วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปู'หลบไปเหนือ การเมืองร้อน

พท.จี้-เร่งเลือกตั้ง ปชป.ซัดฆ่าตัวเอง

“นายกฯปู” หลบลมร้อนการเมือง หอบน้องไปป์ขึ้นเชียงใหม่ คนใกล้ชิดรับไม่ไว้วางใจสถานการณ์ เพื่อไทยจ้องเขม็ง 3 สหายสมคบคิดรับช่วงงานกันเป็นทอดๆ หวังโค่นรัฐบาล ไขลาน กกต.เร่งจัดเลือกตั้ง “วิชา” เมินลูกหาบรัฐบาลจัดหนัก ชำแหละจำนำข้าวต้มชาวนา ตอกย้ำโครงการตั้งใจมาโกง แบะท่าลัดคิว “ปู” ก่อนชี้มูลความผิด “บุญทรง” ปชป.ดาหน้าจิกกัด เหน็บรัฐบาล-พท.ตั้งทฤษฎีเจตนาทำผิดกฎหมายฆ่าตัวตายเอง จี้ “โภคิน” หยุดบิดเบือนทำสับสน

สถานการณ์การเมืองที่ใกล้เข้าสู่จุดชี้เป็นชี้ตาย เมื่อคดีความต่างๆที่จะทำให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องพ้นจากวงจรอำนาจ ที่องค์กรอิสระกำลังพิจารณาใกล้จะได้ข้อสรุป ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องหอบบุตรชายไปหลบลมร้อนการเมืองที่ จ.เชียงใหม่บ้านเกิด

“ปู” ดอดขึ้นเชียงใหม่หลบร้อน

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในช่วงสถานการณ์การเมืองร้อนที่ ม็อบ 2 ฝ่ายระดมพลชุมนุมใหญ่ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลาช่วงวันหยุดนี้พักผ่อนกับ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ บุตรชายและครอบครัว ที่บ้านพัก จ.เชียงใหม่ โดยเดินทางไปตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 4 เม.ย. หลังประชุมซักซ้อมข้อมูลร่วมกับ 3 รัฐมนตรี คือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยอมให้เป็นพยานเพิ่มเติม ชี้แจงข้อกล่าวหาการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

คนใกล้ชิดรับไม่ไว้ใจสถานการณ์

โดยคนใกล้ชิดนายกฯชี้แจงว่า การเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ครั้งนี้เนื่องจากนายกฯไม่ไว้ใจสถานการณ์การเมือง และไม่ต้องการให้โยงเข้าไปเกี่ยวข้องการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ที่ถนนอักษะ แต่ได้สั่งให้ ทีมงานติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองและรายงานเป็นระยะ และในวันที่ 6 เม.ย. วันจักรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง เป็นผู้แทนไปวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ที่ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยนายกฯจะเดินทางกลับถึง กทม.ในช่วงบ่ายของวันที่ 7 เม.ย. ส่วนการรักษาความปลอดภัยที่บ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 ยังเป็นไปตามปกติ ยังคงมีการ ตั้งจุดตรวจบริเวณทางเข้าและกลางซอย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลจากตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 4 คอยผลัดเปลี่ยนเวรดูแล ป้อมตรวจหน้าบ้าน

จ้อง3สหายสมคบคิดโค่นรัฐบาล

ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขอตั้งข้อสังเกตและให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของ 3 องค์กรอิสระ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้ดี จะพบว่า 3 สหายไตรภาคี ในทฤษฎีสมคบคิดล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้ง จะสลับหน้าที่บดขยี้รัฐบาล ทั้งที่หากทั้ง 3 องค์กรทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามหลักกฎหมายจะไม่เกิดปัญหา ขณะนี้สถานการณ์เหมือนประเทศอยู่กลางยุทธการเขาควายแห่งรัฐประหาร ซ้ายก็รัฐ ประหารเงียบโดยองค์กรอิสระตุลาการภิวัตน์ ขวาก็รัฐประหารโดยทหาร ไม่ว่าจะรัฐประหารแบบใด การต่อต้านและความรุนแรงจะเกิดขึ้นรุนแรงกว่าสึนามิการเมืองครั้งใด

สับเละรับงานกันเป็นทอดๆ

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้คนในสังคมได้เห็นการทำงานขององค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ชัดเจนว่าน่าจะมีธงในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล เพื่อจัดการให้พ้นไป หลัง กปปส. เคลื่อนไหวมา 5-6 เดือน ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ ก็ใช้องค์กรอิสระมาตัดสิน โครงการรับจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.กำลังพิจารณาอยู่อาจจะช้าไป เลยมีเรื่องใหม่ที่กลุ่ม ส.ว.เจ้าเก่ายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสถานภาพนายกฯ จากกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ทั้งที่ความจริงเป็นอำนาจฝ่ายบริหาร และเคยทำมาแล้วในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่คราวนี้เหมือนส่งไม้กัน เป็นทอดๆ ทำแบบนี้บ้านเมืองไม่ต้องมีฝ่ายบริหารแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญทำเกินกว่าอำนาจ เหมือนเขียน รัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ประชาชนสงสัยตลอดมาว่าองค์กรอิสระ อิสระจริงหรือไม่ ในพื้นที่ตนมีการขึ้นป้ายไว้อาลัยองค์กรอิสระเต็มไปหมดแล้ว

ไขลาน กกต.เร่งจัดเลือกตั้ง

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี และอดีต ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติต่อเนื่องยาวนาน เศรษฐกิจการค้าขายพังพินาศ เหมือนเกิดสุญญากาศโดนแช่แข็ง ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องทำให้ทุกอย่างเดินไปตามกติกา กกต. ต้องเร่งจัดการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นภายใต้ พ.ร.ฎ.เดิม ภายใน 180 วัน หลังจากวันยุบสภา 9 ธ.ค. 2556 ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ฎ.ใหม่ และไม่ต้องนัดหารือใครให้เสียเวลาอีกแล้ว หากเกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ กกต.อาจมีความผิดถูกฟ้องร้องได้ สำหรับนายกฯมาตรา 7 หรือวิธีการนอกเหนือรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่สามารถทำได้แน่ นอกจากทำปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งเท่านั้น ส่วนตัวอยากให้ กกต.นำปัญหาการจัดเลือกตั้งครั้งล่าสุดมาเป็นบทเรียน ขอให้เปิดรับ สมัครกันในกรมทหาร เพื่อป้องกันปัญหาความวุ่นวาย

“วิชา”ชำแหละจำนำข้าวต้มชาวนา

เมื่อเวลา 10.45 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงโครงการทุจริตจำนำข้าวในระหว่างปาฐกถา “การทุจริต การเมือง ความอยู่รอดของประเทศ”ว่า เรื่องโครงการรับจำนำข้าว คิดว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริง เพราะ ป.ป.ช.ให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) วิจัยอย่างรอบด้านตั้งแต่ เริ่มต้นรัฐบาลชุดนี้แล้ว จึงได้เตือนนายกฯว่าถ้ารัฐบาลไม่หยุดโครงการนี้จะมีปัญหาแน่นอน เพราะงานวิจัยระบุว่าโครงการจำนำข้าวทำให้กระบวนการผลิตข้าวสูญสิ้น ชาวนาจมปลัก ไม่มีเงิน เนื่องจากเงินในโครงการนี้จะถูกหมุนเวียนจากงบประมาณแผ่นดินปีละ 2 แสนล้านบาท ไปอยู่ในมือของบริษัทหรือนักธุรกิจที่ร่วมกันวางแผนล่วงหน้า เหลือแค่เศษเงินเพียงเสี้ยวให้ชาวนา

ลากไส้โครงการตั้งใจมาโกง

นายวิชากล่าวว่า ปัจจุบันชาวนาไม่ได้ปลูกข้าว เพื่อผลิตและส่งออก แต่ผลิตเพื่อเอาเงิน 15,000 บาท โดยไม่สนใจว่าต้องได้พันธุ์ข้าวดี เพราะรัฐบาลรับซื้อ ทุกเมล็ด ตั้งแต่ปี 2555 มีข้าวหายไปจากโกดังแล้ว 2 ล้านตัน ไม่มีใครรู้ว่าข้าวที่มีอยู่เป็นข้าวที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 2555 จำนวนเท่าใด คนคิดโครงการนี้รู้แล้วว่าจะทุจริตเพื่อไม่ให้ใครจับได้หรือไล่ทัน ชาวนาจะจมปลักมาเรียกร้องเงินที่ยังไม่ได้ ระบบเรื่องเงินในโครงการจำนำข้าวคล้ายกับแชร์แม่ชม้อย ที่บอกว่าจะให้ดอกเบี้ยสูง แต่ที่จริงเป็นเงินมาจากคนที่ลงทุนแล้วถูกนำไปจ่าย แต่ขณะนี้รัฐบาลขายข้าวไม่ได้ ดังนั้น จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้ชาวนา ขณะนี้ชาวนา ไม่ต้องทำอะไรเพราะมีคนมารับซื้อที่นาทั้งแบบซื้อเป็นแผ่นดิน หรือเข้าไปสวมสิทธิ์การครอบครองที่นา ขอให้ไปดูว่าเหลือคนที่เป็นชาวนาจริงๆกี่คน ขณะนี้ชาวต่างประเทศเริ่มเข้ามาจองแผ่นดินของเราแล้ว ต่อไปนี้ประเทศของเราจะไม่เหลืออะไร

ไม่หวั่นถูกฝ่ายรัฐบาลจัดหนัก

จากนั้นนายวิชาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานในคดีรับจำนำข้าวเพิ่มอีก 4 ปากว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือขอเพิ่มพยาน คงต้องไปหารือกันในที่ประชุมป.ป.ช.ก่อน แต่ส่วนใหญ่แล้วการพิจารณาสอบพยานนั้น ป.ป.ช.ใช้วิธีเดียวกับศาล หากเห็นว่าพยานปากนี้เกี่ยวกับคดีจะให้ชี้แจง ไม่ใช่ว่าขอมา 100 ปากแล้วจะสอบให้ทุกคน ยืนยันว่า ป.ป.ช.ทำงานอย่าง ยุติธรรม ใช้มาตรฐานเดียวกับการพิจารณาของศาล ดูข้อเท็จจริงและเนื้อหาเป็นหลัก ส่วนที่มีการโจมตีตนอย่างหนักนั้น ไม่หวั่นไหว แผ่นดินไม่มีตนแค่คนเดียว บ้านเมืองต้องช่วยกัน การจะชี้มูลความผิด นายกฯหรือไม่นั้น ป.ป.ช.ไม่จำเป็นต้องรอชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ในข้อหาทุจริตจำนำข้าวก่อน เพราะเป็นคดีคนละส่วนกัน ไม่นำมาเหมารวมในการพิจารณา เนื่องจากคดีของนายกฯ เป็นคดีที่เกิดจากความเสียหายที่เหตุเกิดขึ้นแล้ว ต้องดูว่านายกฯยับยั้งหรือไม่ ส่วนจะชี้มูลคดีนายกฯได้ภายในเดือน เม.ย.หรือไม่นั้น ไม่อยากคาดการณ์ล่วงหน้า จะเป็นการตั้งธงไว้ก่อน

ปชป.เหน็บทฤษฎีเจตนาทำผิด ก.ม.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตทฤษฎีสมคบคิดเพื่อล้มรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ว่า ไม่ใช่เรื่องทฤษฎีสมคบคิดเพื่อล้มรัฐบาล พรรคเพื่อไทยอ้างเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นทฤษฎีที่เจตนาคิดและทำผิดกฎหมายของรัฐบาลเอง การที่พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. ดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญโดยกดดันทุกรูปแบบ ทั้งกล่าวหาว่าสมคบคิดและไม่มีอำนาจวินิจฉัย หรือชี้นำให้ผลเป็นไปตามต้องการ ทั้งที่ควร ให้ทำตามหน้าที่ ยังมีการข่มขู่คุกคามว่าจะเคลื่อนไหวใหญ่ หากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ดังนั้น ทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. ต้องเคารพในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญและปฏิบัติตาม

ซัด “โภคิน” หยุดบิดเบือนทำสับสน

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย หยิบยกกรณีศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องวินิจฉัยคุณสมบัติการเป็นส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ใช้เอกสารทางราชการปลอมไม่เข้ารับการเกณฑ์ทหาร หลังการยุบสภา มาเปรียบเทียบกับกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นการโกหกบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายแรง เพราะหลังการยุบสภาจะไม่มี ส.ส.คนใดอยู่รักษาการในตำแหน่ง ไม่ได้รับเงินเดือน ไม่มีสิทธิประโยชน์ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยัง คงทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ซึ่งมีอำนาจบริหารงาน รับเงินเดือน มีสิทธิประโยชน์เหมือนเดิม ต่างจากกรณีนายอภิสิทธิ์ จึงไม่มีเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องมาวินิจฉัย ขอให้นายโภคินเลิกออกแถลงการณ์บิดเบือน ทำให้สังคมสับสน

ทีม ก.ม.แถลงการณ์โต้ นปช.

ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกฯ และ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่กล่าวหากระบวนการพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าเป็นการใช้อำนาจตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่มีการแทรกแซงอำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่น ไม่เคยใช้ อำนาจล้มล้างการใช้อำนาจของรัฐสภา หรือล้มล้างอำนาจอัยการสูงสุด รวมทั้งล้มล้างอำนาจของประชาชน ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. และศาลรัฐ-ธรรมนูญไม่เคยใช้อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ แต่ใช้ อำนาจถ่วงดุลเพื่อให้คงไว้ซึ่งความถูกต้องของการใช้อำนาจ การรับคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เพื่อวินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีใช้อำนาจโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดสนับสนุนว่าเป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากนายกฯและ ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทุกคน ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด หลายคดีที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลชนะ พอได้ประโยชน์ก็เงียบ แต่ถ้าแพ้ก็บอกว่า 2 มาตรฐาน

เย้ยรัฐบาลฆ่าตัวตายเอง

นายราเมศกล่าวว่า จึงขอเรียกร้องให้ประธานนปช.ยุติการกระทำที่เป็นการทำลายล้างสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ สถาบันตุลาการ เพื่อหวังผลไม่ให้มีการตรวจสอบใดๆ อำนาจตุลาการไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ที่จะใช้อำนาจไปทำรัฐประหาร รัฐบาลชุดนี้ได้อัตวินิบาตกรรม คือมีเจตนาฆ่าตัวตายด้วยการบริหารประเทศไร้ซึ่งหลักนิติรัฐ นิติธรรม มีการทุจริตอย่างกว้างขวาง ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่เคารพ ยำเกรงอำนาจตุลาการ อำนาจองค์กรอิสระ ไม่เคารพ รัฐธรรมนูญ นี่คือการกระทำที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ได้ตกลงที่จะฆ่าตัวตาย โดยเงื้อมมือของรัฐบาลและเสียงข้างมากเอง ทฤษฎีสมคบคิดที่ถูกต้องคือการ กระทำของรัฐบาล พรรคเพื่อไทย กลุ่ม นปช. ที่ร่วม กันสมคบคิดทำลายสถาบันตุลาการ เนื่องจากยังมองว่าเป็นก้างขวางคอชิ้นสุดท้ายนั่นเอง

แนะใช้ฤกษ์เสาร์ 5 เม.ย. แก้กรรม

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในโอกาสวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. เป็นฤกษ์ดีขอแนะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แก้กรรม 5 ข้อด่วน คือ 1.การเมืองถึงทางตัน 2.เศรษฐกิจถดถอย ข้าวของแพง 3.สังคมแตกแยกทางการเมือง 4.คุณธรรมตกต่ำ และ5.ต้องแก้กรรมตัวเอง ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องไปชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ และหยุดโทษองค์กรต่างๆ ว่ากลั่นแกล้งได้แล้ว หากแก้กรรมทั้ง 5 ได้ ประเทศและการเมืองจะมีทางออก เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น

ผวามือมืดจ้องป่วนงาน 68 ปี

อีกเรื่อง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า งานครบรอบวันเกิดพรรค 68 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 69 วันที่ 6 เม.ย. ขอเชิญ ชวนอดีต ส.ส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมงานทำบุญใหญ่ซึ่งครั้งนี้จะจัดทำบุญใหญ่เป็นพิเศษ ครบทั้ง 4 ศาสนา เนื่องจากเป็นปีแห่งการปฏิรูปประเทศ ตามแนวทาง 7 ด้านของพรรค คาดว่าจะมีสมาชิกเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1 พันคน โดยจะเน้นดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและการ์ดอาสา จึงขอให้ผู้มาร่วมงานสบายใจได้ และขอเตือนคนที่คิดจะเข้ามาป่วนในงาน ขอเชิญให้ไปอยู่ที่ถนนอักษะ แต่ยังไม่มีรายงานว่าจะมีกลุ่มใดจ้องก่อเหตุวุ่นวายขึ้น แต่อาจมีคนอยากทำพฤติกรรมเลียนแบบผู้เคยมาป่วนงานของพรรค เพราะเห็นที่ผ่านมาพรรคไม่เคยตอบโต้

ปัดไม่มีพิธีแก้ฮวงจุ้ยให้ “มาร์ค”

เมื่อถามว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ามีประธานสาขาพรรคบางส่วนไม่กล้ามาร่วมงานเพราะกลัวตายหมู่ นายชวนนท์ ตอบว่าไม่ทราบ เป็นวิจารณญาณหรือความระแวงส่วนตัวมากกว่า การจัดงานครั้งนี้จะไม่มีการทำพิธีแก้เคล็ดอะไรตามที่คนคาดเดากัน แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะมีเคราะห์ประสบอุบัติเหตุล้มไหปลาร้าหักก็ตาม เพราะนาย อภิสิทธิ์ไม่เชื่อเรื่องโชคลาง จึงไม่มีการแก้ฮวงจุ้ยอะไรเป็นพิเศษ

“อุเทน” แนะทางลงโดยสันติ

ด้านนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ทางออกของประเทศไทยขณะนี้ขอเสนอให้รัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ควรชิงขอ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งบล็อกไว้ก่อน เพื่อให้มี การเลือกตั้งภายในปีนี้แน่นอน เช่น กำหนดเลือกตั้งวันที่ 28 ก.ย. หรือ 26 ต.ค. 2557 โดยมีผลย้อนหลังมาที่เดือน ก.ค.หรือ ส.ค.ตามลำดับ 60 วันก่อนการเลือกตั้ง และควรกราบบังคมทูลลาออกจากรัฐบาล รักษาการทั้งคณะ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. หรือ วันที่ 26 พ.ค.2557 ไม่เช่นนั้นหากถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง หรือเกิดการปฏิวัติ จะทำให้การเลือกตั้งยากที่จะเกิดขึ้นในปีหรือ 2 ปี จะทำให้บ้านเมืองเสียหายบอบช้ำ ขอให้รัฐบาลต้องตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวโดยด่วน

ปิดประตูตายขอนายกฯ ม.7

นายอุเทนกล่าวอีกว่า เมื่อนายกฯและ ครม.ลาออกจากรัฐบาลรักษาการ จะเป็นการตอบสนอง ความต้องการของ กปปส. แต่จะไม่มีนายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 เพราะตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน กำหนดไว้ชัดเจนหากนายกฯและ ครม.ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ให้ปลัดกระทรวงนั้นๆ ทำหน้าที่บริหารไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งตามที่รัฐบาลได้ขอ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งไว้ หากรัฐบาลไม่เดินตามทางนี้ปล่อยให้สถานการณ์การเมืองเป็นแบบนี้ต่อไป ประเทศชาติย่อยยับหมด ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเป็นห่วงว่านายกฯจะถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำขัดรัฐธรรมนูญ เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เชื่อมั่นว่านายกฯและ ครม.ไม่โดน เพราะตามกฎหมายเมื่อรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลรักษาการ เปรียบเหมือนคนตายไปแล้ว หากเอาผิดกับรัฐบาลรักษาการ เท่ากับขุดศพที่ตายแล้วขึ้นมาฆ่าใหม่ ไม่มีกฎหมายที่ไหนทำเช่นนี้

6 เม.ย. 2557 00:59 6 เม.ย. 2557 00:59 ไทยรัฐ