วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มอบ“วรพงษ์”คุมสถานการณ์ ใกล้แตกหัก! หวั่นจุดเดือดม็อบชนม็อบ

“การแก้ไขปัญหาชุมนุมเรียกร้องและเหตุวิกฤติ การรักษาความสงบเรียบร้อยต้องถือปฏิบัติ ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักสากล ได้มอบหมาย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายกำลังทหารตำรวจในเรื่องการชุมนุม โดยเน้นการตั้งด่าน ตรวจค้นอาวุธ บุคคล ยานพาหนะต้องสงสัย หาทางป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าของผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่ม สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ เหตุแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่ม ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน”


พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.วิเคราะห์สถานการณ์ชุมนุมกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ด้วยความเป็นห่วงสถานการณ์บานปลายจากกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์รุนแรงกับผู้ชุมนุม

ปมการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาขมวดปมชี้ชะตาในเดือน เม.ย.ร้อนระอุนี้ ทั้งกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้อง กรณีคำสั่งย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และท่าที ป.ป.ช.จ่อชี้มูลความผิดโครงการทุจริตรับจำนำข้าวที่มีนายกรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสองคดี

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นความผิดทั้งนายกรัฐมนตรีและ ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที

เป็นไปตามกระแสข่าวการเมืองที่ฝ่ายขัดขวางโค่นล้มรัฐบาลประกาศใช้ข้อกฎหมายปลดล็อกอำนาจทางการเมืองของเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และยึดอำนาจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี

เป็นช่วงบั้นปลายเหตุขัดแย้งทางการเมืองหรือเหตุบานปลายนองเลือดของพี่น้องคนไทยร่วมกันเข้าไปทุกขณะ


ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระกลายเป็นตัวแปรสำคัญ

การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายเป็นจุดแปรผันของสถานการณ์แทรกซ้อนทางการเมือง

ยั่วยุให้เกิดการเปลี่ยน แปลงโดยกำลังทหาร

การนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส.ของ “กำนันสุเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และ กลุ่ม นปช. ขยับนัดชุมนุมใหญ่ใน พื้นที่ถนนอักษะ ฝั่งธนบุรี พร้อมกัน

เป็นการส่งสัญญาณเร่งเร้าสถานการณ์ทางการเมือง...

เป็นเหตุให้ฝ่ายคุมกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ต้องวิเคราะห์สถานการณ์ให้ขาด...


พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. ได้เรียกประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นการประชุมพร้อมเพรียงผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. หารือแนวโน้มสถานการณ์บ้านเมืองเพื่อยุติเหตุปั่นป่วนในบ้านเมือง...

ท่าทีแข็งกร้าวของกลุ่ม กปปส.เรียกร้องให้ ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร.และข้าราชการเดินเคียงข้างผู้ชุมนุม กปปส.ปฏิเสธคำสั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อปิดเกมเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร คาดหวังได้เห็นการเคลื่อนไหวของทหาร

สวนทางกับ นปช. ที่นัดรวมพลเพื่อแสดงพลังขัดขวางขบวนการโค่นล้มรัฐบาล

เป็นความสุ่มเสี่ยงการเผชิญหน้าของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย

ตลอดช่วง 5 เดือนของการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่ม กปปส. มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นรายวัน ทั้งการลอบยิงผู้ชุมนุม ยิงระเบิดถล่มเวทีการชุมนุม การซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน การจับกุมอาวุธปืนอาวุธสงคราม

การตรวจค้นแหล่งผลิตระเบิดในเขตพื้นที่ สน.มีนบุรีที่มีอดีตผู้ต้องหาตามหมายจับคดีระเบิดที่สมานเมตตา แมนชั่น ท้องที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวรุนแรงทางการเมือง

การตรวจค้นอาวุธสงครามร้ายแรงทั้งเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 กระสุนปืน และระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ลอตเดียวกับที่มีการใช้ก่อเหตุด้านหน้าศาลอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด บ้านพักแกนนำ กปปส.นนทบุรี เวที กปปส.ชลบุรี และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส


จนล่าสุดมีกรณีคนร้ายซุ่มยิงถล่มขบวนรถของกลุ่มการ์ดและผู้ชุมนุม คปท.ระหว่างเดินทางกลับจากศูนย์ราชการได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

สถานการณ์รุนแรงรายวันในเวทีชุมนุม กปปส. สถานที่ราชการสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ขัดแย้งทางการเมือง ทั้งศาล องค์กรอิสระ บ้านพักคนสำคัญของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ไม่ใช่เหตุระเบิดปกติ แต่เป็นระเบิดเวลาที่หวังผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่ได้คิดคำนึงถึงชีวิตของใครใดๆทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายเดียวกันหรือกลุ่มมือที่สาม เป็นเรื่องหวังผลทางการเมือง

การตรวจค้นจับกุมอาวุธปืน อาวุธสงครามจำนวนมากในช่วงการชุมนุมเป็นสัญญาณบ่งบอกความไม่ปกติในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้

ฝ่ายหนึ่งเรียกร้องทหารใช้กำลังเข้ามากระชับพื้นที่เคลียร์อำนาจเปลี่ยนแปลงรัฐบาล


อีกฝ่ายขัดขวางการปฏิวัติของฝ่ายทหาร เรียกร้องความเป็นธรรมจากศาล องค์กรอิสระ

ต่างฝ่ายต่างไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง แกนนำ คปท.ประกาศเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุม ยกระดับการป้องกันเต็มพิกัด

เป็นสถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อการก่อจลาจลใหญ่อีกครั้งในแผ่นดินไทย

เศรษฐกิจประเทศได้ถูกทำลายในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมา

องค์กรอิสระ ศาล ตำรวจ ทหาร ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง ขั้วอำนาจการเมืองกฎหมายบ้านเมือง ต่างฝ่ายต่างเดินหน้าเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง

ไม่สนใจความเสียหายย่อยยับของชาติบ้านเมือง

หากย้อนประวัติศาสตร์เหตุนองเลือดชุมนุมประท้วงในอดีตน่าจะไม่รุนแรงเท่ากับเหตุความรุนแรงในการชุมนุมที่มีมวลชนสองกลุ่มที่พร้อมเผชิญหน้ากัน

เป็นเรื่องที่ฝ่ายผู้รับผิดชอบต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ

คงหลีกเลี่ยงไม่ได้กับเหตุการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย ผู้ชุมนุมกับทหารตำรวจ “คนกลาง” ที่จำเป็นต้องทำหน้าที่รักษากฎหมาย รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง


ในเมื่อผู้มีอำนาจทั้งฝ่ายผู้ชุมนุม ฝ่ายรัฐบาล และผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุขัดแย้งทางการเมือง ไม่คิดหันหน้าคุยกันเพื่อคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศ

ไม่มีใครสามารถคาดเดาประเมินสถานการณ์ในอนาคตได้อีกต่อไป

สถานการณ์ขณะนี้ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจเท่านั้น

โดยเฉพาะผู้ที่รับผิดชอบการชุมนุมประท้วงซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้มอบหมาย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับ ผิดชอบการรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมประท้วงไม่ให้บานปลาย

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. ย้ำกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า

“การชุมนุมของสองกลุ่มที่มีความขัดแย้งกัน เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีความกังวลอย่างมากในการเผชิญหน้าของกลุ่มผู้ชุมนุม และกลุ่มผู้ที่ไม่ได้หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ เป็นเหตุแทรกซ้อนที่น่าเป็นห่วง ในช่วงการชุมนุมใหญ่พร้อมกันมีความเสี่ยงมากกว่าการชุมนุมทุกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมามีเหตุคนร้ายลอบยิงระเบิดและยิงผู้ชุมนุม คปท.และ กปปส.ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต ซึ่งอยู่ในระหว่างการสืบสวน ยังไม่ทราบผู้ใดที่ก่อเหตุ แต่ผู้ชุมนุมอาจมองว่าเป็นการกระทำของอีกฝ่ายอาจมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่โกรธแค้นล้างแค้นกัน หรือกลุ่มมือที่สามฉวยโอกาสเข้ามาก่อเหตุเพื่อสร้างให้เป็นเงื่อนไขทางการเมือง ทุกเรื่องเป็นไปได้ทั้งหมด ตำรวจทหารต้องเพิ่มความระมัดระวังควบคุมสถานการณ์”

“ได้วางกำลังทหารตำรวจโดยรอบพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม คปท. กปปส. และ นปช.เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ โดยมีการเพิ่มกำลังทหาร 2 กองร้อย สารวัตร 30 นาย ชุดมวลชนของทหารและตำรวจ 19 กองร้อย โดยรอบพื้นที่การชุมนุม นปช.ที่ถนนอักษะ โดยวางกำลังจุดตรวจร่วมและสายตรวจเคลื่อนที่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีทั้งถนนพระราม 2 ถนนบรมราชชนนี ถนนอักษะ และพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่เวทีลุมพินี เวทีสะพานมัฆวานฯ เวทีแจ้งวัฒนะ ระมัดระวังเหตุแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่”

เป็นปมการเมืองที่ซับซ้อนเหนือการคาดเดา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารต้องทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เป็นเสาหลักให้กับบ้านเมือง

สกัดกั้นเหตุ “แทรกซ้อน” อย่างเต็มที่ไม่ให้คนไทยเข่นฆ่ากันเอง.

 

ทีมข่าวอาชญากรรม

5 เม.ย. 2557 14:42 ไทยรัฐ