วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
8 เม.ย. 2557 05:17 น.
การแข่งขันใกล้จบ นึกถึงเพลง "กราวกีฬา"

การแข่งขันใกล้จบ นึกถึงเพลง "กราวกีฬา"

โดย ซูม
8 เม.ย. 2557 05:17 น.
  • Share:

คนไทยเรารู้จักเพลง “กราวกีฬา” ที่ประพันธ์โดย “ครูเทพ” หรือเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนชั้นประถม เพราะถือเป็นเพลงบังคับที่เด็กไทยจะต้องร้องทุกคนในชั่วโมงพลศึกษา

แต่กระนั้น ปรัชญาหรือแก่นแท้ของเพลงกราวกีฬาก็มิได้ซึมเข้าไปในสายเลือดของคนไทยเท่าไรนัก โดยเฉพาะแก่นตอนหนึ่งที่ว่า “กีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน”

เนื่องเพราะคนไทยยังเต็มไปด้วยกิเลส และหลายๆคนก็ยังไม่เป็นคน กลายเป็นสัตว์ป่าที่โหดร้าย ชอบตี ชอบต่อย ชอบยกพวกลงไปรุมเตะรุมกระทืบคู่ต่อสู้หลังการแข่งขันอยู่เนืองๆ

หรืออีกแก่นหนึ่งที่ครูเทพสอนว่า “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ไว้ใจได้ทั่วทั้งรักชัง” นั้น เด็กไทยและคนไทยจำนวนมากก็ยังไม่รู้แพ้ไม่รู้ชนะ และนอกจากไม่รู้อภัยแล้วยังอาฆาตมาดร้ายเอาเสียอีก

ดังจะเห็นได้จากกรณีฟุตบอลแพ้ แต่กองเชียร์ไม่แพ้ เกิดเรื่องเกิดราวตะลุมบอนกันอยู่เสมอๆ หลังการแข่งขัน

ไม่เพียงแต่ฟุตบอลเท่านั้น กรณีไม่รู้แพ้ ไม่รู้ชนะที่ว่านี้ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในทุกๆประเภทกีฬา และถ้าจะว่าไปแล้วเกิดในทุกๆการแข่งขันด้วยซ้ำ

รวมทั้งการแข่งขันทางด้านการเมืองในทุกระดับ นับตั้งแต่ระดับล่างสุด หมู่บ้าน ตำบล จังหวัด ขึ้นไปจนถึงระดับชาติ

ประเทศไทยของเราจึงเต็มไปด้วยการร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งความ รวมไปถึงฟ้องศาลในบางเรื่องบางกรณี ทุกๆครั้งที่การแข่งขันทางการเมืองจบลง เพราะความไม่รู้แพ้ของคนไทยบางกลุ่มบางเหล่า

จริงๆแล้ว คนดูกีฬาที่ไม่รู้แพ้ รู้ชนะ และไม่รู้อภัยมีอยู่ทั่วโลกนั่นแหละ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา ผู้คนมักจะเอาแต่ชนะอย่างเดียวเท่านั้น พอแพ้ขึ้นมาก็หาเหตุทักท้วงและก่อความวุ่นวายอยู่ร่ำไปเป็นข่าว ใหญ่อยู่เสมอๆ

จึงไม่แปลกอะไรที่ประเทศไทยเราซึ่งอยู่ในระดับกลางๆของการพัฒนา คือไม่ถึงกับ “ด้อย” พัฒนา แต่ก็ยังไม่พัฒนาเต็มที่...จะยังคงมีนิสัยแพ้ไม่เป็นติดตัวอยู่ค่อนข้างมาก

ประเทศพัฒนาแล้วก็ใช่ว่าจะรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัยไปเสียหมด...ประเทศที่ยังยอมรับความพ่ายแพ้ในการดูกีฬาไม่ได้ยังมีเยอะ เช่น อังกฤษ อิตาลี เป็นต้น

โดยเฉพาะอังกฤษเป็นชาติที่ขึ้นชื่อในเรื่องไม่รู้แพ้รู้ชนะและไม่รู้อภัยมากกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นใด เพราะเวลาแข่งฟุตบอลระดับนานาชาติทีไร กองเชียร์อังกฤษมักจะมีเรื่องมีราวที่นั้น

แต่อังกฤษเขาก็เสียเฉพาะเรื่องเชียร์ฟุตบอลเท่านั้น อย่างอื่นๆ เขาดีหมด โดยเฉพาะการแข่งขันทางการเมืองนั้น ต้องยกให้นักการเมืองอังกฤษเป็น 1 ในตัวอย่างของนักแข่งขันที่ดี รู้แพ้รู้ชนะเป็นอย่างดียิ่ง

สำหรับประเทศที่ได้ชื่อว่า รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัยมากที่สุด ในการแข่งขันทุกประเภท คงต้องยกนิ้วให้สหรัฐอเมริกา เพราะเราแทบจะไม่ได้ยินเรื่องการประท้วงหรือการอาละวาดวุ่นวาย หลังการแข่งขันเลย

อย่างดีก็โห่นิดหน่อย พอโห่แล้วก็จบกัน

ยิ่งในทางการเมืองยิ่งต้องปรบมือให้ เพราะนักการเมืองสหรัฐฯเป็นนักการเมืองที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งในปรัชญาข้อนี้มากกว่าทุกชาติ

เวลาแข่งขันเขาจะแข่งดุมาก ยิ่งมาในช่วงหลังๆ ใช้วิธีดุดัน หยาบคาย ทำลายล้าง พอๆกับในประเทศด้อยพัฒนาเลย

แต่ทันทีที่การแข่งขันจบ หรือนับคะแนนเสร็จ บางครั้งยังไม่เสร็จดีด้วยซ้ำ แต่รู้แล้วว่าแพ้เขาจะยกหูโทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับคู่ต่อสู้ทันที

จากนั้นก็ยอมรับความพ่ายแพ้ ให้ความร่วมมือในการบริหารประเทศ และจะไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอย่างเต็มใจและเต็มที่ เพื่อรอวันกลับมาสู้ใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า

การเมืองของเขาจึงราบรื่น การบริหารประเทศจึงราบรื่น อาจติดขัดอะไรบ้าง เขาก็ช่วยกันหาทางออก ลดทิฐิ ลดมานะ ทำให้ชาติของเขาเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นทุกๆวัน

ที่ผมหยิบเพลง “กราวกีฬา” มาเขียนถึงในวันนี้ ก็เพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้า การแข่งขันบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ประเทศไทยของเราต้องประสบความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงกำลังจะจบลง

จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้

ผมก็อยากจะเห็นฝ่ายที่แพ้ แพ้เป็น คือยอมรับความพ่ายแพ้ เก็บความเสียใจ เสียดาย และความผิดหวังเอาไว้ เพื่อเตรียมตัวสู้ใหม่ในโอกาสหน้า

ฝ่ายชนะก็ต้องชนะให้เป็น คือรู้จักคำว่าอภัยด้วย อย่าไปไล่ฝ่ายแพ้เสียจนติดมุม หรือยังกระทืบเขาอีกทั้งๆที่เขายกมือยอมแพ้

ขอดวงวิญญาณ “ครูเทพ” จงช่วยดลบันดาลให้ทั้งฝ่ายแพ้และฝ่ายชนะ ในความขัดแย้งที่จะจบลงในเร็วๆนี้ จงรู้จักให้อภัยด้วยเทอญ.

 

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้