วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันศาลรธน.ตัดสิน 2ม็อบท้า วัดพลัง'มวลชน'

ต่างฝ่ายระดมพลมาชุมนุมเต็มที่หลังจตุพรประกาศเทือกรับทันทีลั่นมาครั้งนี้เอาแพ้ชนะกันไปเลย

นัดอุ่นเครื่องของกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงวันที่สอง ผู้ชุมนุมตามมาสมทบพรึบเต็มถนนอักษะ “จตุพร” ขึ้นเวทีประกาศปิดบัญชีอำมาตย์หลังสงกรานต์อาจจะก่อนหรือหลัง 18 เม.ย. ลั่นต้องชนะแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ชนะ ไม่เลิกรา ด้าน “เอกนัฏ” เย้ยยอดมวลชน นปช.สูงสุดแค่ 2 หมื่น แกนนำ กปปส.หวั่นถูกป้ายสี

ก่อเหตุรุนแรง สั่งกบดานผู้ชุมนุมสองวัน ก่อนจะเริ่มปลุกข้าราชการต้านระบอบทักษิณอีกครั้ง 8 เม.ย. ขณะที่พรรคเพื่อไทยมอบฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐาน เล็งยื่นร้องกองปราบปรามและศาลรัฐธรรมนูญดำเนินคดีเอาผิด “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ฐานล้มล้างระบอบประชาธิปไตย

จากกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นัดระดมมวลมหาชนคนเสื้อแดงแสดงพลังรอบอุ่นเครื่องที่ถนนอักษะ เพื่อต่อต้านแนวทางกลุ่มกปปส. โดยมีคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมเต็มพรึบในวันแรก และวันที่สองยังตามมาสมทบจนเต็มแน่นถนน ขณะที่กลุ่ม กปปส.ไม่เคลื่อนขบวนไปไหนใน 1-2 วันนี้

ตร.ตรวจที่เกิดเหตุยิงทหาร

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 เม.ย. พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.ดุสิต พ.ต.ท.จารุภัทร ทองโกมล รอง ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต พร้อมชุดสืบสวนและกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในซอยลิขิต หลังวัดเบญจมบพิตร แขวงและเขตดุสิต ใกล้พื้นที่ชุมนุม คปท. หลังเมื่อคืนวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะทหาร 2 นาย ส.ต.ประเสริฐ จันทร์ศรี และ จ.ส.อ.ชัยยันต์ เล็กพงษ์ ทหารสังกัด ร.29 พัน 2 ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ขณะขี่ จยย.ลาดตระเวน จากการตรวจสอบบริเวณกลางซอย พบเศษคล้ายหัวกระสุนทองแดงกระจายอยู่ทั่วเป็นแนวยาวกว่า 18 จุด และพบหัวกระสุน 11 มม. 1 หัว ตกอยู่ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมวัตถุพยาน พยานบุคคล ถ่ายภาพและหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แบบละเอียด โดย พ.ต.อ.ศุภกิจกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเป็นการ์ด คปท.หรือไม่

เตรียมเรียกพยานสเกตช์ภาพ

หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ เปิดเผยว่า ถึงแม้ที่เกิดเหตุจะมืด กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพได้เพราะถูกปรับขึ้นไปบนฟ้า แต่พยานแวดล้อมเป็นชาวบ้าน เห็นเหตุการณ์สามารถจดจำรูปพรรณใบหน้าผู้ก่อเหตุได้ จึงเตรียมประสานเพื่อออกภาพสเกตช์คนร้าย สำหรับทหารชุดดังกล่าวขี่รถ จยย.ลาดตระเวนมา 3 คัน รวม 5 คน ในเวลา 21.00 น. เป็นประจำทุกวัน ขณะเกิดเหตุรถ จยย.คันแรกถูกยิงล้มลง 2 คน รถจักรยานยนต์ทหารคันที่ 2 มากัน 2 คน เลี้ยวซ้ายไปทางโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร และจอด จยย.ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เพื่อหลบวิถีกระสุน ขณะที่ จยย.คันที่ 3 ขี่มาคนเดียวได้จอดหลบหลังต้นไม้ ห่างจากผู้ถูกยิงไปด้านหลังประมาณ 20 เมตร ส่วนผู้บาดเจ็บนั้น ล่าสุดอาการปลอดภัย โดย จ.ส.อ.ชัยยันต์ เล็กพงษ์ ถูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่บริเวณไหล่ขวา กระสุนทะลุฝังใน และ ส.ต.ประเสริฐ จันทร์ศรี ถูกยิงเข้าที่ไหล่ขวาเช่นกัน

จ่อขอหมายศาลค้น คปท.ซุกอาวุธ

เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เวทีการชุมนุมของ กปปส.ในขณะนี้ทั้งหมดมี 5 จุด คือสวนลุมพินี สะพานชมัยมรุเชฐ สะพานผ่านฟ้า ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนอักษะ โดยพบว่ามีเหตุเกิดใกล้เคียงบริเวณที่คปท.ชุมนุม มีทหารที่ตระเวนหาข่าวถูกยิง 2 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นทราบว่าวิถีกระสุนมาจากแนวการชุมนุมของ คปท. ซึ่งบ่งบอกได้ว่ามีการครอบครองอาวุธปืนอยู่ จึงให้เจ้าหน้าที่ขออำนาจศาลขอเข้าตรวจค้น และต้องเพิ่มมาตรการตั้งด่านให้เข้มแข็งขึ้น ส่วนเหตุแทรกซ้อนอื่นๆ มีเสียงประทัดยักษ์ดังบริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิต นอกจากนี้ ยังตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาพร้อมปืนพก 5 กระบอก และประทัดยักษ์อีก 1 ราย ที่บริเวณการชุมนุมถนนอักษะ

“อภิรัชต์” ชี้เหตุยิงทหารเข้าใจผิด

พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังทหาร กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยม จ.ส.อ.ชัยยันต์ เล็กพงษ์ และ ส.ต.ประเสริฐ จันทร์ศรีทหารสังกัด ร.29 พัน 2 รอ. ที่ถูกยิงด้วยอาวุธขณะออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย บริเวณพื้นที่ซอยลิขิต ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต ใกล้ที่ชุมนุมของกลุ่ม คปท. เมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.ว่า หลังการเข้ารับการรักษาขณะนี้ทหาร 2 นายปลอดภัยแล้ว ส่วนสาเหตุที่ถูกคนร้ายลอบยิงน่าจะมาจากการเข้าใจผิด ได้ไปแจ้งความที่ สน.ดุสิตแล้ว วันนี้ ผบ.ทบ.ได้สั่งกำชับให้ทหารตรวจเข้าในทุกพื้นที่การชุมนุมทั้งของ นปช. คปท. และพื้นที่ชุมนุมของ กปปส.เพื่อให้เท่าเทียมกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทหารไม่ได้ถืออาวุธเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แต่ถูกทำร้าย จะได้หมดข้อกังขาว่าทหารไม่มีอาวุธ ไม่เลือกปฏิบัติกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราอยู่เคียงข้างประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย แต่ขอให้ชุมนุมด้วยความสงบปราศจากอาวุธ

แกนนำปัดพัลวันไม่ใช่การ์ด

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ด คปท. แถลงชี้แจงกรณีเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณถนนลิขิต ใกล้พื้นที่ชุมนุม คปท. โดยมีกระแสข่าวเป็นฝีมือของการ์ด คปท. ว่าขอแสดงความเสียใจกับทหารที่บาดเจ็บ และจะส่งกระเช้าดอกไม้ไปเยี่ยมในฐานะเพื่อนบ้าน แต่เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีคนร้ายยิงระเบิดไม่ทราบชนิดเข้ามาที่ด่านแยกนางเลิ้ง จึงนำไปสู่เหตุที่ถนนลิขิต เมื่อทหารได้ลาดตระเวนจึงปะทะกับกลุ่มไม่ทราบฝ่าย ส่วนทหารที่ได้รับบาดเจ็บอ้างว่าจำหน้าได้ว่าถูกการ์ด คปท.เอาปืนจ่อหัวนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือการ์ดของ คปท. เพราะอยู่นอกพื้นที่ การให้ข่าวคงเป็นการเข้าใจผิด ส่วนที่ทหารได้ไปแจ้งความเอาผิด ก็ได้ประสานและอธิบายแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวกับ คปท. อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ทหารมีการลาดตระเวนใกล้พื้นที่ คปท. จะมีการประสานและแต่งกายในเครื่องแบบ แต่ครั้งนี้ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงแต่งกายนอกเครื่องแบบ ยืนยันว่า คปท.ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ

โจ๋ปาระเบิดปิงปองนับสิบเข้า สธ.

อีกเรื่องหนึ่ง วันเดียวกัน ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยถึงกรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นปาระเบิดปิงปองกว่า 10 ลูก เข้ามาบริเวณประตูด้านหลังกระทรวงสาธารณสุข เส้นทางถนนวัดพุทธปัญญา ใกล้ตึก อย. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมาว่าเหตุนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และไม่มีทรัพย์สินเสียหาย เพราะไม่ข้ามกำแพง แต่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรีแล้ว เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายใช้ จยย.ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมกับจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเข้ามาลาดตระเวน

ผบ.ตร.กำชับเสมอภาคทุกฝ่าย

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก ตร. แถลงว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.สั่งกำชับการปฏิบัติไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการชุมนุมให้ดำเนินมาตรการป้องกัน และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดสถานการณ์ความรุนแรงอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจจุดสกัด และการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ พร้อมให้ดำเนินมาตรการป้องกันการเผชิญหน้า ตลอดจนมาตรการป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นต่อทุกกลุ่ม ด้วยความเสมอภาคเป็นมาตรฐานเดียวกัน

จับพกปืน-ระเบิดเพิ่มอีก

รองโฆษก ตร.แถลงอีกว่า พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้รายงานผลการปฏิบัติของศูนย์ปฏิบัติการและสั่งการตามหมายจับค้างเก่า (CCOT) ต่อที่ประชุม ศปก.ตร.ว่า ระหว่างวันที่ 1-5 เม.ย.รวม 5 วัน ได้จับกุมตามหมายจับค้างเก่าได้ 6,049 หมาย แยกเป็นคดีอุกฉกรรจ์ 179 หมาย และคดีทั่วไป 5,870 หมาย ส่วนใหญ่เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ สำหรับผลการตั้งจุดตรวจจุดสกัดประจำวันที่ 5-6 เม.ย. มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 9 ราย รวมผู้ต้องหา 10 คน พร้อมของกลาง ปืน 1 กระบอก กระสุน 7 นัด มีด 4 เล่ม กัญชา 100 กรัม วัตถุระเบิดทรงกลมยาว 2 ลูก วัตถุระเบิดทรงกลม 4 ลูก ท่อพลาสติกมีชนวนดินดำ 1 ท่อ และบุคคลต่างด้าว 2 คน

สนธิกำลังคุมสถานการณ์ได้

เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การชุมนุมของ กปปส.และนปช.ต่างมีผู้ให้การสนับสนุนมากพอ หากฝ่ายการเมืองไม่คุยกันให้จบ ประเทศเราจะอยู่กันอย่างไร เมื่อถามว่า มองเป็นการระดมมวลชนเพื่อมาวัดพลังกันใช่หรือไม่

พล.ต.อ.วรพงษ์กล่าวว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีคนไม่เห็นด้วยกับอีกฝ่ายมากพอ เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ ดังนั้น ฝ่ายการเมืองควรจะคุยกันได้แล้ว ฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าทั้งทหาร ตำรวจ ในฐานะที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและความสงบของประเทศก็ได้เรียกร้องมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ผู้ชุมนุมสองฝ่ายเผชิญหน้ากันได้ โดยจะสนธิกำลังดูแลความปลอดภัยจนจบการชุมนุมของกลุ่ม นปช. และจะยังคงมีวอร์รูม
ติดตามสถานการณ์การชุมนุมจนถึงวันที่ 7 เม.ย.นี้ ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์เมื่อยอดผู้ชุมนุมลดลงก็จะปรับลดกำลังตำรวจ หากมีนัดชุมนุมใหญ่อีกก็จะปรับกำลังอีกรอบ

มั่นใจไม่มีอะไรน่าห่วง

พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังทหาร กล่าวว่า จนถึงขณะนี้สถานการณ์การชุมนุมของ นปช.ยังปกติไม่มีเหตุการณ์อะไร โดยแกนนำ นปช.ประกาศว่าจะเดินทางกลับในวันที่ 7 เม.ย. และจำนวนผู้ชุมนุมไม่มากอะไร จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม จากการตั้งจุดตรวจค้นเพื่อความปลอดภัยปรากฏว่าเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืน กระสุนปืน ระเบิดปิงปอง และมีดดาบจำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้ไม่หวังดีลักลอบนำเข้าไปในที่ชุมนุม บริเวณถนนอักษะ

พท.จ่อร้อง ตร.–ศาลเอาผิดล้ม ปชต.

ที่พรรคเพื่อไทย วันเดียวกัน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ประกาศเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ และจะนำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯว่า เป็นการล่วงพระราชอำนาจ นายสุเทพไม่เคยเห็นประชาธิปไตยอยู่ในสายตา และไม่เคยเห็นความสำคัญของประชาชน ทราบว่านายสุเทพประชุมวางแผนกับบุคคลสำคัญที่โรงแรงแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท มีการวางแผนกำหนดตัวนายกรัฐมนตรีคนกลางไว้สามคนคือ นาย พ. นาย อ. และพลเอก ป. ดังนั้นฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมหลักฐานยื่นร้องต่อกองปราบปรามในสัปดาห์หน้า และจะร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการกระทำของนายสุเทพเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ห่วงมือที่สามจ้องป่วนชุมนุมใหญ่

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของทั้ง 2 กลุ่ม คาดว่าจะเข้มข้นหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะหากศาลและองค์กรอิสระดำเนินการให้นายกฯและรัฐบาลพ้นจากหน้าที่ จะมีกระบวนการรัฏฐาธิปัตย์เกิดขึ้นทันที เมื่อถึงวันนั้นคนไทยบางส่วนจะไม่ยอมให้นายสุเทพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยแน่นอน อยากแนะนำให้นายสุเทพไปตรวจสุขภาพจิตว่าปกติดีหรือไม่ ที่จะตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ความคิดของนายสุเทพวันนี้ไม่ต่างจากฮิตเลอร์ที่เป็นเผด็จการมากกว่าประชาธิปไตย ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. และกลุ่ม กปปส.ในวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ขอชื่นชมรัฐบาล ศอ.รส.และฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลสถานการณ์ไม่ให้มีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ เพราะทราบว่ามีมือที่สามคอยจ้องป่วนอยู่เพื่อให้เกิดเหตุการณ์น้ำผึ้งหยดเดียว นำไปสู่การปะทะกัน เพื่อให้ทหารออกมาทำรัฐประหาร

ซัด “เทพเทือก” เหิมเกริมหนัก

ด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์ฯ และทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศตั้งตัวเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอรายชื่อนายกฯและ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อเป็นรัฐบาลของประชาชนว่า ขอให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ไปอ่านมาตรา 7 ให้ดี อย่าเหิมเกริมไปอ้างได้รัฏฐาธิปัตย์ จะทูลเกล้าฯใครไม่รู้ขึ้นเป็นนายกฯ นายสุเทพฯเป็นใครถึงกล้าเป็นผู้รับสนองพระบรม ราชโองการ แบบนี้ต้องเรียกว่าเหิมเกริมมาก อีกทั้งยังได้มีคนในพรรคเพื่อไทยหลายคนโทรศัพท์มาถามว่าจะจัดการอย่างไรกับนายสุเทพที่อ้างว่าได้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ เรียกว่าเหิมเกริมมาก ขอฝากเตือนไว้แค่นี้ว่าอย่าเหิมเกริมเกินไป

เสื้อแดงพรึบวันที่สองไร้เหตุวุ่น

สำหรับความเคลื่อนไหวการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.เป็นวันที่สองนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มมวลชนเสื้อแดงที่ส่วนใหญ่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ได้ปักหลักนอนค้างคืนบนถนนอักษะ ขณะที่บางส่วนแยกย้ายเข้าไปพักผ่อนภายในพุทธมณฑล ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของการ์ด นปช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่กระจายกันตั้งด่านตรวจรอบบริเวณ ส่วนเวทีปราศรัย นปช. มีการปราศรัยสลับกับการแสดงดนตรีของคนเสื้อแดง ตลอดทั้งคืนต่อเนื่องถึงเช้าวันที่สองของการชุมนุม โดยเมื่อเวลา 10.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. พร้อมแกนนำทั้งหมดขึ้นเวทีแถลงท่าที นายจตุพร ระบุว่า ขอบคุณการ์ด นปช. ตำรวจและทหารที่ดูแลความปลอดภัยการชุมนุม จนถึงขณะนี้ไม่มีเหตุความรุนแรงใดๆ

“ตู่” ขึ้นเวทีลั่นปิดบัญชีอำมาตย์

ประธาน นปช.ระบุว่า ที่นายสุเทพบังอาจประกาศจะเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการทูลเกล้าฯเสนอชื่อนายกฯคนกลางที่กล้าทำ คงเป็นเพราะได้รับสัญญาณจากฝ่ายอำมาตย์ที่ควบคุมองค์กรอิสระอยู่ เหมือนที่เคยส่งสัญญาณให้พรรคประชาธิปัตย์รู้ก่อน มีการยุบพรรคพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมา คนเหล่านี้แบ่งงานกันทำ ถ้าคนเสื้อแดงไม่ลุกขึ้นมาสู้โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เขาก็จะร่วมปล้นอำนาจอธิปไตยของคนไทยไปอีก ก่อน นปช.จะยุติการชุมนุม จึงต้องตกลงกันว่าหลังสงกรานต์ต้องทำอะไรบ้าง และจะประกาศให้ทราบในช่วงเย็น เบื้องต้นคนเสื้อแดงที่มีลูกเป็นทหารเกณฑ์ให้กลับไปบอกลูกว่า ถ้าได้รับคำสั่งมาให้ฆ่าประชาชน จงหันปากกระบอกปืนไปยังคนที่สั่ง อยากขอวัดใจทหารแตงโม และตำรวจมะเขือเทศว่าจะสู้ร่วมกับเราหรือไม่ การทำศึกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ปิดบัญชีฝ่ายอำมาต-ยาธิปไตย เราจะเดินไปสุดทางไม่ชนะ ไม่เลิกรา แกนนำ นปช.ประชุมสรุปแล้วว่าเราจะไม่แพ้แน่นอน

แหย่ท่าทีทหารหากถูกฉีก รธน.

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จะเป็นครั้งแรกครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่ผู้ก่อการยึดอำนาจรัฐ ประกาศล่วงหน้าแบบท้าทายคนไทย เหมือนการปล้นของมหาโจรที่ประกาศก่อนปล้นแรมเดือน ถามคนไทยจะสยบยอมหรือลุกขึ้นสู้ ข้าราชการทั้งหลายจะถูกคำสั่งบังคับเบ็ดเสร็จ สื่อมวลชนจะไม่มีเสรีภาพ ถูกสั่งให้เขียนตามคำพูดนายสุเทพ ภาคเอกชนจะไม่มีใครมาทำมาค้าขายกับประเทศที่เป็นเผด็จการ เหมือนเอากิจการไปอยู่ใต้เท้านายสุเทพ ประชาชนคนไหนยินยอม เท่ากับว่ายอมรับแผ่นดินนี้ไม่ใช่ของท่าน ฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เคยที่สั่งตรวจสอบกรณีคนเสื้อแดงพูดเรื่องการแบ่งแยกดินแดน มาขณะนี้นายสุเทพประกาศเป็นรัฏฐาธิปัตย์ หมายถึงฉีกรัฐธรรมนูญ ถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ยินดีไปรายงานตัว และให้ทหารนับแสนนายอยู่ใต้อำนาจหรือไม่ และในฐานะที่ดูแลความมั่นคงจะใช้มาตรการกฎหมายใดมาขัดขวาง

สักการะพระใหญ่ปลุกขวัญมวลชน

ต่อมานายจตุพรและนายณัฐวุฒิได้ออกเดินทักทายปลุกขวัญกำลังใจมวลชนเสื้อแดงที่ปักหลักอยู่บนถนนอักษะ โดยแบ่งกันเดินคนละฟากฝั่งถนน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของการ์ด นปช. ตลอดเส้นทางมีคนเสื้อแดงตะโกนให้กำลังใจว่า “สู้ๆ” บางรายปรี่เข้ามาสวมกอด จับมือ ขอลายเซ็นและขอถ่ายรูปกันชุลมุน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปสักการะองค์พระศรีศากยทศพลญาณหรือองค์พระใหญ่ ภายในพุทธมณฑล เพื่อเป็นสิริมงคล โดยบอกกับสื่อมวลชนว่า ขอพรให้ชัยชนะเป็นของคนเสื้อแดงและผู้ชุมนุมทุกคนที่มาปลอดภัย จากนั้นจึงเดินทางกลับไปยังเวทีปราศรัย โดยสลับเส้นทางกันกลับเพื่อทักทายมวลชนอีกรอบ รวมระยะทางไปกลับราว 4 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินทาง คนเสื้อแดงและการ์ด นปช.ได้รวบตัวชายที่สงสัยว่ากำลังทำท่าเหมือนจะใช้หินขว้างใส่นายจตุพร ทราบชื่อภายหลังนายเอกพจน์ โคทะแสง อายุ 30 ปี อยู่เลขที่ 125 ม.2 ต.หนองบัว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม จึงส่งตัวให้ตำรวจสอบปากคำต่อไป

กปปส.กบดาน 2 วันหวั่นถูกป้ายสี

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่สวนลุมพินีว่า ในช่วงเช้า กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับฟังการจัดรายงานสถานการณ์ข่าวของแกนนำย่อยที่สรุปสถานการณ์บ้านเมืองบนเวทีสลับกับการปราศรัยย่อยของแกนนำและเล่นดนตรี โดยนาย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า แกนนำได้หารือแล้วเห็นว่าจะให้มวลชนพักผ่อนในพื้นที่การชุมนุมโดยไม่เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปไหน เนื่องจากเป็นช่วงการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่จัดชุมนุมระหว่างวันที่ 5-7 เม.ย. เพราะหากเคลื่อนขบวนมวลชนออกไปทำกิจกรรม อาจถูกกล่าวอ้างโดยเฉพาะหากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ขึ้นจะถูกกล่าวหาว่ายั่วยุ จึงสรุปให้มวลชนพักในที่ตั้งรวม 2 วันคือวันที่ 6-7 เม.ย.นี้ ส่วนบรรยากาศช่วงบ่าย มีแนวร่วม กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล สลับกับการแสดงดนตรีและพักผ่อนเพื่อรอฟังการปราศรัยของนายสุเทพ ในช่วงค่ำ

เย้ยยอดเสื้อแดงแค่ 2 หมื่น

เมื่อเวลา 15.25 น. นายเอกนัฏแถลงว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้คำนวณตัวเลขในช่วงยอดชุมนุมสูงสุดจากภาพมุมสูง และพื้นที่การชุมนุมแล้ว เชื่อว่ามีผู้มาชุมนุมประมาณ 2 หมื่นคน แต่จากการประเมินตัวเลขของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะมีความคลาดเคลื่อนจากความจริงมาก เพราะจากพฤติกรรมของ สมช.และสตช.จะประเมินตัวเลขผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายคลาดเคลื่อนไปจากความจริง โดยประเมินยอดผู้ชุมนุม นปช.สูง แต่ประเมินยอดผู้ชุมนุม กปปส.ต่ำ ส่วนที่เวทีชุมนุมนปช.กล่าวโจมตีกลุ่ม กปปส.นั้น เราไม่ให้ราคา เพราะเป็นยุทธศาสตร์ของระบอบทักษิณ และปลุกปั่นให้ 2 กลุ่มตอบโต้กัน ทั้งที่ความจริงเป็นการต่อสู้ระหว่างภาคประชาชนกับระบอบทักษิณ

8 เม.ย. รณรงค์ ขรก.ร่วมต้าน

นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า ทั้งนี้หากรัฐบาล ไม่ยอมรับอำนาจการตรวจสอบขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญก็เท่ากับว่ารัฐบาลได้ทำลายระบอบประชาธิปไตย ทำให้ กปปส.ต้องมาออกมาเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้งเพื่อปกป้องรักษารัฐธรรมนูญ การเคลื่อนไหวใหญ่ครั้งนี้เราขอหวังพึ่งข้าราชการทุกคน โดยจะเคลื่อนขบวนเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการใช้อำนาจโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.ว่าไม่ถูกต้อง หรือการชี้มูลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีถูกร้องว่าทุจริตคอร์รัปชันในโครงการรับจำนำข้าว โดย กปปส.จะเคลื่อนไหวครั้งต่อไปในวันที่ 8 เม.ย. โดยจะเชิญชวนข้าราชการประจำให้เลิกรับใช้ระบอบทักษิณ เรายินดีจะเจรจาในการเปิดสถานที่ราชการ แต่มีข้อแม้ว่าต้องติดป้ายแสดงเจตนารมณ์พร้อมปฏิรูปประเทศไทย หยุดรับใช้ระบอบทักษิณ และไม่ให้รัฐมนตรีเข้ามามีอิทธิพลบงการราชการได้

อ้าง รธน.เปิดช่องใช้มาตรา 3

เมื่อถามว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ระบุว่า จะเป็นรัฏฐาธิปัตย์เอง จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า จุดสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือถ้าต้องสิ้นสภาพความเป็นรัฐบาลจากคำตัดสินดังกล่าว ประชาชนก็มีสิทธิที่จะมาทวงอำนาจคืนจากรัฐบาลเถื่อน ซึ่งในรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ก็ระบุชัดเจนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ส่วนใครจะใช้กรณีนี้ว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ประชาชนก็เข้าใจดีว่าเป็นอย่างไร

คปท.จัดทำบุญวันจักรี

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. พร้อมแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันทำกิจกรรมทำบุญเนื่องในวันจักรี ภายในทำเนียบรัฐบาล โดยนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นแกนนำได้ขึ้นไปอัญเชิญพระพุทธชินราชและพระไชยหลังช้าง 3 องค์ ที่ได้ประดิษฐานไว้ด้านหน้าพระพรหมบนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อย้ายไปประดิษฐานที่ชั้นลอยดาดฟ้า บนยอดตึกไทยคู่ฟ้า จุดเดียวกับฐานของธงชาติไทย พร้อมกับทำพิธีบวงสรวงพระพุทธรูป บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยผู้ชุมนุมทำกิจกรรมบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ไม่ได้เข้าไปในตัวอาคารแต่อย่างใด

สธ.เตรียมแผนรับเหตุฉุกเฉิน

ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์ และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมืองว่า ได้เตรียมความพร้อมการจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมถนนอักษะ จ.นครปฐม โดยมีจุดรับส่งผู้ป่วย 2 จุด คือ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก และสถาบันกัลยาราชนครินทร์ โดยมีทีมปฏิบัติส่วนหน้าคือ โรงพยาบาลพุทธมณฑล โรงพยาบาลสามพราน และหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินขั้นพื้นฐานจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและร่วมกตัญญูเป็นผู้ประสานกับผู้ชุมนุมเพื่อส่งผู้ป่วยต่อไปยังโรงพยาบาลนครปฐม เตรียมเตียงสำรองเพิ่ม 120 เตียง และสำรองเลือด 500 ยูนิต เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

ยอดบาดเจ็บ-เสียชีวิต 804 ราย

นพ.ณรงค์กล่าวว่า จากการปฏิบัติงานของทีมแพทย์กู้ชีพในรอบ 24 ชั่วโมง เมื่อเวลา 21.17 น. วันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดและเสียงปืนบริเวณบังเกอร์ของทหารใกล้แยกวัดเบญจมบพิตร มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีแผลที่หน้าอกขวา เจ้าหน้าที่นำส่งและพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนบริเวณเวทีชุมนุมถนนอักษะ จ.นครปฐม มีผู้ป่วยเป็นลม 6 ราย และตกท่อบาดเจ็บ 1 ราย เย็บแผลให้กลับบ้านได้ สรุปยอดรวมตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.56 จนถึง 6 เม.ย.57 บาดเจ็บรวม 780 ราย เสียชีวิต 24 ราย รวม 804 ราย ขณะนี้ยังมีผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 7 ราย

คนไทยผวาสงครามกลางเมืองปะทุ

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,434 คน ระหว่างวันที่ 1-5 เม.ย. กรณีสถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวายและมีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยร้อยละ 68.55 กังวลจะเกิดสงครามกลางเมือง เพราะใช้อาวุธก่อเหตุที่มีแนวโน้มรุนแรงบานปลาย ร้อยละ 48.36 เห็นควรให้รัฐบาลและผู้ชุมนุมต้องเจรจาอย่างสันติ ไม่ยั่วยุ ปลุกปั่นให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น โดยร้อยละ 38.69 ระบุว่า นักการเมืองยังคงเห็นแก่พวกพ้อง มุ่งหวังอำนาจและประโยชน์ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง

กทพ.ร้องม็อบเบี้ยวค่าทางด่วน

นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยกรณีที่ กทพ.ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ขึ้นทางพิเศษโดยไม่จ่ายค่าผ่านทางว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีกับศอ.รส.แล้ว โดยรับเรื่องไว้เป็นคดีกรณีพิเศษ ไม่ได้ยื่นฟ้องต่อดีเอสไอ แต่ กทพ.จำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการใดๆ กทพ.อาจถูกฟ้องร้องว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าผ่านทางดังกล่าวแทน เป็นเงินจำนวนมาก ทั้งนี้ ไม่ได้ห้ามกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ทางด่วน แต่ถ้าขึ้นใช้ก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางตามปกติ

3 เดือนเสียหายเกือบ 5 แสน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กทพ.ได้รวบรวมสถิติรถที่ฝ่าด่านขึ้นใช้ทางพิเศษโดยไม่จ่ายค่าผ่านทาง ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.-31 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ในเดือน ม.ค.-มี.ค.รวม 3 เดือน มี จยย.ฝ่าด่าน 10,657 คัน รถยนต์ 4 ล้อ 11,343 คัน และมากกว่า 4 ล้อ 1,046 คัน รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 4.9 แสนบาท การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการจราจรในทางพิเศษ พ.ศ.2555 ข้อ 4 และมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พ.ร.บ.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139 ซึ่งกำหนดโทษจำคุก ไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 8,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“โรเบิร์ต” สไกป์ถล่ม ปชป.-ป.ป.ช.

สำหรับบรรยากาศในช่วงค่ำการชุมนุม นปช.ที่ถนนอักษะ คึกคักยิ่งขึ้น มวลชนเสื้อแดงทยอยหลั่งไหลมาร่วมฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แกนนำ นปช.เริ่มสลับกันขึ้นเวทีกล่าวโจมตีองค์กรอิสระอย่างดุเดือด พร้อมทั้งประณาม พล.ต.อภิรัตน์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1 ไม่ออกมาปกป้องลูกน้องที่ถูกกระทำ ขณะที่คนเสื้อแดงกลับถูกกล่าวถึงในแง่ร้าย กระทั่งเวลา 18.00 น. นายโรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม ทนาย นปช. ปราศรัยผ่านระบบสไกป์มายังเวทีชุมนุมว่า ขณะนี้ทั้งโลกกำลังมองมายังประเทศไทย และเห็นความจริง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่เราไม่สามารถใช้คำว่าประชาธิปไตยกับพรรคนี้ ไม่สามารถให้ ป.ป.ช.ใช้คำว่าปราบปรามคอร์รัปชันได้ ไม่สามารถให้ กกต.มายึดคำว่าเลือกตั้งได้ ไม่สามารถให้ตุลาการศาล รธน.มาเรียกตัวเองว่าเป็นศาลได้ กปปส.เหมือนกลุ่มตาลีบัน ขณะนี้พยายามที่จะผลักดันให้องค์กรต่างประเทศได้รับทราบความจริง

เดิมพันนัดมวลชนวัดพลัง

จากนั้นเวลา 20.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า นายสุเทพประกาศว่าทันทีที่ศาล รธน.ตัดสินชี้มูลความผิดนายกฯจะเป็นวันนัดหมายชุมนุมใหญ่ กปปส. กลุ่ม นปช.ก็จะขอนัดหมายกับคนเสื้อแดงชุมนุมวันเดียวกับนายสุเทพบ้าง นายสุเทพมีเท่าไรขนมาให้หมด เรามีเท่าไรก็จะขนมาให้หมดเช่นเดียวกัน เราไม่ได้ต้องการจะมาปะทะ เกมนี้เป็นเกมวัดใจ คนเสื้อแดงไม่กลัวนายสุเทพและไม่กลัวกองทัพ ดังนั้น เอาวันตัดสินของศาล รธน.เป็นวันนัดชุมนุมทั้งสองฝ่าย ให้ออกมาพร้อมกัน ทั้ง กปปส.และ นปช. นี่เป็นการท้าทายคนรักประชาธิปไตย นายสุเทพนัดถนนไหน เราจะนัดอีกถนน แล้วเอาคนกลางมานับกันเลย ใครแพ้ยกแผ่นดินให้กันไปเลย ใครชนะเอาแผ่นดินไปเดิมพันอย่างนี้จะดีหรือไม่ ถ้าไม่ตัดสินใจแบบนี้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะเอาคนเก่งคนดีมาเป็นนายกฯไม่ได้ ต้องเอาเฉพาะคนหน้าด้านซึ่งมีอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

จี้ศาล รธน.เคาะวันให้ชัดเจน

จากนั้นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวปราศรัยว่า หากถามนายสุเทพและ นปช. ตอนนี้ว่าจะชุมนุมใหญ่พร้อมกันเมื่อไร คงไม่มีใครรู้ จึงขอส่งคำถามนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ออกมาประกาศวันวินิจฉัยกรณีนายกรัฐมนตรีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาฯ สมช.เพราะวันนั้นจะเป็นวันชุมนุมของทั้งสองฝ่าย หรือวัน “ไทยแลนด์ โอเพ่น เดย์” ใครอยากทำอะไรทำ แบบนี้ใช่หรือไม่ที่คุณต้องการ นปช.ไม่ได้ท้าตีท้าต่อย แต่เห็นบ้านเมืองนี้มีเสรีภาพ ขนาดมีคนประกาศเป็นรัฏฐาธิปัตย์ยังทำได้ ดังนั้นคนเสื้อแดงกลับไปนอกจากจะเตรียมการชุมนุมใหญ่ แต่ไม่ต้องฟังสัญญาณจากแกนนำนปช. ให้ฟังจากศาลรัฐธรรมนูญแทน ในวันดังกล่าวขบวนใหญ่จะเคลื่อนมารวมใน กทม. แต่ขอให้มีพลังสามารถต่อสู้ในต่างจังหวัดได้ทันทีด้วยเช่นกัน ผู้นำเหล่าทัพไม่ต้องขวัญอ่อน เพราะการประกาศต่อสู้ นปช.จะสันติปราศจากอาวุธ ไม่มีการเผชิญหน้า ต้องไม่มีใครตาย ที่จะตายคือความอยุติธรรม

ระทึกเป้ปริศนาโผล่หลังเวที

ต่อมาเวลา 21.50 น. ได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นบริเวณเต็นท์ชุมนุมศรีสะเกษ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งขวามือของเวทีปราศรัย สร้างความแตกตื่นให้กับการ์ด นปช. และกลุ่มผู้ชุมนุม จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้รับแจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัยเป็นเป้สีดำวางอยู่หลังเวที จึงมาตรวจสอบและใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายวัตถุระเบิด อย่างไรก็ตาม ภายหลังพบภายในเป้มีเพียงกระป๋องแป้ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นายณัฐวุฒิปราศรัยบนเวที จึงประกาศให้ผู้ชุมนุมไม่ต้องตกใจ เนื่องจากเป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังทุกอย่างสงบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามวลชนเริ่มทยอยเดินทางกลับ โดยแกนนำทุกคนจะขึ้นเวทีประกาศยุติการชุมนุมเวลา 07.00 น. วันที่ 7 เม.ย. และให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายกันกลับ

“เทือก” จวก นปช.ชักศึกเข้าบ้าน

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ที่เวที กปปส.สวนลุม เวลา 21.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยตอบโต้และประณามแกนนำ นปช.ที่ปล่อยให้นายโรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม ปราศรัยสไกป์ มายังเวทีชุมนุม นปช. โดยก้าวก่ายเรื่องภายในประเทศ ทั้งที่เป็นพวกลวงโลกและไม่เห็นค่าของประเทศไทยเลย อย่างไรก็ตาม สำหรับการต่อสู้ของ กปปส. 5 เดือน ที่ผ่านมา ไม่มีอาวุธ ไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่ถูกทำร้าย อีกทั้งไม่ต้องการดึงต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ต้องมาสนับสนุน จึงไม่พอใจที่จะไปเอาเลขาธิการสหประชาชาติเข้ามายุ่งนั้น ตนและผู้ชุมนุมไม่รับ มันไม่มีสิทธิ สิ่งที่ นปช.ที่ทำในวันนี้เป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ ที่เอาฝรั่งมาด่าคนไทย และระรานสถาบันของ ประเทศ เราจึงต้องตอบโต้และประณามที่ช่วยเหลือให้บังอาจมาทำแบบนี้


รับคำท้าวัดพลัง 2 เวที

นายสุเทพกล่าวต่อว่า เมื่อวันก่อนได้คุยกับเครือข่าย กปปส.ได้ข้อสรุปว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งต่อไป จะเป็นครั้งเผด็จศึก และประกาศแล้วว่าจะสู้จนชนะ ตั้งรัฐบาลของประชาชน สภานิติบัญญัติ และปฏิรูปประเทศเพื่อประชาชนทั้งหมดของประเทศ วันนี้ภาคภูมิใจได้ว่าเราจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงสมบูรณ์แบบ และไม่แบ่งแยกราชอาณาจักร ถ้าแน่จริงก็ประกาศเลยว่าถ้าแพ้จะมาเป็นทาส ส่วนที่นปช.บอกว่าหลังสงกรานต์จะมากันใหม่ นัดวันมาเลยเพื่อน ขณะนี้ของเราเตรียมตัวแล้ว ซักเสื้อผ้ารองเท้า เรามาแน่ ไม่ใช่ซ้อม แต่มาจริง มาครั้งนี้ เอาแพ้ชนะกันเลย เตรียมตัวไว้เราฉลองสงกรานต์ที่นี่ มีพิธีตักบาตร ส่วนวันที่ 15 เม.ย. จะจัดรดน้ำดำหัวตามประเพณี เมื่อผ่านสงกรานต์ไปแล้วเราก็นั่งนับวันรอ ได้สัญญาณเมื่อไร ก็ลุยทันที พวกตนจะอยู่เคียงข้างพี่น้องจนถึงวันประกาศชัยชนะ

7 เม.ย. 2557 05:22 7 เม.ย. 2557 06:07 ไทยรัฐ