วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจาะเกมส์ศึก เดิมพันดุ! เศรษฐกิจอาเซียน ไทยเป็นรองหรือไม่?

เจาะเกมส์ศึก เดิมพันดุ! เศรษฐกิจอาเซียน ไทยเป็นรองหรือไม่?

  • Share:

‘ไทยรัฐออนไลน์’ จะพาคุณไปวิเคราะห์ศึกเศรษฐกิจอาเซียน และพาไปไขประตูหาคำตอบกับคำถามที่ว่า “ประเทศไทยจะสู้ชาติอื่นๆ ในอาเซียนได้หรือไม่ ในเมื่อการเมืองไทยระอุ เศรษฐกิจสะดุดเข้าโครมใหญ่เช่นนี้?”...

ในสภาวะที่บ้านเมืองระส่ำระสาย คนไทยมีฝักมีฝ่ายคิดเห็นต่างกัน จนนำไปสู่ความรุนแรง เลือดตกยางออกอยู่บ่อยครั้ง ต่างฝ่ายต่างอ้างความถูกต้อง อ้างประชาชน อ้างเสียงส่วนใหญ่ พร้อมๆ กับหยิบยกคำว่า ประชาธิปไตย มาต่อกรกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน และมองข้ามผลกระทบทางการเมืองที่นับวันมีแต่จะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนยากแก่การรักษาเยียวยาได้โดยง่าย


จากปัญหาทางการเมืองได้กลายเป็นไฟลามทุ่งกระทบทุกภาคส่วนเป็นวงกว้าง...แน่นอนว่า ในเชิงเศรษฐกิจ ย่อมจะไม่มีทางหลีกหนีได้พ้นเป็นแน่

ณ วินาทีนี้ เราอยู่ในยุคที่ทุกประเทศในโลกต่างแข่งขันเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต่างฝ่ายต่างรีบเร่งพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้ามากที่สุด บางประเทศมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ บางประเทศพัฒนาถนนหนทางเจริญไปทุกหย่อมหญ้า หรือบางประเทศมีนักการเมืองที่มีสปิริต เมื่อบริหารผิดพลาด ก็ยอมสละตำแหน่ง แต่เมื่อมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย จึงเกิดคำถามที่ว่า “เขาวิ่งไปข้างหน้ากันหมดแล้ว พวกเราล่ะ ทำอะไรกันอยู่หรือ ?”

การลงทุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ


อีกไม่นาน เราจะต้องเข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ประเทศจะต้องอยู่ท่ามกลางบริบททางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง อันส่งผลให้ให้ประเทศต่างๆ ต้องปรับตัว เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงการรวมกลุ่มการค้ากันของประเทศต่างๆ เข้าด้วยกัน


ในเมื่อประเทศไทย ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ จะสามารถไปต่อสู้หรือแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างไร เพราะหลายๆ ประเทศ ได้ปรับตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ถูกจับตามอง เพราะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดและสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาครวมถึงประเทศไทยด้วย


สำหรับประเทศมาเลเซียก็เช่นกัน ประเทศอิสลามแห่งนี้กำลังเดินหน้าแผนพัฒนาประเทศฉบับที่ 6 โดยมีเป้าหมายคือ มาเลเซียจะต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายในปี 2020 และจะต้องเปลี่ยนโฉมจากประเทศเกษตรกรรมสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมให้จงได้


รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ได้วิเคราะห์เกมการแข่งขันของอาเซียนให้ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ ฟังว่า ประเทศไทยไม่สามารถปรับตัวให้เข้าการหมุนเวียนเปลี่ยนผันของระบบเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนาได้ เนื่องจากปัญหาทางการเมืองฉุดรั้งความเจริญเอาไว้ ทั้งในเรื่องการคอร์รัปชันของเหล่าข้าราชการและนักการเมือง


จีดีพีไทยเติบโตเพียงแค่ 4% ต่อปี และเป็นประเทศที่มีจีดีพีต่ำสุดในอาเซียน เพราะไม่มีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ และคนไทยก็มัวแต่ทะเลาะกันเองไม่จบไม่สิ้น ในขณะที่ ประเทศอื่นๆ กำลังช่วงชิงโอกาสจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและลงทุนเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการต่างๆ รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย ได้ให้มุมมองไว้อย่างน่าคิด


ส่วนประเทศที่น่าสนใจแก่การลงทุน คือ ประเทศที่เคยผ่านระบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์มาก่อน นั่นก็คือประเทศพม่า เพราะประเทศเหล่านี้มีค่าแรงถูก เหมาะแก่การลงทุนที่ต้องใช้แรงงานในการผลิต ส่วนประเทศที่น่ากลัวและเป็นม้ามืดที่สุด คือประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เพราะประเทศดังกล่าวมีสินค้าหลายประเภทที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านของการผลิต และคุณภาพ และยังเป็นสินค้าที่เป็นจุดขายของประเทศไทยอีกด้วย เพราะฉะนั้น ประเทศไทยจึงหนีไม่พ้นในเรื่องของการแข่งขันที่จะทวีความดุขึ้นทุกวัน

ข้าว-สินค้าส่งออกหลักของไทย


ดังนั้น ไทยจะต้องเร่งปรับตัวใน 3 ด้าน คือ หนึ่ง สนับสนุนให้ภาคธุรกิจ ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และสามารถกระจายสินค้าได้มากขึ้น สอง กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมและสินค้าเป้าหมายว่า จะแข่งขันในตลาดใด และสาม ปรับปรุงสินค้าระดับกลางด้วยการพัฒนาระบบการศึกษา เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่ม และปรับปรุงนวัตกรรมการผลิต


ในขณะที่ประเทศอื่นๆ กำลังวิ่งแข่งกันอย่างรวดเร็ว แต่ประเทศไทยกลับเดินอย่างเชื่องช้า มิหนำซ้ำยังสะดุดอีกต่างหาก แล้วสุดท้ายจะไปทันคนอื่นได้อย่างไร นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังทิ้งคำถามไว้

การขนส่งสินค้าทางน้ำ


ในขณะที่ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์และอดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ มองเกมอาเซียนอีกรูปแบบหนึ่งตรงข้ามกับแนวคิดข้างต้น คือ ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อเมริกา จะใช้เมืองไทยเป็นฐานในการลงทุน เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ประเทศต่างๆ ในอาเซียน เพราะเรามีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเยี่ยม ทั้งระบบไฟฟ้า ประปา การสื่อสารทุกอย่าง ได้มาตรฐานกว่าหลายประเทศในอาเซียนมาก


ถึงแม้บ้านเรา จะไม่มีรถไฟรางคู่ แต่ก็ไม่ได้มีผลเสียใดๆ มากนัก เพราะประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ใช้รถไฟ อย่าว่าแต่ระบบรถไฟเลย บางประเทศถนนก็ยังไม่มี แต่ถนนหนทางของประเทศไทยจ่อเข้าไปทุกชายแดน เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกแต่อย่างใด หากไทยจะกลายเป็นปากประตูหลักแห่งแห่งอาเซียน


ประเทศเวียดนามมีแฟนคลับของละครไทยเป็นจำนวนกว่า 1 ล้าน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้เลยว่า เรามีโอกาสสูงกว่าประเทศอื่นๆ ที่จะผลักตัวเองขึ้นมาเป็นประตูเชื่อมต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน รศ.ดร.สมภพ มองเกมเช่นนี้


ทว่าเราจะพร้อมได้ก็ต่อเมื่อ หนึ่ง คือ มีความชัดเจนของนโยบาย นโยบายที่ทำให้ต่างชาติเห็นในศักยภาพและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบคือเปิดประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเนิ่นนานแล้ว แต่ประเทสอื่นๆในอาเซียน เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน


และ สอง คือ มีรัฐบาลที่พร้อม เป็นรัฐบาลที่ที่น่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ มีนโยบายที่ถูกต้อง รัฐบาลมีเสถียรภาพ รวมถึงจะต้องมีองค์ประกอบทั้งในด้านของความเก่งและความดี หรืออย่างน้อยเป็นเพียงแค่รัฐบาลอันเป็นที่ยอมรับได้ในช่วงปี 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเกื้อหนุนให้รัฐบาลสามารถสานต่อนโยบายต่างๆ ต่อได้ และสุดท้ายก็จะเป็นปัจจัยดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติทยอยเข้ามาลงทุน


หากมองในแง่ของการแข็งขันประเทศที่มาแรงและน่ากลัวที่สุดในอาเซียนตอนนี้ คือ ประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย แต่อินโดนีเซียก็ยังมีความไม่แน่ เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของการเมือง ซึ่งการเมืองของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าเรา และที่ผ่านมาก็ล้มลุกคลุกคลานเหมือนกัน ดังนั้น เราต้องพยายามบริหารกิจการทางการเมืองให้ลงตัวมากที่สุด เพราะจุดอ่อนของประเทศไทยในเกมนี้ คือ การเมือง

อุตสาหกรรมแปรรูปจากมะเขือเทศ


หากท่านได้อ่านตั้งแต่ต้น จวบจนมาถึงบรรทัดนี้ ท่านจะสามารถพินิจวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดีว่า ตัวถ่วงฉุดรั้งแรงเติบโตและความเจริญของเศรษฐกิจไทยคือสิ่งใด 

กระนั้น เราจะยอมได้หรือ? หากจะเห็นประเทศไทยกลายเป็นประเทศล้าหลัง อยู่รั้งท้ายประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เราจะยอมได้หรือ? หากประเทศเพื่อนบ้านด่าคนโกงว่า ไทย เราจะยอมได้หรือ? เมื่อประเทศในอาเซียนด้วยกัน ขึ้นมาเป็นประเทศพัฒนาแล้ว แต่ไทยยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา...เราจะยอมได้หรือ?...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้