วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำบุญ 'ปชป.' 68 ปี คึกคัก 'มาร์ค' แนะ 3 แนว 'ปฏิรูป-เจรจา-กฎหมาย'

ทำบุญ 'ปชป.' 68 ปี คึกคัก 'มาร์ค' แนะ 3 แนว 'ปฏิรูป-เจรจา-กฎหมาย'

  • Share:

งานทำบุญ "ปชป." 68 ปี คึกคัก "มาร์ค" แนะ 3 แนวทางแก้ปัญหาการเมือง วอนลูกพรรคมั่นใจ ลั่นพร้อมลง ลต. หากเป็นธรรม "ชวน" ย้ำยึดอุดมการณ์ ปชป.เดิม พร้อมเปิดตัว อี แมกกาซีน "7 ทศวรรษ ปชป." ด้าน "อนุทิน-ทินกร" ร่วมแสดงความยินดี...

วันที่ 6 เม.ย. 57 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดงานวันครบรอบการก่อตั้งพรรค 68 ปี ภายใต้ชื่องาน “รวมพลคนประชาธิปัตย์ ย่างเข้าสู่ปีที่ 69 ของการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์” โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคฯ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคฯ คณะกรรมการบริหารพรรค อดีตส.ส.พรรค ส.ก. ส.ข. และสมาชิกพรรค ปชป. เข้าร่วมงานคับคั่ง

ขณะเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยช่วงเช้าได้ทำพิธีทาง 3 ศาสนา คือ อิสลาม พราหมณ์ และพุทธ โดยเวลา 08.15 น. ได้มีการประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ละหมาดขอพร ที่บริเวณห้องโถง ชั้นล่าง อาคารควง อภัยวงศ์

เวลา 09.00 น. ทำพิธีสักการะองค์พระแม่ธรณีบีบมวยผม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคประชาธิปัตย์ โดยพิธีพราหมณ์พร้อมการบวงสรวงชุมนุมเทวดา ที่มี นายอภิสิทธิ์ เป็นประธานจุดธุปเทียนและน้ำมันตะเกียง

เวลา 09.29 น. ทำพิธีทางศาสนาพุทธ สวดบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ก่อตั้งพรรค พร้อมถาวยภัตตาหารเพล ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

"มาร์ค" ขอ ปชป.กู้วิกฤติศรัทธาการเมือง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณ ส.ส. พร้อมทั้งอดีต ส.ส.ของพรรค ปขป. ที่ร่วมสร้างพรรคย่างเข้าปีที่ 69 ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ประชาชนต่างกังวลว่า การต่อสู้ทางการเมืองจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง

"ตลอด 68 ปี พรรคผ่านทุกสถานการณ์ ทั้งวิกฤติการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และมีส่วนร่วมในการกอบกู้วิกฤติประเทศ และมั่นใจว่า วิกฤติในครั้งนี้พรรคจะมีส่วนร่วมในการกอบกู้ได้อีกครั้งหนึ่ง เพราะยึดมั่นอุดมการณ์ในการก่อตั้งพรรคตั้งแต่ปี 2499 ทำงานการเมืองเพื่อรักษาประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ปัญหาขณะนี้ เกิดวิกฤติศรัทธาของประชาชนต่อการเมือง จากการทุจริตคอร์รัปชัน ทรยศความไว้วางใจประชาชน จนเกิดความเสื่อมศรัทธาต่อกระบวนการประชาธิปไตย ไม่น่าแปลกใจที่มีประชาชน 14 ล้านคน จาก 44 ล้านคน ไม่รวม 5 ล้านคน ที่ใช้สิทธิไม่ได้ ที่ตัดสินใจไปเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 หรือล่าสุดการเลือกตั้ง ส.ว.ที่มีคนไปใช้สิทธิแค่ 16 ล้านคนจากผู้มีสิทธิ 49 ล้านคน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขอให้มีอำนาจต้องตระหนักและทำความเข้าใจกับความไม่พอใจของประชาชน ต้องเปิดพื้นที่แสวงหาคำตอบให้ประชาชนและสังคม ว่าการกอบกู้วิกฤติศรัทธา ด้วยการเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปจะทำอย่างไร และจะนำไปสู่การกลับเข้าสู่กระบวนการการเมืองปกติ คือ การเลือกตั้งได้อย่างไร

ทั้งนี้ ตนมองไม่เห็นทางอื่นที่จะนำบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ ถ้าจะเอาชนะด้วยการเอามวลชนปะทะ จนเกิดความรุนแรง ปัญหาก็ไม่จบ เพราะฝ่ายแพ้ก็ไม่ยอมรับ หรือการคลี่คลายโดยกระบวนการทางกฎหมาย ก็ให้คำตอบได้ทีละเรื่อง ทีละข้อ ไม่ได้ตอบโจทย์สถานการณ์ทั้งหมด เช่น คดีทุจริตโครงการจำนำข้าว การชี้มูลของ ป.ป.ช.จะได้คำตอบแค่ว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือไม่ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวต่อไปว่า เหมือนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี จากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย จะทำให้นายกรัฐมนตรีพ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ จึงต้องเจรจาร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิรูปที่ชัดเจน หากทำได้ทั้งสามประการ คือ การปฏิรูป การเจรจาการเมือง และขบวนการทางกฎหมายร่วมกัน ก็จะคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมืองได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขอให้ความมั่นใจกับสมาชิกและประชาชนว่า พรรคจะประคองให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ โดยปฏิรูปทุกด้านตั้งแต่การทุจริต การเลือกตั้ง การบริหาร การกระจายอำนาจ กระบวนการยุติธรรม การศึกษาและสื่อสารมวลชน ที่ทำพิมพ์เขียวและผ่านการทำสมัชชาประชาธิปัตย์

อย่างไรก็ดี มองไปถึงอนาคตประเทศเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างให้ เข้าสู่กระบวนการพัฒนาที่มีความยั่งยืน สังคมเป็นธรรม ไม่มีความเหลื่อมล้ำ มีกระบวนการการเมืองที่โปร่งใส เพื่อหาคำตอบให้ประเทศในทุกเรื่อง ทั้งภาคการเกษตร แรงงาน การบริหารน้ำ และทรัพยากรอื่นๆ อย่างครบถ้วน เป็นความพร้อมของพรรคเพื่อรองรับการเดินไปข้างหน้าของประเทศ แต่สิ่งสำคัญที่เป็นหน้าที่ คือ การเผยแพร่ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการนี้ และการสร้างอารมณ์ ความมีส่วนร่วมของประชาชนที่จะทำให้ประเทศไทยเดินไปสู่อนาคตที่ดีของทุกคนไม่ว่าจะฝักฝ่ายฝ่ายใดก็ตาม

"ขอให้ทุกคนดำเนินการด้วยความอดทน มุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง หรือปัญหาอื่น ตนและผู้บริหารพรรคได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมทำงาน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งตลอดเวลา เมื่อการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเป็นธรรมและเรียบร้อย พรรคก็พร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง จึงขอให้ทุกคนร่วมสืบสานอุดมการณ์ของพรรคเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติต่อไป" หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าว

หลังจากนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ในฐานะ ส.ส.ที่อาวุโสที่สุดในพรรค กล่าวว่า ตนเป็นผู้แทนมานานที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร คือ 15 สมัย ตั้งแต่ปี 2512 เป็น ส.ส. มาแล้ว 45 ปี ระลึกเสมอว่า โชคดีที่ตัดสินใจเป็นนักการเมืองและอยู่พรรค ปชป. ที่เปิดโอกาสให้พิสูจน์ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต จนได้สนับสนุนให้เป็นหัวหน้าพรรค ไม่จำเป็นต้องมีเงิน เช่นเดียวกับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตและหัวหน้าพรรค ปชป. พรรคผ่านการล้มลุกคลุกคลาน ทั้งแพ้และชนะการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ก็มีอุดมการณ์ที่ไม่เปลี่ยน คือ การยึดระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์ สุจริต ต่อต้านการคอร์รัปชัน ในอดีตเห็นว่า ทหารเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยจากปัญหาปฏิวัติ แต่ในปัจจุบันมีปัญหาธุรกิจการเมืองเข้ามาแทน คนไทยต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้คนที่โกงทั้งโคตร เราไม่คิดว่าเขาจะซื้อได้ทุกอย่างทั้ง ส.ส. ส.ว. องค์กรอิสระ สื่อ จนถึงซื้อพรรคการเมืองขอทักคนตระหนักหน้าที่หนุนคนดีปกครองบ้านเมือง

นายชวน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการเมืองขาดคุณธรรม ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นอย่าคิดว่า ศาล หรือองค์กรอิสระอยู่ฝ่ายใด แต่เกิดจากพฤติกรรมของรัฐบาลลุแก่อำนาจทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยไม่สนใจคำเตือนในสภา จนในที่สุดก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งประเด็นที่มา ส.ว. และมาตรา 190 ขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการตัดสิทธิผู้อภิปรายและทำผิดกฎหมายหลายอย่าง แต่ที่มาโวยวายเพราะวิ่งเต้นไม่ได้

ดังนั้น ตนขอให้ทุกคนตระหนักว่า ในทุกวงการมีทั้งดีและไม่ดีเสมอ จึงต้องให้คนดีขึ้นมาปกครองเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย อย่าให้คนไม่ดีเข้ามามีอำนาจ ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอให้ข้าราชการทุกฝ่ายทบทวนตัวเองว่า ได้ทำหน้าที่แล้วหรือยัง เพราะในปัจจุบันมีการเลือกปฏิบัติ เช่น คดีที่มีการคุกคามคนของพรรคถึง 22 คดี แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงขอให้ตำรวจดีๆ ลุกขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะนักการเมืองมีไปมีมา แต่ข้าราชการประจำต้องเป็นหลัก

พร้อมกันนี้ วันเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดตัววารสารออนไลน์ / E-Magazine ฉบับปฐมฤกษ์ เม.ย. 2557 ซึ่งมี 3 ฉบับ ในหัวข้อ “7 ทศวรรษ ประชาธิปัตย์“ โดยฉบับแรกเป็นภาพหน้าปก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ภายใต้ เรื่องทางออกการเมืองไทย, ชวน หลีกภัย กับเส้นทางการต่อสู้และภาพประวัติศาสตร์ทางการเมือง, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ถึงพี่น้องประชาธิปัตย์ ซึ่งในฉบับนี้ได้กล่าวถึงแนวทางปฏิรูปประเทศไทย 7 ด้าน

ส่วนฉบับที่ 2 เรื่อง “ผู้แทนประเทศไทย” ภาพหน้าปก นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ปชป. โดยมีบทความพิเศษเกี่ยวกับกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ ส.ส.พรรคฯ และวารสารออนไลน์อีกฉบับ เป็นภาพหน้าปกวัดอรุณราชวราราม

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนพรรคการเมืองที่มางาน อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นตัวแทนนำช่อดอกไม้ของ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา มามอบให้ ส่วนการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจาก สน.บางซื่อ และจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 รวมทั้งการ์ดอาสาสมัครรักษาความปลอดภัย กระจายดูแลพื้นที่โดยรอบ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้