วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับนักการเมืองชดใช้กรรม ศาลยุติธรรมต้องศักดิ์สิทธิ์

ต้นทางสินบน-อพาร์ตเมนต์หรูหราในโครงการ “โฮลีแลนด์” บนเนินเขาในนครเยรูซาเล็ม ต้นเหตุทำให้อดีตนายกฯเอฮุด โอลเมิร์ต แห่งอิสราเอล ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหารับสินบน (รอยเตอร์)



“อิสราเอล” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ยิว” นอกจากจะแข็งแกร่งทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและการทหารแล้ว “ระบบยุติธรรม” ของเขายังแข็งแกร่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้กระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ยากจะลอยนวลอยู่ได้ง่ายๆ

รายล่าสุดคืออดีตนายกรัฐมนตรี “เอฮุด โอลเมิร์ต” วัย 68 ปี ซึ่งครองอำนาจช่วงปี 2549-2552 เพิ่งถูกศาลตัดสินเมื่อ 31 มี.ค. ว่ามีความผิดในข้อหาคอร์รัปชัน รับสินบนก้อนโตจากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ “โฮลีแลนด์” ก่อสร้างอพาร์ตเมนต์หรูบนเนินเขาในนครเยรูซาเล็ม ในช่วงที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีในปี 2536-2546

ศาลยังพิพากษาว่า จำเลยร่วมอีกหลายคน รวมทั้งนายยูริ ลูโปเลียนสกี อดีตนายกเทศมนตรีนครเยรูซาเล็มอีกคน มีความผิดในคดีเดียวกัน มีสิทธิ์ติดคุกกันคนละหลายปี

โอลเมิร์ตก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯคนที่ 12 ของอิสราเอล แทนนายอาเรียล ชารอน ซึ่งป่วยหนักด้วยโรคหลอดเลือดสมองในปี 2549 แต่แค่ 2 ปีกว่าก็ต้องลาออกเพราะถูกฟ้องในคดีคอร์รัปชันหลายคดี แม้ในปี 2555 ศาลจะตัดสินยกฟ้องคดีสำคัญบางคดี จนเขาประกาศจะหวนกลับมาเล่นการเมืองอีก

แต่คำพิพากษาคดี “โฮลีแลนด์” ครั้งนี้ อาจเป็นการ “ตอกฝาโลง” ปิดฉากอนาคตทางการเมืองของโอลเมิร์ตไปโดยปริยาย

ก่อนหน้านี้ นักการเมืองระดับบิ๊กๆ ของอิสราเอลหลายคน ก็หนีไม่พ้นความผิดที่ตัวเองก่อขึ้น ที่ฉาวโฉ่ที่สุดคืออดีตประธานาธิบดี “โมเช คัตซาฟ” ซึ่งขณะนี้กำลังรับโทษจำคุก 7 ปี อยู่ในเรือนจำตั้งแต่เดือน ธ.ค.2554 โทษฐานข่มขืนผู้ช่วยสาวขณะเป็นรัฐมนตรีในปลายทศวรรษ 1990 เขายังถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศลูกจ้างสาวอีก 2 คนขณะเป็นประธานาธิบดี ช่วงปี 2543-2550

เรียกว่าเสียผู้เสียคนเพราะ “แรงหื่น” ตัวเดียวแท้ๆ

ประธานาธิบดีอีกคนที่ “ตกม้าตาย” คือนาย “เอเซอร์ ไวซ์แมน” ผู้มีคะแนนนิยมสูงมาก แต่ต้องลาออกกลางคันในปี 2543 ก่อนหมดวาระสมัยที่ 2 ถึง 3 ปี หลังอัยการสูงสุดชี้ว่ารับของขวัญเป็นเงินสด 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากนักธุรกิจในช่วงปี 2528-2536 แต่เขาชิงลาโลกไปซะก่อนในปี 2548 โดยที่ยังไม่ถูกพิจารณาคดี

ขณะที่นาย “อัฟราฮัม เฮิร์ชซัน” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องโทษจำคุกถึง 5 ปี 5 เดือน ในปี 2542 โทษฐานกระทำความผิดทางการเงิน รวมทั้งยักยอกเงินกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากสหภาพแรงงานซึ่งเขาเป็นประธานอยู่ ก่อนที่จะขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีในปี 2539

ส่วนนาย “ยิตซัค มอร์เดอคาย” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตนายพลเกษียณอายุ ซึ่งเคยเป็นนักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรง ก็ถูกศาลพิพากษาจำคุก 18 เดือน แต่ให้รอลงอาญาในปี 2544 ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ 2 กระทง ขณะดำรงตำแหน่งในกองทัพนาน 32 ปี

นักการเมืองดาวรุ่งอีกคนที่ถูกคาดหมายว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต แต่แพ้กรรมที่ตัวเองก่อขึ้นเสียก่อน คือนาย “ฮาอิม รามอน” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เขาถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดโทษฐานประพฤติผิดทางเพศในปี 2550 ในข้อหาใช้กำลังบังคับปลุกปล้ำ “จูบ” ทหารหญิงคนหนึ่งซึ่งทำงานอยู่ในทำเนียบของนายกรัฐมนตรีเอฮุด โอลเมิร์ต ในขณะนั้น

แต่รายนี้โชคดีหน่อย ศาลสั่งลงโทษแค่ให้ไปทำงานรับใช้สังคม และสามารถกลับเข้ามาเล่นการเมืองได้ แถมยังได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล โอลเมิร์ต และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จนถึงเดือน มิ.ย. 2552

“บิ๊ก” อีกคนที่กระทำความผิดในคดีที่ไม่น่าเชื่อ คือนาย “โกเนน เซเกฟ” นายแพทย์ที่ผันตัวเองมาเป็นนักการเมือง จนได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ในช่วง ปี 2535-2538 เขาถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี เมื่อปี 2548 ในข้อหาพยายามลักลอบนำยาเสพติดประเภท “ยาอี” กว่า 30,000 เม็ด จากเนเธอร์แลนด์เข้าอิสราเอล พ่วงด้วยข้อหาปลอมพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางของนักการทูต แต่ติดคุกได้ 2 ปีก็ถูกปล่อยตัว เพราะได้รับการลดหย่อนโทษ

ส่วนนาย “ชโลโม เบนิซรี” อดีตรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคชาส์ ซึ่งเป็นพรรคสายอัลตร้า ออร์โธด็อกซ์ เคร่งศาสนา ถูกศาลตัดสินจำคุก 4 ปี เมื่อเดือน มิ.ย. 2542 ในข้อหารับสินบน และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือน มี.ค. 2555 ขณะที่นายอาร์เยห์ เดรี อดีตหัวหน้าพรรคชาส์ ถูกศาลสูงสุดพิพากษาให้ลาออกจากคณะรัฐมนตรีในปี 2536 ในข้อหาคอร์รัปชัน จากนั้นในปี 2542 ก็ถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี แต่หลังพ้นโทษ กลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคชาส์อีกครั้งในปี 2555 และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯอีกเมื่อปีที่แล้ว

อีกคนคือนายซาชิ ฮาเนกบี สมาชิกสภานิติบัญญัติผู้ทรงอิทธิพล คนสนิทของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาให้การเท็จในปี 2553 โดยศาลชี้ว่าความผิดที่เขาก่อขึ้นเข้าข่าย “ศีลธรรมเสื่อมทราม” ส่งผลให้ถูกปลดจากสมาชิกรัฐสภาตามกฎหมายอิสราเอล

ในทุกประเทศ ไม่ว่าพัฒนาแล้ว หรือด้อยพัฒนา ย่อมมีทั้งคนดีคนเลว นักการเมืองก็เช่นกัน แต่ประเทศที่จะมีรากฐานมั่นคงแข็งแกร่งได้ อย่างน้อยระบบยุติธรรมต้องเข้มแข็ง ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นอิสระ สามารถคานอำนาจบริหารและนิติบัญญัติได้โดยแท้จริง
ประเทศใดที่ระบบยุติธรรมล้มเหลว หรือคนไม่เคารพศาลยุติธรรมเสียแล้ว ประเทศนั้นก็จะล้มเหลวตามไปด้วย!

 

บวร โทศรีแก้ว

 


โปรย

ลุ้นชะตา-อดีตนายกฯเอฮุด โอลเมิร์ต โอบกอดเพื่อนสนิทที่ศาลกรุงเทลอาวีฟ ก่อนศาลตัดสินว่าเขามีความผิดในข้อหารับสินบนจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะเป็นนายกเทศมนตรีนครเยรูซาเล็ม (เอพี)

5 เม.ย. 2557 13:07 6 เม.ย. 2557 05:48 ไทยรัฐ