วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดินเข้าโหมด "นองเลือด"

หักเหลี่ยมกฎหมายล้มรัฐบาลดันนายกฯมาตรา7

สถานการณ์การเมืองเดือน เม.ย.กำลังขมวดปม เมื่อคดีที่ชี้เป็นชี้ตายตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและสถานภาพของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใกล้งวดถูกองค์กรอิสระชี้ขาด

บนสองฟากฝั่งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลต่างมีมวลชนสนับสนุน จุดจบออกจากหุบเหวความขัดแย้งตามแบบฉบับของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ

กลุ่มต่อต้านคัดค้านรัฐบาล นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ออกมาคัดค้านการเลือกตั้งครั้งต่อไปทันที แถมเรียกร้องให้มีนายกฯตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7

ข้อเรียกร้องดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา อาทิ มาตรา 181 กำหนดให้ ครม.อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นมาใหม่จะเข้ารับหน้าที่

การตั้งรัฐบาลชุดใหม่ซ้อนขึ้นมาไม่สามารถกระทำได้ จะเข้าข่ายเป็นรัฐบาลเถื่อน หากยังเล่นการเมืองถึงขั้นเลวร้าย สกปรก โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดจากโครงการรับจำนำข้าว จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นเรื่องเฉพาะตัวของนายกฯ

เดอะปึ้ง (นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล) รองนายกฯลำดับที่ 1 และ รมว.ต่าง–ประเทศ จะต้องทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งนายกฯต่อไป ไม่เป็นผลให้ ครม.คนอื่นๆต้องพ้นจากตำแหน่งหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปด้วย

ขอยืนยันนายกฯคนกลางหรือนายกฯตามมาตรา 7 ถึงอย่างไรก็เกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน แม้มีนักวิชาการบางคนออกมาสนับสนุนแนวคิดนายกฯตามมาตรา 7 แต่แนวคิดของนักวิชาการคนดังกล่าวไม่ได้เสนอความเห็นทางวิชาการที่บริสุทธิ์ ขัดหลักการของกฎหมาย สร้างความสับสนต่อสังคม

เพราะมาตรา 7 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

หากจะนำมาตรานี้มาใช้บังคับต้องเข้ากรณีดังนี้ 1.หากรัฐธรรมนูญบัญญัติในเรื่องใดไว้จะนำมาตรานี้มาใช้ไม่ได้ 2.หากรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเรื่องใดไว้ ให้นำมาตรานี้มาบังคับได้ 3.อำนาจในการใช้มาตรานี้ ไม่ได้ระบุว่าเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์หรือคณะบุคคลใด

เมื่อรัฐธรรมนูญได้กำหนดถึงที่มาและวิธีการแต่งตั้งนายกฯไว้โดยเฉพาะ ปิดประตูที่จะมีนายกฯตามมาตรานี้ หากมีการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของนายสุเทพ จะมีคำถามติดตามมาว่า

ใครจะเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ เพราะการแต่งตั้งไม่ใช่มติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหากการบริหารประเทศของนายกฯตามมาตรานี้ประสบความล้มเหลว และแสดงว่าการเมืองกลับย้อนยุคไปสู่ระบบสมบูรณาญาสิทธิราช

ที่สำคัญนายกฯตามมาตรานี้ ในหลวงทรงรับสั่งต่อคณะตุลาการศาลปกครองและคณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมไว้แล้ว

ข้อความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัสของในหลวง ในโอกาสที่ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม เฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.49 ความว่า “ข้าพเจ้ามีความเดือดร้อนมาก ที่เอะอะอะไรก็ขอพระราชทานนายกฯพระราชทาน ซึ่งไม่ใช่การปกครองแบบประชาธิปไตย

ถ้าไปอ้างมาตรา 7 เป็นการอ้างที่ผิด มันอ้างไม่ได้ มาตรา 7 มี 2 บรรทัดว่า อะไรที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญ ก็ให้ปฏิบัติตามประเพณีหรือตามที่เคยทำมา ไม่มีที่เขาอยากจะได้นายกฯพระราชทาน จะขอนายกฯพระราชทาน ไม่ใช่เป็นเรื่องการปกครองแบบประชาธิปไตย

เป็นการปกครองแบบ ขอโทษ พูดแบบมั่ว แบบไม่มีเหตุมีผล สำคัญอยู่ที่ท่านที่เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา มีสมองที่แจ่มใส ควรที่จะสามารถที่ไปคิดวิธีที่ปฏิบัติ คือ การปกครองต้องมีสภาฯ สภาฯที่ครบถ้วน ถ้าไม่ครบถ้วนเขาว่าไม่ได้”

ทุกฝ่ายควรนำพระราชกระแสดังกล่าวรับใส่เกล้าปฏิบัติ ไม่ใช่อาศัยความรู้ทางกฎหมายแบบศรีธนญชัยมาสร้างความสับสนให้สังคม

กรณีนายสุเทพและนักวิชาการบางคน ยกตัวอย่างนายกฯพระราชทานสมัยนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ขอให้ย้อนหลังไปดูประวัติศาสตร์เกิดมหาวิปโยคเมื่อวันที่ 14 ต.ค.16 สมัยรัฐบาลถนอม-ประภาส (จอมพล ถนอม กิตติขจร-จอมพลประภาส จารุเสถียร)

ขณะนั้นมีธรรมนูญการปกครองปี 16 เป็นกฎหมายสูงสุดใช้บังคับ มีจอมพลถนอม กิตติขจร หัว หน้าคณะปฏิวัติ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

สมัยนั้นคณะทหารมีอำนาจปกครองประเทศ และเกลียดการเลือกตั้ง จึงเขียนธรรมนูญการปกครองเปิดกว้างไม่ได้บัญญัติคุณสมบัติและที่มาของนายกฯไว้ โดยมาตรา 14 กำหนดว่า พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งนายกฯคนหนึ่งและรัฐมนตรีตามที่นายกฯถวายคำแนะนำ

การแต่งตั้งนายกฯในช่วงเวลาเกิดวันมหาวิปโยคเมื่อวันที่ 14 ต.ค.16 จึงเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่จะพระราชทานให้นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรีในขณะนั้น เป็นนายกฯชั่วคราวได้

แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ 50 อย่างสิ้นเชิง นำมาเทียบเคียงกันไม่ได้ ขอยืนยันนายกฯคนกลางหรือนายกฯพระราชทานตามมาตรา 7 เกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน

รวมไปถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหาและคณะ ยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความเป็นนายกฯของ น.ส.ยิ่งลักษณ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัว หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แก่นายถวิล เปลี่ยนศรี

เป็นการร้องตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดห้ามไม่ให้นายกฯและรัฐมนตรีให้ใช้สถานะหรือตำแหน่งเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่งของข้าราชการประจำด้วย

หากสมมตินายกฯกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ ความเป็นนายกฯจะสิ้นสุดลง เป็นผลให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย

เป็นไปตามกฎหมายสูงสุดที่กำหนดให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นตำแหน่งเมื่อความเป็นนายกฯสิ้นสุดลง แต่รัฐธรรมนูญยังกำหนดต่อไปว่า แม้ ครม.สิ้นสุดลงทั้งคณะก็ต้องให้ ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ที่ตั้งขึ้นมาใหม่เข้ารับหน้าที่

สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 10 กำหนดว่า ในระหว่างที่ ครม.ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เพราะเหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกฯสิ้นสุดลง

ให้ ครม.มอบหมายให้รองนายกฯคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ถ้าไม่มีผู้ ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ให้ ครม.มอบ หมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน

ฉะนั้นสมมตินายกฯสิ้นสุดลงตามผลของคดีนี้ ทำให้ ครม. พ้นจากตำแหน่งไปด้วย แต่ ครม.ชุดที่พ้นจากตำแหน่งจะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เหมือนงูกินหาง ไม่มีช่องนำรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 มาใช้เพื่อแต่งตั้งนายกฯได้

และถ้าหากนายกฯและ ครม.พ้นจากตำแหน่ง ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จริงตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ยังได้กำหนดให้ปลัดกระทรวงต่างๆทำหน้าที่บริหารงานในกระทรวงนั้นๆ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ไม่มีช่องนำไปสู่นายกฯมาตรา 7 อย่างแน่นอน

ทีมข่าวการเมือง ถามว่าตามมุมมอง กปปส. ยืนยันมีช่องนำไปสู่นายกฯมาตรา 7 ได้แน่นอน ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า เขาจะทำให้รัฐบาล นายกฯและสถานการณ์แหลกลาญอย่างไร นายกฯยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ จะเสนอนายกฯมาตรา 7 ไม่ได้

ช่องเดินไปสู่นายกฯคนกลางมีวิธีเดียว คือฉีกรัฐธรรมนูญ วิธีนี้เชื่อว่าประชาชนจะออกมาต่อต้าน คัดค้านเต็มท้องถนน ถ้าอยากให้ประเทศชาติย่อยยับขอให้เดินหน้าให้มีนายกฯมาตรา 7

แต่จะเกิดการปฏิวัติหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคต วันนี้ยังคิดไม่ออกว่าทหารจะเดินหน้าทำอย่างไรต่อไป

สุดท้ายเหตุการณ์ขัดแย้งจบลงได้ต้องมีการเลือกตั้ง.

 

ทีมข่าวการเมือง

6 เม.ย. 2557 09:43 7 เม.ย. 2557 06:15 ไทยรัฐ