วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่สอดเส้นทางมรณะ อุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิด?

โดย

เส้นทางสายตาก-แม่สอด จะเป็นเส้นทางการค้าท่องเที่ยว...ฤๅจะเป็นเส้นทางมรณะ?

มันซ้ำซากจนนับครั้งกันไม่ได้แล้ว กับอุบัติภัยที่เกิดขึ้นบนเส้นทางสายตาก–แม่สอด ที่ตัดผ่านบนแนวทิวเขาถนนธงชัย

สภาพภูมิศาสตร์บริเวณนี้เป็นป่าผืนใหญ่ที่เชื่อมต่อกับแปลงป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ไล่ยาวไปยันผืนป่าแปลงสำคัญ...

ทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี กระทั่งไปจดกับเทือกเขาตะนาวศรีที่เป็นเส้นแบ่งพรมแดนประเทศไทยกับประเทศพม่า

ย้อนอดีตวันวาน...แต่ก่อนคน “หลังเขา” จากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จะเดินทางมารับเงินประจำเดือนที่คลังจังหวัดตาก จะต้องนั่งช้างมา 15 วัน นั่งกลับไปอีก 15 วันเพื่อเอาเงินเดือนไปจ่าย


จนเมื่อมีถนนตัดผ่านแบบแคบๆบนเทือกเขา ก็มีข้อกำหนด รถจะแล่นสวนทางกันไม่ได้ ก็ต้องจัดจราจรให้รถแล่นทางเดียวเข้าไปวันหนึ่ง วันรุ่งขึ้นถึงค่อยปล่อยให้แล่นออกมา

กระทั่งปัจจุบัน...เส้นทางสายนี้ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ซึ่งตัดผ่านแนวทิวเขาถนนธงชัย โดยกรมทางหลวงวัดระยะจากตากถึงแม่สอดประมาณ 90 กิโลเมตรได้ถูกสร้างเสร็จขึ้นมา ก็จัดได้ว่าเป็นเส้นทางระดับมาตรฐาน 4 ช่องทาง ที่รถไม่ต้องแล่นสวนทางกัน

และยังถืออีกว่าเป็นเส้นทางสายเอเชียน ไฮเวย์ หมายเลข AH 2 เชื่อมต่อกันระหว่างกลุ่มสมาชิกประเทศอาเซียน ซึ่งถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย ในยามที่ระดับความก้าวหน้าหล่นตุ๊บลงมาอยู่ที่ระดับ 9 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศสมาชิกแล้วก็ตาม


ธมลวรรณ เรืองขจร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก บอกว่า เส้นทางสายนี้มีบทบาทความสำคัญตรงที่เป็นหนึ่งในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมต่อระหว่างทะเลจีน ฝั่งทะเลตะวันออกจากเวียดนาม ผ่าน สปป.ลาว มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคอีสาน ประเทศไทย ไล่เรื่อยมาจากจังหวัดมุกดาหาร ขอนแก่น เข้าภาคเหนือที่เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก ไปจดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ ข้ามแม่น้ำเมยไปถึงย่างกุ้ง

และสุดท้าย...มุ่งหน้าไปสู่ทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

ต้องยอมรับว่าถนนเส้นนี้มีอิทธิพลต่อการค้าเชื่อมสองฝั่งทะเล รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวของมนุษยชนทุกชาติ ทุกภาษา ที่ไม่จำเป็นจะต้องจำกัดอยู่ที่กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แค่ 600 ล้านคนเท่านั้น

นอกจากนี้...เส้นทางสายนี้ยังมีความสำคัญด้านการท่องเที่ยว ธมลวรรณ บอกว่า สาเหตุสำคัญเนื่องจากว่าเป็นถนนที่ตัดผ่าน “ชุมชนดอยมูเซอ” ชนพื้นถิ่นที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตของตนเอง และเป็นสังคมเกษตรที่ยังมีผลผลิตออกมาขายคนเดินทางผ่าน

อีกทั้งยังเป็นปากประตูเข้าไปสู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตกทีลอซู ที่ อ.อุ้มผาง หรือเส้นทางเลียบลำน้ำสาละวิน จาก อ.แม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง ถึง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ซึ่งนับได้ว่าเป็นเมืองจับจ่ายสินค้าชายแดน ณ ริมฝั่งแม่น้ำเมย ตรงข้ามระหว่างฝั่งแม่สอดกับเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวกันได้

แต่ใครจะไปคิดเล่าว่า...เมื่อประมาณ 21.30 น. ของคืนวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา รถบัสนำเที่ยวคันหนึ่งของบริษัทนำเที่ยว ที่เข้าไปให้บริการกับกลุ่มสมาชิกองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของ อ.แม่สอด ที่มีกำหนดการเดินทางไปท่องเที่ยวจากฟากฝั่งตะวันตก มุ่งหน้าไปยัง จ.อุบลราชธานี และไปสู่จุดหมายปลายทางที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก สปป.ลาว จะเกิดอุบัติเหตุไถลตกเหวข้างทาง

รถบัสคันนี้ออกจากอำเภอแม่สอดได้เพียงไม่กี่กิโลเมตร ...อุบัติเหตุเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 29 คน และไปเสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 2 คน รวม 31 คน


“นับเป็นเรื่องน่าเศร้า เป็นความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น”

กระนั้นก็ตามที...บทสรุปที่เป็นมุมมองสำคัญ และสามารถนำมาประกอบการวิเคราะห์ได้ ก็ตรงที่เมื่อช่วงสงกรานต์ของปีที่ผ่านมา

บนเส้นทางสายนี้ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคม ได้แจงออกมาว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพียงแค่ 8 วันอันตราย เพียง 8 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 คน บาดเจ็บ 7 คน

สาเหตุหลักเมาสุรา หลับใน รถเบรกแตก และส่วนใหญ่มักจะเกิดอุบัติเหตุกับรถปิกอัพมากกว่าอย่างอื่น

อย่างไรก็ตาม ถ้าวิเคราะห์เจาะลึกถึงกลุ่มท่องเที่ยวเฉพาะครอบครัว จะพบว่าคนกลุ่มนี้แทบจะไม่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวมักจะมีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า แล้วก็มีการตรวจสภาพรถล่วงหน้าอย่างเต็มพร้อมก่อนเดินทาง

ประเด็นสำคัญ กลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัวขับขี่อย่างระมัดระวัง

หรือแม้แต่ในกลุ่มรถตู้ รถโดยสารนำเที่ยวขนาดใหญ่ ที่บริษัทนำเที่ยวคุณภาพเป็นผู้ขายบริการ ก็มักจะไม่พบการเกิดปัญหา

นั่นเป็นเพราะว่าแต่ละธุรกิจ ย่อมระวังรักษาในเรื่องคุณภาพบริการ ทว่าในกรณีอุบัติเหตุขององค์กรส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นที่แม่สอด น้ำหนาวเพชรบูรณ์ หรือที่ไหนก็ตามที่ซื้อทัวร์แบบรัด

เข็มขัดหรือมีกรณีอื่นๆแอบแฝง ผู้สันทัดกรณีในแวดวงนี้ให้ข้อมูลประกอบ พร้อมให้ข้อสังเกตไว้อย่างหนึ่งว่า...การซื้อบริการผ่านบริษัทนำเที่ยว แบบคุณภาพรองลงมา ราคากันเอง มักจะต้องมีเงินทอนให้กับแกนนำอย่างน้อยร้อยละ 30...?


กรณีมีเงินทอน ว่ากันว่า บริษัทนำเที่ยวจะต้องจ่ายให้ก่อนล่วงหน้าก่อนการเดินทาง นับไปจนกระทั่งการจ่ายเงินค่าจ้างบริการ และหลังจากนั้น...เมื่อได้รับเงินแล้วผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวที่รับจ้าง ก็จะต้องรับผิดชอบในส่วนของค่าภาษีร้อยละ 30 ส่วนนั้นไปด้วย

ประเด็นนี้ต้องยอมรับความจริงที่ว่า...บริษัทนำเที่ยวจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องคัดหารถนำเที่ยวที่มีคุณภาพต่ำตามราคา เพื่อประหยัดค่าตอบแทนที่ควรจะได้รับแบบหืดขึ้นคอ โดยไม่คำนึงว่าคุณภาพรถที่จะนำมาใช้นั้นพร้อมใช้งาน...หรือไม่? และพนักงานขับรถคนนั้นจะมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน?

อาจปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือปมปัญหาของอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ที่เกิดขึ้นบนถนนการค้าและการท่องเที่ยวสายนี้มากกว่าอย่างอื่น.

6 เม.ย. 2557 09:10 7 เม.ย. 2557 06:15 ไทยรัฐ