วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


คิดถึงวิทยา... ครูบ้านนอก 2557?

โดย ซูม

ไปดูมาเรียบร้อยแล้วครับ “คิดถึงวิทยา” หนังไทยของจีทีเอชเรื่องล่าสุด ที่มีข่าวว่าทำเงินผ่านหลัก 70 ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเดินหน้าไปสู่หลัก 80-90 ล้านต่อไปในเวลาไม่นานนัก

รายได้จำนวนนี้รวมเงินของหัวหน้าทีมซอกแซกไว้ด้วยครับ จำไม่ได้แล้วว่า 140 บาท หรือ 120 บาท ที่แวบไปดู ที่โรงหนังบนชั้น 6 ของศูนย์การค้า “เทอร์มินอล 21” สี่แยกอโศก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ขอแสดงความยินดีกับทีมอำนวยการสร้าง ที่มี จิระ มะลิกุล เป็นกัปตัน และขอปรบมือให้แก่ผู้กำกับ นิธิวัฒน์ ธราธร ที่ทำให้หนังที่ควรจะเป็นหนังซึ้งๆของวัยรุ่น แต่เพียงสถานเดียวเรื่องนี้ กลายเป็นหนังซึ้งๆของ “สว.” หรือผู้สูงวัยอย่างหัวหน้าทีมซอกแซกไปด้วยอีกสถานหนึ่ง

หลายๆช่วงหลายๆตอน ดูแล้วก็นึกถึงหนังไทยที่เคยชนะใจคนไทยอย่างท่วมท้น รวมทั้งหัวหน้าทีมซอกแซกด้วย เมื่อ พ.ศ.2521 หรือประมาณ 35-36 ปีก่อนโน้น...เรื่อง “ครูบ้านนอก” จากบทประพันธ์ของ คำหมาน คนไค ซึ่งมี ปิยะ ตระกูล-ราษฎร์ และ วาสนา สิทธิเวช เป็นดาราแสดงนำ

หนังที่เป็นเรื่องราวของครูหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ อย่างครูปิยะแล้วขันอาสาไปสอนหนังสือที่ “ทุ่งหมาว้อ” อันแสนยากจน ของชนบทอีสานที่อยู่ไกลแสนไกล

แม้เรื่องราวจะดูหนักหนาสาหัส และค่อน ข้างจะเอาจริงเอาจังผิดกับหนังไทยทั่วๆไป ใน พ.ศ.ดังกล่าว ซึ่งถ้าไม่บู๊ล้างผลาญก็ต้องเป็นเรื่องสนุกสนานเฮฮาตามสไตล์คุณน้าดอกดิน ทำ ให้วิตกกันว่า “ครูบ้านนอก” จะไปไม่รอด

ที่ไหนได้...ด้วยความน่ารักใสซื่อไร้เดียงสาของเด็กๆ รวมไปถึงการมองความยากจนและความเหลื่อมล้ำอย่างมีอารมณ์ขันตามสไตล์ของ คำหมาน คนไค ครูบ้านนอกตัวจริงแห่งอุบล– ราชธานี ทำให้คนดูยิ้มแย้มแจ่มใส ติดตามเรื่องราวอย่างมีความสุขไปโดยตลอด และทำให้หนังโกยเงินไปกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากมายเป็นประวัติการณ์ใน พ.ศ.โน้น

อย่างไรก็ตาม “ครูบ้านนอก” จบแบบเศร้าไปหน่อย เมื่อพระเอกครูปิยะ ซึ่งหันไปต่อสู้เรื่องการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าด้วย ถูกผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นส่งมือปืนไปยิงเขาทิ้งในฉากสุดท้าย

“คิดถึงวิทยา” จึงต่างกับ “ครูบ้านนอก” ตรงที่พระเอกมิได้ตายตอนจบ ในทางตรงข้ามกลับจบลงอย่างความสุข เมื่อฉากสุดท้ายของหนังบอกใบ้ว่าพระเอก นางเอก (น่า) จะเป็นแฟนกันต่อไปตราบนิจนิรันดร์

ที่ไม่เหมือน “ครูบ้านนอก” อีกอย่างก็คือโรงเรียนของ ครูสอง กับ ครูแอน เป็นโรงเรียนแบบ เรือนแพ อยู่ในอ่างเก็บน้ำแถวๆจังหวัดลำพูน เป็นโรงเรียนแบบสาขาที่ตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นที่เรียนของลูกๆชาวประมงแถบนั้นมีนักเรียนเต็มที่แค่ 7 คน และบางช่วงก็เหลือแค่ 4 คน

การไปเป็นครูที่นี่ของทั้ง 2 คนก็ไม่เหมือน “ครูบ้านนอก” เพราะทั้งพระเอกบี้ (สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว) และนางเอกพลอย (เฌอมาลย์ บุญย-ศักดิ์) ไม่ได้ตั้งใจ หรือขันอาสาจะไปสอนแต่ ประการใด แต่เป็นเพราะรายแรกไม่มีที่จะไปไหน อยากทำงานเต็มที่งานอะไรก็ได้ พอดีที่โรงเรียนนี้ ขาดครู เขาก็เลยได้ไปสอนแบบลูกจ้างชั่วคราว

ข้างนางเอกพลอยก็ไม่ได้อยากไป แต่เพราะชอบทำอะไรผิดวิสัยครู เช่น ชอบแต่งชุดสั้นๆ ชะเวิกชะวาก และล่าสุด ผ่าไปสักเป็นรูปดวงดาวเข้าที่แขน...เป็นครูสักได้ไงล่ะ เลยโดนเนรเทศไปที่โรงเรียนนี้

เมื่อไปสอนไปอยู่ไปกินไปผจญภัยในโรงเรียนเรือนแพหลังเก่าๆกับเด็กยากจนไปพักหนึ่ง จิตวิญญาณของความเป็นครูของพระเอกนางเอกที่มีต่อเด็กๆก็ทำให้หนังเรื่องนี้กลับไปเป็น “ครูบ้านนอก” โดยมิได้ตั้งใจ

ความเห็นใจ เข้าใจ เมตตา รัก และอะไรก็ตาม ที่เป็นจิตสำนึกดีๆ ได้เกิดขึ้นแก่คุณครูทั้ง 2 (ความจริงไปสอนคนละเวลา) ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะช่วยเด็กๆเหล่านี้ให้เรียนหนังสือจบ เพื่อที่จะสู้โลก สู้ชีวิตต่อไปในอนาคต ได้ไม่แพ้เด็กๆอื่นๆ

พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกเรียนหนังสือ จะให้ออกไปช่วยทำมาหากินตั้งแต่ยังไม่จบ ป.6 พระเอกก็ไปตามมาเรียนและลงทุนทำงานให้พ่อเด็กช่วงเสาร์ อาทิตย์ เพื่อแลกกับการตัดสินใจให้ลูกศิษย์ของเขาได้เรียนต่อ

นางเอกพลอยก็มีบทซึ้งๆกับเด็กที่น่าสงสารเหล่านี้ โดยเฉพาะความมุ่งมั่นที่อยากจะให้ลูก ศิษย์เรียนจบ ป.6 ทุกคนของเธอ

บทและรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในเนื้อหาเหล่านี้แหละที่ทำให้ “คิดถึงวิทยา” กลายเป็นหนังที่มี “คุณค่า” และมิใช่หนังวัยรุ่นแบบดูสนุกๆไปหรือหวานๆไป ซึ้งๆไปเพียงเท่านั้น

ทั้งพระเอกและนางเอกเล่นได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ตีบทคุณครูที่ไปสู้กับความเหงาได้อย่างแตกกระจุย และเด็กๆก็เล่นเป็นเด็กยากจนที่เต็มไปด้วยความซุกซนประสาเด็กได้อย่างน่ารัก

จริงๆแล้วหัวหน้าทีมซอกแซกมิได้ตั้งใจจะดูหนังเรื่องนี้เลยในตอนต้น เพราะนึกว่าคงเป็นหนังวัยรุ่นหวานแหววอย่างเดียวเท่านั้นอย่างที่รำพึงรำพันไว้ตอนต้น

แต่พอได้อ่าน “การ์ตูน” เรื่องเดียวกันนี้ที่ สยามอินเตอร์คอมิกส์ เอามาพิมพ์และมีข้อเขียนเป็นลายมือเกี่ยวกับเบื้องหน้าเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เอาไว้ด้วย ประกอบกับแรงเชียร์ของลูกๆที่ไปดูเรื่องนี้มาก่อน มาบอกว่าอยากให้พ่อไปดู...ก็เลยตัดสินใจไปดู

เมื่อดูแล้วก็ชอบและขอขอบคุณจีทีเอชไว้ณที่นี้อีกครั้งหนึ่งที่ทำให้คนแก่มีโอกาสร่วมสุขร่วมซึ้งไปกับลูกๆหลานๆ ด้วยอย่างไม่เคอะเขินแม้แต่น้อย

ถ้าเป็นไปได้ช่วยเอาไปฉายให้คุณครูของกระทรวงศึกษาธิการได้ดูฟรีๆด้วยนะครับ (ไหนๆ ก็ได้ไป 70 กว่าล้านบาทแล้ว)

ไม่ใช่อะไรหรอก...ทุกวันนี้มีเสียงวิจารณ์เยอะเหลือเกินว่าจิตวิญญาณความเป็นครูของคุณครูบ้านเราน้อยลงอย่างน่าใจหาย

ลองให้ดู “คิดถึงวิทยา” เสียคนละรอบ เผื่อว่าจิตวิญญาณอันสำคัญยิ่งนี้จะกลับคืนมาสู่ “คุณครู” ของเราอีกครั้ง...ดังเช่นครูสองและครูแอนและคุณครูของคนไทยทั้งหลายทั้งปวงในอดีตกาล.

 

"ซูม"

5 เม.ย. 2557 13:50 6 เม.ย. 2557 05:41 ไทยรัฐ