน เมื่อเดือนมิถุนายนของปี ค.ศ. 2008 บริษัท Goodyear ได้ทำการสร้างโรงงานผลิตยางที่ทันสมัย ใช้กระบวนการผลิตภายในโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเมืองปูหลาน ประเทศจีน ใช้มูลค่าการลงทุนประมาณ 700 ล้านเหรียญ ซึ่งภายในปี 2015 โรงงานแห่งนี้จะช่วยรองรับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนที่ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านตัวเลขของผู้ใช้รถยนต์ โรงงานแห่งใหม่นี้ยังช่วยให้ Goodyear สามารถย้ายฐานการผลิตทั้งหมดจากโรงงานที่กำลังดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันที่ตำบลชาเหอเค่า เมืองต้าเลี่ยน ไปยังโรงงานแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่า ทันสมัยมากกว่าและช่วยรักษาสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า การย้ายฐานการผลิตทั้งหมดจากเมืองต้าเลี่ยนไปยังปูหลานมีกำหนดเสร็จสิ้นในปี 2012 และกำลังการผลิตจะเริ่มต้นขึ้นภายในปี 2013 นี้


บริษัท Goodyear เชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ยางรุ่นใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วยยางซิ่งสมรรถนะสูงรุ่น Eagle F1 Directional 5 บนตัวรถ Ford New Focus โดยนำรถทดสอบรุ่นดังกล่าวมาใส่ยางของ Goodyear รุ่น Eagle F1 Directional 5 ขนาดยาง 215/45R17 แล้วให้สื่อมวลชนลองขับทดสอบระยะยาว 1 เดือนเต็มเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของยางรุ่นใหม่ การทดสอบแบ่งออกเป็นสองช่วง ซึ่งมีทั้งการขับทดสอบขับขี่ในเมืองและการขับทดสอบระยะไกล ตามความเป็นจริงจากสภาพการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน


การทดสอบยางรุ่น Eagle F1 Directional 5 ของค่าย Goodyear บนตัวรถ Ford Focus 5 ประตูแฮตช์แบค เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นการขับแบบปกติทั่วไป โดยบางครั้งใช้ทำการทดสอบการวิ่งฝ่าสภาพพื้นถนนที่มีความหลากหลาย ทั้งถนนปูนซีเมนต์และถนนลาดยางมะตอย การทดสอบยางรุ่นดังกล่าวต้องการจับความรู้สึกด้านการใช้งานและการควบคุมตัวรถโดยใช้การหักพวงมาลัยไปมาเพื่อทดสอบอัตราการยึดเกาะของยาง Eagle F1 Directional 5 กับผิวแทรคในสภาวะต่างๆ เพื่อทดสอบสมรรถนะและประสิทธิภาพของยาง Eagle F1 Directional 5


Goodyear Eagle F1 Directional 5 มีส่วนผสมของเซริก้ากับโพลิเมอร์โมเลกุลสูง รวมถึงยางกับน้ำมันและส่วนประกอบทางเคมีซึ่งเกิดจากการคิดค้นพัฒนาของวิศวกร Goodyear โดยใช้เทคโนโลยี Sport Grip ใช้การออกแบบดอกยางส่วนกลาง ดอกยางบริเวณไหล่ยางให้มีรูปแบบที่ประสานการยึดเกาะรวมถึงการเบรกในทุกสภาวะ ลายดอกยางในรุ่น Eagle F1 Directional 5 ถูกดีไซน์ให้มีความต่อเนื่อง ช่วยทำให้การรีดน้ำอยู่ในระดับที่ดี ตัวยางยังมีเสียงที่เกิดจากการบดไปกับพื้นถนนลดลงจากการออกแบบให้ลดแรงต้านกับผิวถนนโดยไม่สูญเสียแรงยึดเกาะที่ดี เมื่อลองหักพวงมาลัยไปมาที่ความเร็วสูง ยางสูตรใหม่นี้ก็ยังแทบจะไม่มีเสียงดังลอดเข้ามาให้ได้ยิน ถึงแม้ตัวรถทดสอบจะเป็นรถ Focus แบบ 5 ประตู แฮตช์แบค ที่มีการเก็บเสียงด้อยกว่ารถยุโรปราคาแพงอย่าง Mercedes Benz หรือ BMW ก็ตาม อัตราการยึดเกาะอยู่ในระดับที่ดีและให้ความมั่นใจจากลายดอกยางที่ออกแบบให้ส่งถ่ายความรู้สึกของกริ้บที่ออกมาในแนวหนึบแน่น แรงยึดเกาะของหน้ายางที่สำผัสไปกับผิวถนนมีความสมบูรณ์แบบ แม้ระดับความเร็วที่เพิ่มขึ้นบนทางโค้งก็ยังสามารถควบคุมรถทดสอบที่ใส่ยางรุ่นนี้ได้อย่างสบาย


การทดสอบการวิ่งของยางรุ่น Eagle F1 Directional 5 บนตัวรถ Ford Focus 5 Door Sport 2.0L ท่ามกลางสภาพของผิวถนนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ จากสภาพเส้นทางการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน หน้ายางจะต้องสัมผัสกับน้ำในบางครั้ง เมื่อพบกับสภาวะฝนตกและมีน้ำฝนปกคลุมผิวการจราจร อาการของการเหินน้ำแทบไม่ปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อยเมื่อต้องขับเข้าสู่ทางที่มีน้ำเจิ่งนอง จากการออกแบบลักษณะลายดอกยางด้านข้างเพื่อการรีดน้ำ การเบรกอย่างเต็มกำลังในสภาพผิวทางที่เปียกชื้นก็ยังทำตัวเลขระยะทางของการเบรกได้ดีแทบไม่แตกต่างกับการเบรกในสภาวะปกติ ตัวรถยังคงมีอาการที่มั่นคง ถึงแม้ระบบป้องกันล้อล็อก ABS กับระบบช่วยเสริมแรงเบรก EBD ของรถ Focus จะต้องทำงานอย่างหนักกับการขับขี่ทดสอบในครั้งนี้ก็ตาม งานวิศวกรรมโครงสร้างที่แข็งแกร่งของยาง รุ่น Eagle F1 Directional 5 จาก Goodyear ยังใช้แก้มยางที่เสริมด้วยเส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์แทนการเสริมด้วยขดลวดแบบเก่า ทำให้การบิดตัวลดลงและส่งผลไปถึงการควบคุมที่ง่ายดายขึ้นต่อทุกสภาพเส้นทาง

หลังจากทดสอบการรีดน้ำและระยะทางในการเบรกกับผิวถนนที่เปียกชุ่มผ่านไป เมื่อลองขับทดสอบการบิดตัวของแก้มยาง โดยใช้การหักพวงมาลัยไปมา บนระยะทางกว่า 100 เมตรคล้ายกับการขับแบบสลาลม การทดสอบในช่วงนี้พบว่าพวงมาลัยของรถทดสอบ ซึ่งใช้กลไกการบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าให้ผลการขับขี่ปกติ ระยะการหมุนแบบเต็มกำลังของพวงมาลัย ซ้ายที-ขวาที ส่งผลไปยังระบบเพาเวอร์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทำให้ต้องทำงานอย่างหนัก จนระบบแปรผันน้ำหนักต้องตอบสนองต่อความเร็วที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่หักพวงมาลัย กลไกของชุดบังคับเลี้ยวแบบเพาเวอร์ไฟฟ้าบนตัวรถ Focus ทำงานร่วมกับช่วงล่างและความสดใหม่ของยางทดสอบ Eagle F1 Directional 5 บวกกับอุณหภูมิของผิวถนนที่สูงถึง 55 องศาเซลเซียส สภาวะของการยึดเกาะรวมถึงการเบรกแบบเต็มกำลังบนยางรุ่นใหม่ Eagle F1 Directional 5 ยังคงมีตัวเลขที่รับได้ หากการทดสอบในครั้งนี้ใช้รถ BMW Mercedes Benz หรือ Audi ผลลัพธ์ก็น่าจะมีตัวเลขที่ดีกว่านี้จากระบบห้ามล้อที่เหนือกว่ากันอยู่พอสมควร


วิศวกรชาวออสเตรียนของ Goodyear ซึ่งชี้ให้เห็นถึงเทคโนโลยี Sport Grip บนหน้ายางรุ่น Eagle F1 Directional 5 ด้วยการผสมผสานของเส้นดอกยางส่วนกลางที่หนาขึ้น ดอกยางด้านข้างที่ต่อเนื่องด้วยวัสดุโพลิเมอร์กับสารประกอบแบบเดียวกันกับที่ใช้งานในยางรถแข่ง การออกแบบไหล่ยางแบบปิดทำให้ลายดอกยางมีความลึกเพิ่มขึ้น ช่วยลดแรงต้านกับผิวถนนและส่งผลไปถึงเสียงรบกวนที่ลดลง ยืดอายุใช้งานได้นานถึง 70,000 กิโลเมตร จากการทดสอบอย่างหนักทั้งในห้องปฏิบัติการพิเศษและในการทดสอบวิ่งใช้งานจริงทั่วโลก ร่องดอกยางของรุ่น Eagle F1 Directional 5 มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ช่วยกระจายแรงบิดและเพิ่มผิวสัมผัสกับพื้นถนน ส่วนผสมของยางยังช่วยลดการสึกหรอซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนภายในศูนย์ทดสอบของ Goodyear ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ยาง Goodyear รุ่น Eagle F1 Directional 5 มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 195/50/R15 ไปจนถึง 245/40/R19

 

ที่ Goodyear Innovation Center ในลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นสำนักงานในการคิดค้น พัฒนาและทดสอบยางรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะออกวางขายในอนาคต วิศวกรกำลังมุ่งมั่นในการพัฒนายางต้านทานการหมุน การยึดเกาะกับพื้นผิวถนนที่เปียกชื้น ลดระดับความดังของยางในขณะที่กำลังหมุน บนความท้าทายของการคิดค้นที่จะทำให้ยางมีแรงต้านการหมุนลดลงแต่ยังคงประสิทธิภาพของการยึดเกาะไว้เหมือนเดิมทั้งในสภาพถนนที่เปียกและแห้ง วิศวกรของ Goodyear ใช้การออกแบบลวดลายดอกยางในห้องทดลองรวมถึงปรับใช้วัสดุส่วนผสมที่มีความลงตัวในเนื้อยาง ทำให้บริษัทผู้ผลิตยางเก่าแก่ยี่ห้อนี้สามารถรักษาสมดุลที่ดีในระหว่างการใช้งาน ด้วยการมุ่งเน้นไปที่น้ำหนักและเนื้อที่ของยางที่จะไม่ส่งผลไปถึงการสิ้นเปลืองแรงในขณะที่กำลังหมุน ส่วนของการยึดเกาะขึ้นอยู่กับการออกแบบลายของดอกยางโดยแยกลายดอกยางออกจากโครงสร้างชั้นในทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ทำให้ Goodyear สามารถพัฒนายางที่ตอบสนองต่อการใช้งานบนการขับขี่ที่ปลอดภัยมากขึ้น มาตรฐานของการกำหนดคุณสมบัติของยางรถยนต์ที่เข้มงวดขึ้นในทวีปยุโรปส่งผลให้ทุกบริษัทผู้ผลิตยางต้องเร่งค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งการเลือกใช้วัสดุที่จะนำมาผสมก่อนขึ้นรูปและการออกแบบลวดลายของหน้ายาง สมรรถนะในการวิ่งใช้งานทั้งระดับของการยึดเกาะ เสียง การส่งสัมผัสไปยังพวงมาลัยที่มีต่อสภาพของเส้นทางโดยเชื่อมโยงผู้ขับให้เข้าถึงความรู้สึกในทุกๆ ด้าน รวมถึงสมรรถนะที่ดีในการเบรก ในอนาคตมาตรฐานดังกล่าวจะถูกปรับให้สูงขึ้นเพื่อรองรับความปลอดภัยในการใช้ยวดยานซึ่งค่าย Goodyear มีพัฒนาการที่ต่อเนื่องในการคิดค้นยางรุ่นใหม่ให้เข้ากับการใช้งานและกฎข้อบังคับของทางการ


ความท้าทายใหม่ของปี 2014 คือ ยางจะต้องมีเสียงลดลงกว่าเดิมถึง 50% จึงจะผ่านมาตรฐานของค่ากำหนดในทวีปยุโรป ทำให้แผนกค้นคว้าและทดสอบยางรุ่นใหม่ของ Goodyear มีงานล้นมือที่ต้องเร่งทำการทดสอบก่อนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์รุ่นใหม่ ช่างทดสอบของ Goodyaer จะทำการติดตั้งไมโครโฟนทั้ง 2 ด้านของลู่วิ่ง เมื่อจับระดับเสียงที่เกิดจากการสัมผัสไปบนผิวถนนของยางก็จะนำค่าที่บันทึกไว้มาปรับปรุงจนสามารถผ่านค่ามาตรฐานที่เข้มงวดในด้านระดับความดังของเสียงยาง และเพื่อให้เกิดความแม่นยำอย่างสูงสุด ผิวของถนนที่ใช้ทดสอบภายใน Goodyear Innovation Center ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยใช้ผิวคอนกรีตที่มีขนาดความกว้างของร่อง 8 มิลลิเมตร พื้นผิวส่วนบนหนามากกว่า 30 มิลลิเมตร โดยเป็นไปตามกฎข้อบังคับทั้งหมด ผลที่ได้จากการทดสอบมีความแม่นยำและสามารถปรับเสียงของยางให้เข้ากับมาตรฐานความเงียบที่กำหนดขึ้นใหม่โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2012


ส่วนการทดสอบการลดแรงต้านในยางรุ่นใหม่ Eagle F1 Directional 5 ของ Goodyear ใช้ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนายาง ซึ่งเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ มีแท่นหมุนยางเพื่อทำการคำนวณแรงที่เข้ามากระทำในระหว่างการหมุนในทุกระดับความเร็ว ณ จุดที่ลูกกลิ้งกับยางมาบรรจบกัน มีการอ่านค่าจากสองจุด จุดแรกคือที่ระดับความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยยางจะรับน้ำหนัก 80% ของน้ำหนักบรรทุกที่กำหนดไว้ ส่วนจุดที่ีสองจะวัดด้วยความเร็วเท่าเดิม แต่ให้ยางแบกรับน้ำหนักน้อยลง 10% จากนั้นวิศวกรจะทำการคำนวนหักลบกับแรงเหวี่ยงของลูกกลิ้งและกลไกต่างๆ เพื่อหาค่าที่แท้จริงมาปรับใช้ให้เกิดความสมบูรณ์สูงสุดของประสิทธิภาพในการลดแรงต้านที่จะส่งผลไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง


งบประมาณในการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางของบริษัท Goodyear มีมากพอในการวิจัยและพัฒนาเพื่อทำการผลิตยางรุ่นใหม่ๆ ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก ผู้ผลิตอย่างบริษัท Goodyear มีความสามารถในการคิดค้นยางให้ผ่านกฎเกณฑ์อันเข้มงวดของทางการในทวีปยุโรป และกำลังใช้เทคโนโลยีที่สั่งสมมานานนับร้อยปีเพื่อสร้างยางรถยนต์คุณภาพสูงที่มีความเหมาะสมกับทุกระดับของการใช้งานในทุกพาหนะของมนุษย์ที่จำเป็นต้องใช้ถนนหรือรันเวย์ในการเคลื่อนที่เดินทาง สิ่งต่างๆเหล่านี้คงจะช่วยสร้างความปลอดภัยในการเดินทางที่นับวันจะมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเมื่อมองดูตัวเลขความเร็วของรถยนต์ในยุคนี้ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาในการก่อตั้งบริษัท Goodyear ที่รถยนต์ในยุคนั้นมีความเร็วสูงสุดเพียง 20-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

บริษัท Goodyear แนะนำยางรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด เชิญสื่อมวลชนลงทำการทดสอบสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ รุ่น Eagle F1 Directional 5 ในสภาพการใช้งานจริงบนการขับขี่ในชีวิตประจำวัน... 7 เม.ย. 2557 10:24 11 เม.ย. 2557 10:43 ไทยรัฐ