วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นายกฯ' จะพ้นตำแหน่งหรือไม่? ต้องใช้อะไรเป็นตัวกำหนด...

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นการเมืองที่ถือเป็น "ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์" นอกจากกรณี ป.ป.ช.จ่อชี้มูลความผิดคดีทุจริตจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ยืดเยื้อ หลังจาก ป.ป.ช.ยอมให้นายกรัฐมนตรี เพิ่มพยานสอบอีก 3 ปาก ในวันที่ 9-11 เม.ย.นี้ ซึ่งกว่าจะชี้มูลได้ก็เป็นหลังสงกรานต์ผ่านพ้นไปแล้ว 

ส่วนอีกคดี ที่อยู่ในความสนใจของคนไทยทั่วประเทศในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นกรณีคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับวินิจฉัย สถานภาพนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีหลักฐานเด่นชัดว่าทำความผิดเหตุโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมิชอบ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ที่ศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้รัฐบาลต้องคืนตำแหน่งให้นายถวิล

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีมีความผิดจริง นายกฯ ก็ต้องหลุดออกจากตำแหน่งพร้อมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร จะรุนแรงถึงขั้นนองเลือด อย่างที่มีหลายฝ่ายออกมาคาดการณ์หรือไม่ ก็ต้องจับตาอย่างไม่กะพริบต่อจากนี้

ทีมข่าว "ไทยรัฐออนไลน์" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์และเก็บรวบรวมความคิดเห็น เหตุผล ทั้งจากนักวิชาการ นักการเมือง และหลายฝ่าย ที่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสังคมในประเด็นดังกล่าว ซึ่งมีความเห็นที่หลากหลาย มีทั้งที่ระบุว่า นายกฯ และ ครม.ต้องพ้นไปจากตำแหน่ง และฝ่ายที่เห็นว่า ศาล รธน. ไม่มีอำนาจรับฟ้อง

แต่ต้องขอบอกก่อนว่า เราทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนที่เสนอความคิดเห็น จากผู้รู้ หรือผู้เชี่ยวชาญในสังคมเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไปตัดสินว่า ข้อเสนอฝ่ายใดถูก หรือผิด หน้าที่นี้คงต้องรอให้ศาล รธน. เป็นผู้ตัดสินต่อไป

นิพิฏฐ์​ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง ปชป.

ในชั้นนี้เพียงแต่ว่า ศาล รธน.รับ เพียงแต่ว่านายกฯ ทำผิด รธน. เนื่องจากมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดว่า นายกฯ ทำผิดกฎหมาย เมื่อคำสั่งศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า นายกฯ ทำผิดกฎหมาย ในการทำผิดกฎหมายของนายกฯ นั้น มันถึงขนาดที่ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ เป็นอำนาจของศาล รธน. ที่จะวินิจฉัย

ฉะนั้น ตนคิดว่ามันจะต้องเดินอย่างนี้ไปอย่างอื่นไม่ได้ เพราะศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า นายกฯ ทำผิดกฎหมาย จะเถียงว่านายกฯ ไม่ได้ทำผิดกฎหมายนี่เถียงได้ไหม แน่นอน เถียงไม่ได้ ทีนี้พอนายกฯทำผิดกฎหมาย มันทำให้นายกฯ พ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ตรงนี้เป็นอำนาจของศาล รธน. ถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า ก็เป็นรักษาการแล้ว มันไม่สามารถทำให้รักษาการพ้นจากรักษาการได้ อันนี้ก็จบไป

ทีนี้มันมีหลายฝ่าย ตรงข้ามอย่างฝั่งรัฐบาล หรือเสื้อแดง ที่พยายามจะชี้ว่า ที่นายกฯ ไม่ต้องออก หรือว่า ศาล รธน.ไม่มีอำนาจรับคำร้อง ก็เพราะว่านายกฯ ยุบสภาแล้ว ขั้นตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ เพราะว่าพอเป็นรักษาการแล้ว มันออกจากรักษาการไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็กำลังสู้อยู่ ส่วนเรื่องศาล รธน. มีอำนาจพิจารณาได้ไหม มันจบแล้ว เพราะความเห็นทุกคนก็บอกว่าน่าจะรับได้ เพราะว่าเมื่อนายกฯทำผิดกฎหมาย การทำผิดกฎหมายนั้นมันทำให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่

ความจริงมันเถียงกันอย่างนี้ เถียงกันว่า นายกฯ ที่ทำผิดกฎหมาย แล้วศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่า ทำผิดกฎหมายแล้วควรจะอยู่ในตำแหน่งไหม ฝ่ายหนึ่งก็บอกความชอบธรรมหมดแล้ว เมื่อคุณทำผิดกฎหมาย ศาลตัดสินว่าทำผิดกฎหมาย มันก็พ้นจากตำแหน่งเลย

ถ้าในกรณีนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เป็นรักษาการ ถ้านายกฯ ยังไม่ยุบสภา ยังเป็นนายกฯ ปกติ แล้วศาลปกครองตัดสินมาอย่างนี้ นายกฯ พ้นจากตำแหน่งแน่นอน แต่ปัญหามันมีติดอยู่นิดนึงว่า นี่เขารักษาการอยู่ จะให้รักษาการออกจากรักษาการรึเปล่า ฝ่ายที่บอกว่ามันต้องออก เพราะหมดความชอบธรรมทางกฎหมาย คือ นายกฯ รักษาการคุณก็ต้องออก ต่อให้คุณเป็นนายกฯ ตัวจริง คุณก็ต้องออก คุณเป็นนายกฯ รักษาการคุณก็ต้องออก ความชอบธรรมมันไม่มี เพราะทำผิดกฎหมายแล้ว

แต่อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า ให้รักษาการออกไม่ได้ ต้องรักษาการต่อ จนกว่าจะมีนายกฯ คนใหม่ เรื่องนี้เลยเป็นปัญหาอยู่

ตรงนี้เรียกความชอบธรรมทางกฎหมาย ความชอบธรรมทางกฎหมายมันหมดไป พอคุณทำผิดกฎหมาย คุณก็ไม่ควรเป็นผู้รักษากฎหมาย แล้วคุณจะยังเป็นผู้รักษากฎหมายในขณะคุณก็ทำผิดกฎหมาย มันไม่ได้ เพียงแต่ว่ากฎหมายมันไม่ได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้นเองว่า ควรไป หรือไม่

 

พนัส ทัศนียานนท์ อดีตสมาชิก ส.ส.ร. 40 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว

1.นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 จึงไม่มีเหตุที่จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยได้อีกว่า นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพราะเหตุได้กระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 268

2.การที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นการใช้อำนาจบริหารในการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงได้ทุกตำแหน่ง แต่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนและกระบวนการตามที่กฎหมายว่าด้วยข้าราชการพลเรือนและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ การที่นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งโยกย้ายนายถวิล จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงฯ มาเป็นที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับเดียวกัน จึงมีอำนาจกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

3.การใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี ออกคำสั่งย้ายนายถวิลจึงมิใช่เป็นการก้าวก่าย หรือแทรกแซงอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายของผู้อื่น ซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ประกอบกับมาตรา 266 แต่อย่างใด เพราะเป็นการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีเอง หาได้ก้าวก่ายแทรกแซงอำนาจตามกฎหมายของบุคคลอื่นแต่อย่างใดไม่

4.ตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ที่ให้เพิกถอนคำสั่งย้ายนายถวิล มิได้เป็นการเพิกถอน เพราะเหตุนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจก้าวก่าย หรือแทรกแซงอำนาจการสั่งแต่งตั้งโยกย้ายของบุคคลอื่น ซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 แต่เป็นการวินิจฉัยว่า การออกคำสั่งของนายกรัฐมนตรีให้โยกย้ายนายถวิลมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการใช้ดุลพินิจในการใช้อำนาจโยกย้ายที่ไม่ชอบด้วยกระบวนการ และขั้นตอนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยข้าราชการพลเรือนและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมิได้แสดงเหตุผลให้ชัดแจ้งว่า ทำไมจึงมีความจำเป็นต้องโยกย้ายนายถวิล ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงฯ

5.คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ในเรื่องนี้มีปัญหาเกี่ยวกับความถูกต้องชอบธรรมของกระบวนการชี้ขาดตัดสินคดี เพราะประธานศาลปกครองสูงสุด ใช้อำนาจสั่งให้นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่และตุลาการ ซึ่งเป็นองคณะ และเจ้าของสำนวนรวม 8 คน มีความเห็นแย้งกับความเห็นของที่ประชุมใหญ่ และได้ทำความเห็นแย้งคัดค้านไว้

สรุป การที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่เข้าข่ายเป็นการต้องห้ามตาม รธน. มาตรา 268 ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี จึงไม่สิ้นสุดลงตาม รธน. มาตรา 182 (7) ดังที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน กับพวกอ้างในคำร้อง และไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีอำนาจตามมาตรา 182 วรรคสาม ที่จะวินิจฉัยได้ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 182 วรรคสามดังกล่าว

เพราะความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง นับแต่วันที่ได้มีการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 9 ธันวาคม 2556 นั้นแล้ว (รธน.มาตรา 180(2)) จึงไม่มีความเป็นรัฐมนตรีที่จะต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าได้สิ้นสุดลงตามมาตรา 182 วรรคสามอีกหรือไม่ แต่อย่างใด

 

เสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิก ส.ส.ร.2540 

คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะเมื่อทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 268

จากการที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ที่ 635/2555 กรณีที่ นายถวิล เปลี่ยนศรี ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ถูกร้องที่ 1 และคณะกรรมการการพิทักษ์ระบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 2 ว่า ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 152/2554 ย้ายจากเลขาธิการ สมช. มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นธรรม ทำให้ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ คำสั่งศาลปกครองสูงสุด เห็นว่า ประกาศสำนักนายกฯ ที่สั่งให้นายถวิลพ้นจากตำแหน่งเลขาฯ สมช.นั้น เป็นการใช้ดุลยพินิจไม่ชอบ แม้การโอนย้ายเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหาร แต่ไม่มีเหตุผลอธิบายว่าผู้ถูกฟ้องบกพร่องอย่างไร และไม่มีประสิทธิภาพในการทำหน้าที่อย่างไร

จากผลของคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว แสดงให้เห็นได้ว่า นายกรัฐมนตรีได้กระทำการอันเป็นการใช้สถานะ หรือตำแหน่งการเป็นนายกรัฐมนตรี เข้าไปแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล อันเป็นการเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซง เพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 (2) ซึ่ง รธน.มาตรา 268 ได้บัญญัติห้ามมิให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี กระทำการตามที่บัญญัติไว้ตาม มาตรา 266 ดังกล่าว

มีผลทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182(7) และมีผลทำให้ ครม.ทั้งคณะ ต้องพ้นจากตำแหน่งไปหมดทั้งคณะ ตาม รธน. มาตรา 180(1) โดยไม่อาจจะรักษาการอีกต่อไปได้ เพราะรัฐบาลที่ทำหน้าที่รักษาการไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่นั้น จะเป็นกรณีเฉพาะเมื่ออายุสภาสิ้นสุดลง หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ตาม รธน.มาตรา 181 ประกอบมาตรา 180(2) แต่การที่ ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เพราะนายกรัฐมนตรีกระทำความผิดตาม มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 ทำให้ ครม.ทั้งคณะสิ้นสุดลงทันที โดยไม่อาจทำหน้าที่รักษาการอีกต่อไปได้

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยไว้ชัดเจนแล้วว่า นายกรัฐมนตรีกระทำความผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ที่ไปย้ายนายถวิลโดยไม่มีเหตุผล อันเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 อันมีผลทำให้นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามมาตรา 182(7) อันทำให้ ครม.ทั้งคณะ ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ตามมาตรา 180(1) และจะเป็นรัฐบาลรักษาการอีกไม่ได้ ตาม รธน. มาตรา 181

 

 

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไท

การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สิ้นสุดลง ประเด็นการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไม่เป็นธรรม ไม่เกินความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้ ศาลกระทำเกินอำนาจในหลายประเด็น

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง จะทำให้ ครม.พ้นจากตำแหน่งด้วยหรือไม่นั้น นายวัฒนา ระบุว่า หากในภาวะปกติที่รัฐบาลยังไม่ยุบสภา หากนายกรัฐมนตรีสิ้นสภาพ ครม.ทั้งคณะก็จะพ้นจากตำแหน่งไปด้วย แต่ขณะนี้ยุบสภาแล้ว ทั้งนายกรัฐมนตรีและ ครม. เป็นเพียงรักษาการ ก็ไม่มีผลอะไรและตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กำหนดตัวบุคคลที่จะมารักษาการแทนนายกฯ ไว้แล้ว ทั้งรองนายกฯ ปลัดกระทรวง และรองปลัดกระทรวง ตามลำดับ ไม่มีทางเกิดสุญญากาศ ตามที่บางฝ่ายเพ้อฝันอย่างแน่นอน เพราะบ้านเมืองจะว่างเว้นผู้บริหารไม่ได้.

 

"ตรงนี้เรียกความชอบธรรมทางกฎหมาย ความชอบธรรมทางกฎหมายมันหมดไป พอคุณทำผิดกฎหมาย คุณก็ไม่ควรเป็นผู้รักษากฎหมาย แล้วคุณจะยังเป็นผู้รักษากฎหมายในขณะคุณก็ทำผิดกฎหมาย มันคงทำไม่ได้" 6 เม.ย. 2557 10:10 7 เม.ย. 2557 06:46 ไทยรัฐ