วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับอีก2ทีมฆ่า พ่อแม่ลูกหอมชง

จับอีก2ทีมฆ่า พ่อแม่ลูกหอมชง

  • Share:

น้าชายคาใจ-อ้างหลานขอสู้คดี

คำรณวิทย์ แถลงจับ 2 ผู้ต้องหาฆ่า 3 ศพตระกูล “หอมชง” พร้อมเร่งล่า “ไอ้ป้อม” มือปืนสุดเหี้ยม ที่ยังหลบหนี ตั้งค่าหัว 5 แสนบาท พร้อมเตือนชุดจับกุม มือปืนมีประวัติยิงสู้ตำรวจ ขณะ 2 ผู้ต้องหาเผยขั้นตอนฆ่าละเอียดยิบ อ้างไม่รู้คนจ้างกับเหยื่อเป็นพ่อแม่ลูก ท่ามกลางความกังขาของน้าชาย ที่ตำรวจไม่นำตัวหลานและเพื่อนสนิทมาแถลงข่าว ซ้ำตามไปคุยที่เรือนจำแล้ว หลานชายบอกปฏิเสธ และขอต่อสู้คดี

จากคดีฆาตกรรมสุดโหดสะท้อนปัญหาความรุนแรงในครอบครัว หลังพบศพ พ.อ.วิชัย หอมชง นายทหารเกษียณอายุราชการ สังกัดกรมแพทย์ทหารบก นางวนิดา หอมชง ครูโรงเรียนราชวินิตประถมบางแค และ ร.ต.ท.ธนัตถ์พง หรือธรรมนัส หรือหมวดเติ้ล หอมชง พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน 3 พ่อแม่ลูก ถูกคนร้ายใช้ปืนจ่อหัวยิงตายทีละคน ภายในบ้านเลขที่ 1279 ริมถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค เมื่อค่ำวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยตำรวจนครบาลได้เข้าสืบสวนคลี่คลายคดีจนรู้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารโหดครั้งนี้ คือนายกิตตินันท์ หอมชง หรือเต้ย อายุ 22 ปี ลูกชายคนเล็กของครอบครัว ร่วมกับเพื่อนชายคนสนิทคือนายศักรินทร์ พันธกุล หรือกอล์ฟ อายุ 22 ปี จ้างมือปืนมาสังหารพ่อแม่และพี่ชายเพื่อหวังมรดก โดยพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ได้ขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งคู่ร่วมกับกลุ่มมือปืน รวมทั้งหมด 5 คน เมื่อคืนวันที่ 5 เม.ย. ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุดนครบาลแถลงข่าวปิดคดีโหดแล้ว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายกิตตินันท์ หอมชง หรือเต้ย อายุ 22 ปี ข้อหาร่วมกันจ้างวานใช้ฆ่าบุพการี นายศักรินทร์ พันธกุล หรือกอล์ฟ อายุ 22 ปี ข้อหา ร่วมกันจ้างวานใช้ฆ่าผู้อื่น นายฉลาด เที่ยงธรรม หรืออาจารย์ป๊อด อายุ 53 ปี และนายสุระพงษ์ ชูพันธ์ หรือจ่าแอ๊ด อายุ 47 ปี ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี โดยมีนายเด่นชัย บุญกระพือ อายุ 50 ปี น้องชายนางวนิดา น้าชายนายกิตตินันท์ พร้อมญาติเข้าร่วมฟังการแถลงข่าว แต่ต้องผิดหวัง เพราะตำรวจไม่ได้นำตัวนายกิตตินันท์ และนายศักรินทร์มาแถลงข่าวด้วยโดยให้เหตุผลว่า เป็นความรุนแรงในครอบครัว ภาพที่นำเสนอออกไปจะไม่เหมาะสม รวมทั้งผู้ต้องหาอาจจะเกิดความเครียด

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า คดีนี้สรุปได้ว่า นายกิตตินันท์ ลูกชายคนเล็กรับสารภาพ ร่วมกับเพื่อนคือนายศักรินทร์ก่อเหตุฆ่าพ่อแม่ และพี่ชายตัวเอง สาเหตุจากเรื่องมรดก ก่อนที่จะติดตามจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย คือนายฉลาด คนขับรถพามือปืนไปก่อเหตุ จับได้ที่ซอยรัชดาภิเษก 16 และนายสุระพงษ์จับได้ที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เหลืออีก 1 คน คือนายสิริชัย เพิ่มพูนศักดิ์ หรือป้อม อายุ 42 ปี มือปืน อยู่ระหว่างติดตามจับกุม สำหรับนายสิริชัยเคยต้องโทษคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น ท้องที่ สน.ดินแดง เพิ่งพ้นโทษก็มาก่อเหตุฆ่า 3 ศพ อย่างอุกอาจและโหดเหี้ยม ตนตั้งรางวัลนำจับ 5 แสนบาทแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุม รวมถึงขอเตือนตำรวจให้ระมัดระวังในการจับกุม เพราะนายสิริชัยมีประวัติยิงต่อสู้กับตำรวจมาแล้ว

จากนั้นชุดจับกุมได้นำตัวนายฉลาด เที่ยงธรรม หรือป๊อด ออกมาให้สื่อมวลชนซักถามคนแรก โดยนายฉลาดกล่าวว่า ปกติเปิดแผงพระอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี ได้รับการว่าจ้างจากนายกิตตินันท์และนายศักรินทร์ โดยนายกิตตินันท์หลอกว่า พ่อถูกโกงบ้านขอให้ไปช่วยจัดการให้ ถ้ารู้ว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันตนคงไม่ทำ วันเกิดเหตุเวลาประมาณสี่ทุ่ม ตนเช่ารถแท็กซี่จากอู่ย่านห้วยขวาง ขับไปรับนายสิริชัยและนายสุระพงษ์ที่รออยู่ใกล้อู่ไปจอดรออยู่ที่สวนหย่อมใต้สะพานต่างระดับใกล้ห้างเดอะมอลล์ บางแค จนกระทั่งตีสองถึงขับรถไปที่บ้านผู้ตาย จอดรถไว้ที่เชิงสะพานห่างจากบ้านประมาณ 30 เมตร

จากนั้นนายสุระพงษ์และนายสิริชัยลงจากรถเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงปืน 3 นัด ผ่านไปสัก 10 นาที ทั้งคู่เดินกลับมาพร้อมกับพูดว่า “เรียบร้อยแล้ว”

ต่อมาชุดสืบสวนนำตัวนายสุระพงษ์ ชูพันธ์ หรือจ่าแอ๊ด ผู้ต้องหาคนที่ 2 ออกมา โดยนายสุระพงษ์กล่าวว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายกิตตินันท์ และนายศักรินทร์ที่รู้จักกันในฟิตเนส วันก่อเหตุเข้าไปกับนายสิริชัย 2 คน โดยนายศักรินทร์เอากุญแจบ้านมาให้ เมื่อไขเข้าไปได้แล้ว นายสิริชัย ยิง ร.ต.ท.ธนัตถ์พงซึ่งดูบอลอยู่ที่ชั้นล่างก่อน จากนั้น เข้าไปยิงนางวนิดา และขึ้นไปยิง พ.อ.วินัยที่ชั้นบน ระหว่างนั้น ร.ต.ท.ธนัตถ์พงลุกขึ้นมาอีก คงเป็นเพราะนัดแรกใช้มือบังไว้แล้วไม่ตาย ต้องยิงซ้ำอีก 1 นัด หลังลงมือเรียบร้อยได้หนีไปหาลูกที่ จ.สุพรรณฯ โดยนายสิริชัยโอนเงินมาให้ 1 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ตนไม่รู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน เพราะนายกิตตินันท์ไม่ได้บอก
ด้านนายเด่นชัย บุญกระพือ น้าชายนายกิตตินันท์กล่าวว่า ที่ยังสงสัยคือ ถ้านายกิตตินันท์ หลานชาย และนายศักรินทร์รับสารภาพ ทำไมไม่นำออกมาแถลงข่าว และทำแผนตามคำให้การ ตนแคลงใจและติดใจในประเด็นนี้ ตนเคารพการตัดสินใจของตำรวจ และศาล แต่ยังถือว่าหลานชายเป็นผู้ถูกกล่าวหา จะมีส่วนเกี่ยวข้องมากแค่ไหนเท่านั้น สำหรับนายกิตตินันท์ไม่ได้มีนิสัยเกเร แต่เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีรายได้อะไร ทราบว่า นางวนิดาพี่สาวตนให้เงินนาย กิตตินันท์ใช้ทุกๆ เดือน เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าหลานชายจะเป็นผู้ที่ก่อเหตุ นายเด่นชัยกล่าวว่า ตอบไม่ได้ ก่อนเกิดเหตุเขาไปกับพี่ชาย คนที่จะฆ่าพ่อแม่และพี่ชายตัวเองจะคิดวางแผนทำได้ขนาดนั้นหรือปมประเด็นขัดแย้งไม่รุนแรงถึงขนาดจ้างมือปืนมาฆ่ากัน ขอให้มีหลักฐานยืนยัน ตนยอมรับได้ แต่ตอนนี้ยังไม่กระจ่าง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หลักสอง ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยนายกิตตินันท์ หรือเต้ย ลูกชายคนเล็กตระกูลหอมชง มีสีหน้านิ่งเฉย ลักษณะเหมือนไม่เสียใจกับเรื่องที่กระทำลงไป

ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบบ้านเกิดเหตุอีกครั้ง โดย พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวว่า มีหลักฐานบางอย่างที่ยังหาไม่เจอจากการให้การของผู้ต้องหา พบเพียงหัวกระสุน 9 มม. 2 หัว พร้อมปลอกกระสุนชนิดเดียวกันอีก 4 ปลอก จากการตรวจสอบถูกยิงจากปืนกระบอกเดียว เป็นการยิงแบบใช้หมอนกด และต้องลงมือมากกว่า 1 คน สอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหา พร้อมกันนี้ ยังพบรอยรองเท้าที่ย่ำอยู่ภายในบ้าน เทียบเคียงแล้วเป็นของผู้ต้องหา พร้อมกันนี้ ยังพบทรัพย์สินมีค่าจำนวนหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญญาติของผู้เสียชีวิตเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย

“คดีนี้มีการวางแผนมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 56 มีการจ่ายค่ามัดจำกับมือปืนไว้จำนวนหนึ่ง โดยมือปืนได้มาดูลาดเลาอยู่เป็นประจำก่อนลงมือ พร้อมกันนี้ นายกิตตินันท์ยังสร้างหลักฐานลวงเจ้าหน้าที่ โดยไปปรากฏตัวตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ พร้อมทั้งใช้ตัวบุคคลยืนยันความบริสุทธิ์ตบตาเจ้าหน้าที่ สุดท้ายหนีไม่พ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน” พล.ต.อ.จรัมพรกล่าว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเช้าวันเดียวกัน ฝ่ายสืบสวน สน.หลักสอง ได้คุมตัวนายฉลาด เที่ยงธรรม และนายสุระพงษ์ ชูพันธ์ หรือแอ๊ด 2 ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุ โดยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสมมติเป็นนายสิริชัยผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี โดยนายสิริชัยเข้าไปในบ้านคนแรก มีนายสุระพงษ์ตามประกบด้านหลัง ส่วนนายฉลาด รออยู่ในรถแท็กซี่ เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้านพบ ร.ต.ท.ธนัตถ์พงอยู่ในห้องนอน นายสิริชัยใช้ปืนบังคับให้นอนคว่ำก่อนใช้หมอนวางที่ศีรษะ และจ่อยิงจนเสียชีวิต นางวนิดาผู้เป็นแม่ได้ยินเสียง ลงมาจากชั้น 2 นายสุระพงษ์ชกนางวนิดาจนล้ม ก่อนที่นายสิริชัยจะใช้หมอนวางบนศีรษะและยิงนางวนิดาตายตามลูกชาย และขึ้นไปยิง พ.อ.วิชัยเสียชีวิตคาห้องนอน จากนั้นขึ้นรถแท็กซี่ที่นายฉลาดจอดรออยู่หลบหนีกระทั่งถูกจับกุมได้ดังกล่าว

มีรายงานว่า การปิดฉากคดีฆ่าโหดครั้งนี้ เริ่มจากชุดสืบสวนตรวจสอบคำให้การของนายกิตตินันท์ และนายศักรินทร์ พบข้อพิรุธหลายประเด็น จึงนำตัวทั้งคู่มาสอบเค้น กระทั่งนายศักรินทร์เปิดปากรับสารภาพก่อน และนายกิตตินันท์ก็ยอมจำนนให้การรับสารภาพ โดยทั้งคู่รู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เรียนอยู่ปี 2 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แต่นายกิตตินันท์เรียนไม่จบออกจากบ้านมาอยู่กับนายศักรินทร์ ก่อนจะมารู้จักกับกลุ่มมือปืนในฟิตเนส โดยนายศักรินทร์ให้การว่า นายกิตตินันท์มักระบายความรู้สึกเกี่ยวกับครอบครัวที่รักพี่ชายมากกว่า เช่น พอพี่ชายเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ่อแม่เอารถยนต์ที่ใช้อยู่ให้พี่ชายใช้แทน รวมทั้งมีปากเสียงกับพ่อเป็นประจำ ล่าสุดทะเลาะกันเรื่องที่นายกิตตินันท์ ถอนเงินของพ่อ 90,000 บาท ที่ฝากไว้ในธนาคารออมสิน เอาไปเที่ยวเตร่จนหมด นอกจากนี้ นายกิตตินันท์รู้ด้วยว่าพ่อมีเงินฝากในธนาคารอยู่ประมาณ 10 ล้านบาท ก่อนเกิดเหตุ นายกิตตินันท์ได้โทรศัพท์หา ร.ต.ท.ธนัตถ์พงพี่ชาย ว่าต้องการเงิน 60,000 บาท เอาไปลงทุนกับเพื่อนเปิดฟิตเนส ด้วยความที่ ร.ต.ท.ธนัตถ์พงเป็นคนที่รักน้องชายมาก ได้ไปยืมเงินเพื่อนที่เป็น นรต.รุ่นเดียวกัน และได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวให้กับนายกิตตินันท์ ก่อนที่นายกิตตินันท์จะใช้เงินดังกล่าวจ้างมือปืนมาสังหารครอบครัวตัวเอง

ล่าสุดเมื่อค่ำวันเดียวกัน นายเด่นชัย บุญกระพือ เปิดเผยทางโทรศัพท์หลังไปพบนายกิตตินันท์ หรือเต้ย หลานชาย ที่ศาลอาญาธนบุรี ก่อนนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำว่า ได้สอบถามแล้ว นายกิตตินันท์บอกว่าไม่ได้ทำ เมื่อถามว่า ตำรวจมีหลักฐานในตอนแถลงข่าวว่า “เต้ย” ให้การรับสารภาพ แต่หลานชายบอกว่า ไม่ได้ทำ และจะสู้คดี ทั้งๆที่ตนคะยั้นคะยอแล้วให้พูดความจริงออกมา หลานชายยังบอกด้วยว่า นายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ เพื่อนสนิทก็ไม่ได้ทำด้วยเช่นกัน ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น คงจะต้องจัดการเรื่องงานศพก่อน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้