วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยแลนด์ จั๊งซี่ !!!

เพียงแค่ 1 เดือนเศษ วงการการบินก็มีเรื่องแปลกๆ พูดถึงอย่างหนาหูในเมื่อทั้งกรณีเที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ และเที่ยวบิน DD7105 ของสายการบินนกแอร์ เกิดปัญหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการตรวจสอบเอกสารการเดินทางทางอากาศอย่างที่คนทั่วโลก หรือแม้แต่คนไทยด้วยกันเองยังนึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นด้วย!

จำกันได้มั้ยครับว่า เหตุการณ์เที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่ขาดการติดต่อไปอย่างเป็นปริศนานั้น ทำให้เกิดมีประเด็นเกี่ยวข้องกับประเทศไทยในด้านหนังสือเดินทางปลอมที่ถูกใช้โดยผู้โดยสารชาวตะวันออกกลาง 2 รายที่ไม่ได้เป็นเจ้าของตัวจริงเสียงจริงขึ้นไปกับเที่ยวบินดังกล่าว ปัญหาถูกเชื่อมโยงมาถึงเมืองไทย เพราะ หนังสือเดินทางเล่มจริงของชาวต่างชาติตัวจริงทำหายในไทย เรื่องราวลุกลามไปถึงตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล มองว่าการทำงานตรวจสอบหนังสือเดินทางของผู้โดยสารตามสนามบินทั่วโลกไม่เคยมีระบบการตรวจสอบหนังสือเดินทางปลอมเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ข้อมูลจากอินเตอร์โพลมีตัวเลขชัดเจนว่า มีหนังสือเดินทางปลอมอยู่ทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 40 ล้านเล่ม ไม่เพียงเท่านั้น ปัญหาผู้โดยสารใช้หนังสือเดินทางปลอมไปขึ้นเที่ยวบิน MH370 ที่ต้นทางคือสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ย่อมทำให้เกิดคำถามและตามมาด้วยข้อสงสัยว่า ทำไมระบบ และอุปกรณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้า-ออกเมือง หรือ ตม.มาเลเซีย ถึงได้ผิดพลาด ละเลย หละหลวม หรือแล้วแต่จะนึกคำมาบรรยายรูรั่วจุดนี้ได้มากขนาดนี้

มาถึงเหตุการณ์ในห้วงเวลากว่า 24 ชั่วโมงกับเที่ยวบิน DD7105 ของสายการบินนกแอร์ที่มีต้นทางจากสนามบินหาดใหญ่ถึงสนามบินดอนเมืองต้องล่าช้าแบบมีสาเหตุที่ไม่ชอบมาพากล และสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันอย่างที่ไม่อยากให้เกิดกัน ในเมื่อเจ้าหน้าที่ต้อนรับบนเครื่องบินดังกล่าวไปพบผู้โดยสารชายชื่อนายอาซิส (ไม่ทราบนามสกุล) วัย 45 ปี ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว ทั้งๆ ที่ไม่มีบัตรโดยสารของเที่ยวบินดังกล่าว ไม่มีบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางติดตัวมาด้วย ทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายภายในเครื่องบินลำดังกล่าว ส่งผลให้เครื่องบินล่าช้าอย่างมาก แต่ก็เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองอย่างเรียบร้อยปลอดภัย โดยไม่มีนายอาซิส วัย 45 ปีเดินทางมากับเที่ยวบินนี้ด้วย

คำถามที่น่าสงสัย และกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ภายใน 24 ชั่วโมง คือ ชายคนดังกล่าวที่ชื่อนายอาซิส สามารถผ่านจุดตรวจค้นบัตรโดยสารคู่กับการตรวจบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางในเบื้องต้นตรงบริเวณก่อนเข้าไปถึงจุดตรวจค้นสัมภาระที่ใช้เครื่องเอกซเรย์ พร้อมกับจุดตรวจค้นโลหะต้องสงสัยและอาวุธปืนที่ใช้เจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ค้นหา ซึ่งจุดตรวจบัตรโดยสารตรงนี้เป็นภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (จริงๆ แล้วเป็นของเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานไทยทุกสนามบินที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทเอโอที) ไม่เพียงเท่านั้น ชายคนดังกล่าวยังผ่านมาถึงจุดตรวจบัตรโดยสารคู่กับบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางขั้นสุดท้าย ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าประตูทางออกจากอาคารเข้าสู่ทางเดินงวงช้างไปถึงเครื่องบิน โดยจุดตรวจตรงนี้เป็นภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สายการบินนกแอร์ (จริงๆแล้วจุดนี้เป็นของเจ้าหน้าที่ของสายการบินที่ต้องรับผิดชอบกันเอง) ชายคนนี้หลุดขึ้นไปนั่งบนเครื่องบินโดยไม่มีตั๋ว! ไม่มีบัตรประชาชน!

ไม่แปลกนะครับที่จะได้เห็นการแสดงความคิดเห็นของประชาชนซึ่งใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่อาจจะเขียนวลีที่อ่านว่า "Thailand Only" หรืออาจเป็นวลีที่ว่า "ไทยแลนด์ จั๊งซี่" กับการพูดถึงกรณีเที่ยวบินนกแอร์ DD7105 ในทำนองที่ว่าระบบรักษาความปลอดภัยของสายการบินทำไมถึงแย่ขนาดนี้ ไปจนถึงระบบการตรวจเอกสารการเดินทางของผู้โดยสารถึงได้เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายอย่างนี้ได้ และยังมีคนเป็นจำนวนมากที่นึกภาพของปัญหาเที่ยวบินนกแอร์ที่ DD7105 เชื่อมโยงไปถึงเที่ยวบิน MH370 ที่ยังค้นหาไม่เจอจนถึงทุกวันนี้ เพียงเพราะความผิดพลาดอย่างมหันต์ของเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่ถูกระบุชัดเจนในการกำกับดูแลภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ของการตรวจสอบเอกสารการบินของผู้โดยสาร

2 กรณีเกี่ยวกับ 2 เที่ยวบินนี้ในช่วง 1 เดือนเศษ ต้องเป็นกรณีสุดท้ายก่อนที่การเดินทางทางอากาศที่ผู้เชี่ยวชาญการบินล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดในโลกนั้นจะกลายเป็นการเดินทางที่เสี่ยงภัยทุกวินาที เพราะ ปัญหาอยู่ที่คนมากกว่าอยู่ที่เครื่องบิน


บัญชา ชุมชัยเวทย์

บัญชา ชุมชัยเวทย์

7 เม.ย. 2557 09:50 7 เม.ย. 2557 10:04 ไทยรัฐ