วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
7 เม.ย. 2557 06:14 น.
กระดูกทองคำ : บทเรียนจากเพื่อนบ้าน

กระดูกทองคำ : บทเรียนจากเพื่อนบ้าน

โดย ซูม
7 เม.ย. 2557 06:14 น.
  • Share:

ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ในช่วงเวลาบ่ายๆของวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2557 ซึ่งเป็นวันชุมนุมครั้งใหญ่ของคนเสื้อแดง หรือกลุ่ม นปช.

เท่าที่ผมตรวจสอบก่อนลงมือเขียน ทราบจากโต๊ะข่าวของไทยรัฐว่า คนเสื้อแดงเริ่มเดินทางไปที่ถนนอักษะแล้ว ในชั้นต้นน่าจะยังอยู่ที่จำนวนหมื่น แต่ก็มีรายงานว่ากำลังจะทยอยเดินทางมาไม่ขาดระยะ

จะถึง 5 แสนคนอย่างที่บางท่านในรัฐบาลชุดนี้คาดหวังไว้หรือไม่? ท่านผู้อ่านที่อ่านข่าวหน้า 1 ไทยรัฐวันนี้ คงจะทราบกันแล้ว

ผมคงจะไม่แสดงความคิดเห็นอะไรมากนัก นอกจากจะขออนุญาตทิ้งท้ายฝากเอาไว้เล็กๆน้อยๆ ในคอลัมน์วันนี้ที่ผมจะเขียนถึงเรื่องของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็พอจะนำมาเปรียบเทียบได้กับบ้านเรา

ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ที่รับหน้าที่ในการจัดงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 42” ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมและจะปิดฉากรูดม่านลงในช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม คืนนี้ (7 เม.ย.)

ขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่กรุณาส่งทั้งข่าวคราวและรายละเอียดของงานนี้มาให้เป็นระยะๆ

รวมทั้งขอขอบคุณสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่กรุณาส่งตัวอย่างของหนังสือปกใหม่มาให้จำนวนมาก ซึ่งผมไม่สามารถจะเขียนถึงได้ทั้งหมด

แต่ก็ได้พยายามแบ่งปันโอกาสและเนื้อที่อันไม่มากนักของคอลัมน์ผมให้แก่สำนักพิมพ์ละเล่ม 2 เล่ม ดังที่ท่านผู้อ่านคงจะได้อ่านไปบ้างแล้วในคอลัมน์ฉบับวันเสาร์

ขอกราบเรียนว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วผมได้ “ชิม” คือพลิกอ่าน บทแรกของหนังสือทุกเล่มที่กองอยู่บนโต๊ะของผม ก่อนจะเขียนแนะนำ

ปรากฏว่า ปีนี้มีหลายเล่มทีเดียวจากผลการชิมของผมที่เกิดความรู้สึกว่า “อร่อย” หรือเป็นหนังสือดีที่ควรจะกลับมาอ่านให้ละเอียดทั้งเล่มอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องที่ผมชิมไว้และเห็นว่าควรจะกลับมาอ่านมากที่สุดก็คือเรื่อง “กระดูกทองคำ” หรือ Golden Bones จัดพิมพ์และจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์มติชนครับ

เป็นหนังสือบันทึกว่าด้วยการหนีตายจาก “นรกกัมพูชา” ในยุคเขมรแดงเรืองอำนาจของ ฯพณฯ ศรีจันทร์ ศิวะ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ...ที่ผมแนะนำให้สั้นๆไปแล้วครั้งหนึ่ง

ท่านทูตศรีจันทร์เป็นชาวเขมรพันเปอร์เซ็นต์ เกิด โต และเรียนหนังสือจบปริญญาตรี ตลอดจนทำงานหลายอย่างที่พนมเปญ

ท่านทูตบันทึกเรื่องราวของท่านไว้ นับแต่ช่วงเวลาที่กัมพูชายังเป็น “สวรรค์” ที่ท่านรู้สึกว่ามีความสุข และมีความภูมิใจเป็นที่สุด

ต่อมาเมื่อเขมรแดงได้อำนาจ กัมพูชาของท่านก็กลายเป็นนรก ไปในฉับพลัน เมื่อเขมรแดงลงมือไล่ล่าฆ่าคนเขมรด้วยกันตายเป็นเบือ...ซึ่งท่านทูตก็ได้บรรยายไว้อย่างขนพองสยองเกล้า

คุณแม่ พี่สาว พี่เขย พี่ชาย ตลอดจนญาติมิตรสนิทสนมของท่านเองก็ถูกสังหารไม่เหลือ...มีเพียงท่านเท่านั้นที่ตัดสินใจหนีตายมาสู่ศูนย์ผู้อพยพในประเทศไทยและได้รับการคัดเลือกให้ไปอยู่สหรัฐอเมริกา และได้เป็นพลเมืองอเมริกันในที่สุด

ต่อมาได้ทำงานให้พรรคการเมืองของสหรัฐฯ จนกระทั่งได้รับการคัดเลือกจากประธานาธิบดีสหรัฐฯให้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ สหประชาชาติดังกล่าว

สิ่งที่ผมได้รับจากหนังสือเล่มนี้มีมากมายหลายประการ โดยเฉพาะ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเขมร วัฒนธรรมเขมร ซึ่งแทบไม่แตกต่างอะไรเลย กับสังคมไทยเรา

แต่เหนืออื่นใดคือ บทเรียนของการรบราฆ่าฟันกันจนเละตุ้มเป๊ะของคนเขมร ที่นำความเจ็บปวดและความถดถอยมาสู่กัมพูชาอย่าง ไม่สามารถประเมินค่าได้

เขมรเขาฆ่ากันตายไป 2 ล้านคน เพียงแค่ความเห็นที่แตกต่างในทางการเมืองคือ สังคมนิยมกับทุนนิยมในยุคโน้น

ผมก็ได้แต่หวังว่าความคิดที่แตกแยกกันเป็น 2 ขั้วเช่นกัน ของคนไทยเราในยุคนี้ คงจะไม่นำไปสู่การฆ่ากันเป็นเบือแบบเขมร

ตั้งแต่ผมจำความได้ ประเทศไทยของเราเป็นสวรรค์มาโดยตลอด อย่าทำให้เป็นนรกไปเสียนะครับพี่น้องทั้ง 2 กลุ่ม จะกี่หมื่นกี่แสนคนก็ไม่รู้ ที่กำลังเคลื่อนพลสำแดงพลังกันอยู่ขณะนี้.

 

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้