วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แอพใช้รถร่วมท้องถนนเดียวกัน

ปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะ ในกรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อลือชาติดอันดับต้นๆ ของโลก เป็นปัญหาใหญ่ ที่หลายๆ รัฐบาลหยิบ ยกมาเป็นปัญหาระดับชาติ แต่จนแล้วจนรอดไม่สามารถแก้ไขได้ แถมซ้ำดูเหมือนว่าจะหนักหนาสาหัสเข้าถึงจุดวิกฤติ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายของการใช้ชีวิตประจำวันของคนกรุง

ในต่างประเทศเมืองใหญ่ๆ เช่นกันแม้ปัญหาจะเบาบางกว่าในกรุงเทพฯ แต่นับเป็นปัญหาปวดเศียรเวียนเกล้าไม่แพ้กัน ซึ่งมีหลายๆ วิธีการที่คิดค้นกันขึ้นมาหนึ่งในนั้นคือ Ride Sharing หรือ Car Pool ซึ่งหมายถึงการใช้รถร่วมกัน คือ การร่วมโดยสารกันไปในเส้นทางเดียวกัน หรือเส้นทางใกล้เคียงกัน หลายๆ เมืองจะสามารถวิ่งในเลนพิเศษที่จัดขึ้นมาได้

เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมา ได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับการใช้รถร่วมกันขึ้นกับเป้าหมายลดความแออัดบนท้องถนน ลดการใช้ที่จอดรถ ประหยัดค่าใช้จ่ายรวมไปถึงการลดการปล่อยมลภาวะบนท้องถนน ซึ่งปัจจุบันมีหลายแอพเปิดให้บริการกันแล้วเช่น Lyft, UberX และ Sidecar เป็นต้น

แอพ UberX ปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว 40 เมืองในประเทศสหรัฐฯ และอีก 35 ประเทศ ขณะที่แอพ Lyft เปิดบริการแล้ว 30 เมืองในสหรัฐฯและล่าสุดออกมายืนยันว่าสามารถระดมทุนได้รวม 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 10,065 ล้านบาท เพื่อขยายการบริการภายในประเทศและในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ผู้โดยสารจะต้องมีสมาร์ทโฟนเพื่อโหลดแอพนี้มาใช้ เพื่อสื่อสารกับบรรดาผู้ขับขี่รถยนต์ที่ลงทะเบียนกับ Lyft บนท้องถนนพร้อมกับติดสัญลักษณ์ของ Lyft เพื่อโดยสารไปในจุดหมายปลายทางเดียวกัน ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่รถยนต์จะต้องมีบัญชี “เฟซบุ๊ก” เพื่อใช้เชื่อมต่อผ่านแอพดังกล่าวและบัตรเครดิต โดยจะคิดค่าโดยสารเป็นเงินบริจาค ซึ่ง Lyft จะหัก 20% เป็นค่าบริการ คุณสมบัติของผู้ขับขี่จะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองละเอียดยิบ มีอายุ 23 ปีขึ้นไป มีใบขับขี่อายุเกิน 3 ปีขึ้นไป ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากร เป็นต้น

ผู้บริหารของ Lyft ระบุว่าปัจจุบันรถยนต์ที่ขับบนท้องถนน จำนวน 80% ของที่นั่งในรถว่างเปล่าจะใช้ประโยชน์การใช้ท้องถนนให้เต็มที่และอัตราค่าบริการจะถูกกว่าการใช้บริการแท็กซี่ปกติถึง 30% ส่วนเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร Lyft อ้างว่า การระมัดระวังเป็นไปด้วยความเข้มงวด

แน่นอนว่า บริการดังกล่าวจะถูกต่อต้านจากกลุ่มผู้ขับขี่แท็กซี่และอาจติดปัญหาข้อกฎหมายที่บางเมืองห้ามให้บริการ บางเมืองจะต้องมีใบขับขี่พิเศษ เป็นต้น

สำหรับบ้านเราในอดีตเคยมีการศึกษา การใช้รถร่วมกันเพื่อลดความแออัดคับคั่งบนท้องถนน มีการศึกษาและแผนนำร่องเป็นเรื่องเป็นราว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นมีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด เพราะอาจมีปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย รถราจึงยังติดสาหัสหนักหนาขึ้นทุกวัน!!

 

หนุ่มดิจิตอล
cybernet@thairath.co.th

5 เม.ย. 2557 14:54 6 เม.ย. 2557 05:37 ไทยรัฐ