วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรัชญาว่าด้วยความย้อนแย้ง

โดย น้าเน็ก

เคยมีคนพูดไว้ว่าอย่าพยายามคาดหวังอะไรจากทุกวรรณกรรมที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ปรัชญา” เพราะสุดท้ายแล้วมันจะมีความเป็นปรัชญาเจือปนอยู่น้อยนิด หรือเผลอๆ อาจไม่มีสิ่งไหนใกล้เคียงความเป็น “ปรัชญา” เลยก็ได้

อ่า … เริ่มต้นมาสองบรรทัดก็ย้อนแย้งเสียแล้ว

คำว่า “ย้อนแย้ง” ภาษาอังกฤษเรียก Paradox หมายถึง สิ่งที่ขัดแย้งอยู่ในตัวเอง (ใครอย่าริอวดมุกพาราด็อกซ์คือชื่อวงดนตรี สมาชิกสี่ ก่อตั้งปีสามเจ็ดล่ะ ไม่เอาลูกไม่เล่น) หรือสวนทางกับวิถีเดิมซึ่งควรดำเนินเป็นปกติ เช่น อยากบอกผู้หญิงคนนึงว่ากำลังแอบชอบ แต่ก็ไม่กล้าบอกเพราะกลัวเขาจะรู้ว่าเราชอบ ตกลงจะให้รู้หรือไม่ให้รู้กันแน่ อยากรวยแต่ไม่อยากทำงาน อยากเห็นแสงอาทิตย์แรกกลางน้ำค้างหกโมงเช้า แต่ไม่อยากรีบตื่นเช้า อะไรทำนองนี้นะครับ

ย้อนแย้งเป็นสภาวะสับสนทางอารมณ์ที่ออกจะกวนตีนประมาณนึง ชวนอึ้งอีกเล็กน้อย แถมยังสื่อถึงความเข้าใจยากได้ชัดมาก กล่าวคือยากโดยนิยามของมันเองนั่นแหละ เรียกว่าถ้าจะหาอะไรซักอย่างมาใช้อธิบายความมึนชีวิต ก็คงต้องเป็นคำนี้ เพราะพูดให้ใครฟังทีไร จะได้รับปฏิกิริยาตอบรับเดียวกันหมดคือกลอกตาใส่ สรุปจะเอายังไง สงสัยใคร่งงยิ่งนัก … ซึ่งจะว่าไป ความย้อนแย้งไม่ใช่เรื่องห่างไกลเลยนะพวกเรา สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพียงแต่อาจไม่ค่อยรู้เนื้อรู้ตัวเท่านั้น ว่าความงี่เง่าน้อยใหญ่ทั้งหลายในชีวิตประจำวัน บางทีก็มีต้นเหตุจากมัน

ต่อไปนี้คือกรณีศึกษาสถานการณ์ย้อนแย้ง ที่เชื่อว่าทุกคนก็ต้องเคยประสบ อย่างน้อยคนละข้อสองข้อล่ะน่า เรียนรู้เอาไว้เป็นแนวทางเบื้องต้นไม่เสียหาย เผื่ออนาคตพบเจอเหตุพรรค์นี้อีกจะได้ไม่ตะลึงใจว่าเอ๊ะ ตกลงเราเป็นอะไร พิลึกผิดผู้ผิดคน

:: อยากส่วนตัวแต่ไม่อยากโดดเดี่ยว ::

มนุษย์มักสบายใจที่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คน แม้จะไม่อยากสนทนาพูดจากับใครก็ตาม อาการประหลาดนี้ถือเป็นความย้อนแย้งประเภทหนึ่งครับ ลองดูสิ ช่วงไหนสันโดษอยู่บ้านเงียบๆ ซักพัก จะเริ่มครั่นเนื้อครั่นตัวอยากหาทางไปนั่งเอาหัวตากแอร์เล่นในที่ชนหมู่มาก (แต่ถ้าเป็นผม ผมจะนอนฮะ นอนจนเพื่อนบ้านเอะใจเลยครับ คืออยากนอนมาก) …  บางทีไม่มีธุระหรอก แค่นั่งมองคนเดินผ่านไปผ่านมาเฉยๆ ก็พอละ สบายใจที่สัมผัสได้ถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวในหน่วยสังคม

กลุ่มตัวอย่างสามารถดูได้ตามร้านกาแฟ คาเฟ่ เบเกอรี่ พวกที่กำลังหาแรงบันดาลใจ หาไอเดียเขียนหนังสือ ทำงาน อ่านตำรา จะจับจองโต๊ะคนละมุม ปลีกวิเวกสร้างโลกส่วนตัวกันเป็นหยุบหย่อม อยากทำงานคนเดียวสงบๆ นะ ใช่ว่าต้องการเพื่อนใหม่หรือสุงสิงกับใคร แต่ก็ไม่อยากโดดเดี่ยว มีความเคลื่อนไหวเป็นไปรอบกายให้เงยพักสายตาบ้างตามสมควร เผื่อช่วยจุดประกายสร้างสรรค์ จะให้อ่านหนังสือสอบในห้องสมุดลำพัง หรือในหอพักเงียบๆ ก็สงัดเกิน

ทั้งนี้ก็สุดแท้แต่สไตล์ส่วนบุคคลครับ บ้างก็ว่าการทำงาน ท่องตำราเป็นกิจกรรมซึ่งต้องใช้พลังปราณขั้นสูงมาก ห้ามมีเสียงรบกวน ห้ามใครเดินผ่าน ไม่งั้นวอกแวกสมาธิแตก ก็อู้อูฐอยู่ห้องกันไป … แต่เชื่อดิ เดี๋ยวมันก็ทนไม่ไหว ออกมาหาฝูงชนจนได้ แถวร้านทูฟาสทูสลีพเนี่ยบานเลย

:: ชอบเที่ยว แต่ไม่ชอบเดินทาง ::

แล้วชาติหน้าจะถึงมั้ย? อาศัยประตูโดราเอมอนเหรอ? วาร์ปเอารึเปล่า?

ใครได้ยินผมเปรยข้อความข้างต้น เป็นต้องพร้อมใจสวนกลับมาอีหรอบนี้ตลอด ถ้าได้ยินร้อยคน ต้องมีเกินเก้าสิบคนแน่ๆ ที่ร้องทัก … โอเค ยอมรับว่าการเดินทางสม่ำเสมอเป็นเรื่องดี ไม่มีวิธีไหนจะช่วยเปิดหน้าต่างให้ชีวิตได้โผล่ออกไปสู่โลกกว้าง เห็นอะไรใหม่ๆ ได้สุดยอดไปกว่าแพ็กกระเป๋าก้าวขาท่องเที่ยว นอกจากประสบการณ์จะยิ่งใหญ่แล้วยังคูลล้ำหน้าดีเสียอีกเวลาเก็บมาฟุ้งอวดคนอื่นว่าเราเพิ่งไปเหยียบที่ไหน แต่เรื่องแบบนี้มันก็ทั้งรักทั้งชังครับ (กัดฟัน)

คือเวลาเที่ยวนี่ โอ้โห สนุกมาก โซแฮปปี้เวรี่ฟันนี่ แต่กูก็ปวดหลังมากเช่นกัน ที่นั่งในรถไฟเที่ยวนี้ ตอนผลิตได้วัดองศากะมุมจากสันหลังมนุษย์หรือเปล่า ทำไมตั้งฉากขนาดนั้น หรือนั่งรถไปเที่ยวระยะสั้น ขับไม่เกินห้าชั่วโมง เวียนหัวจนหลับสองสามตื่นยังไม่ถึง

ผมเป็นคนโคตรมีปัญหากับการเดินทาง สภาวะทรมาทรกรรมทำให้ต้องชิงหลับปิดระบบรับรู้ทุกชนิด ถึงเมื่อไหร่ค่อยเรียก แต่ก็พยายามแก้นิสัยเสียชอบหลับคร่อกระหว่างทางมาหลายหน เพราะรู้สึกว่ามันเสียโอกาส อุตส่าห์ได้เที่ยวทั้งที ควรลืมตาเสพสองข้างทางบ้าง กินก็แล้ว ดูหนังก็แล้ว สุดท้ายแม่งไม่สำเร็จ อนาคตใครก็ได้ช่วยทำเครื่องล่วงเวลาที ขอแบบกดปุ่มทีเดียวถึงปลายทางปั๊บเลยงี้ หูย จะปลื้มมาก

:: กินแกงเขียวหวาน แต่ไม่กินมะเขือพวง ::

เท้าความยาวๆ ว่าที่บ้านจะมีธรรมเนียมประหลาดเวลาทำแกงเขียวหวานครับ เราเรียกหม้อประชาธิปไตย คือเมื่อป๋าชอบหมู พี่คนโตชอบกุ้ง ผมชอบไก่ คนเล็กชอบลูกชิ้น ส่วนแม่เป็นคนทำ เพื่อไม่ให้ทุกภาคส่วนทะเลาะตบตีกันก็เลยใส่หมดทุกอย่าง กลายเป็นแกงเขียวหวานหมูกุ้งไก่ลูกชิ้น มูลค่าหม้อนั้นยากแก่การคำนวณ กะปริมาณดูน่าจะมากพอสำหรับลี้ยงเด็กอิ่มทั้งโรงเรียน … แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนไม่โปรด (หรืออย่างน้อยก็ในบรรดาลูกสามคนที่แหวะ) แต่ใส่เยอะประหนึ่งมีใครชอบกินเหลือเกินนั่นคือ “มะเขือพวง” …. ส่วนประกอบซึ่งบอกไม่ได้ว่าให้รสชาติแบบไหน นอกจากขมแปลกๆ ลอยเป็นแพเหนือผิวน้ำแกง พอสุดท้ายเหลือก้นหม้อ อีมะเขือเม็ดเล็กก็จะนอนแห้งตายเกลื่อน ไม่มีคนกิน

ไม่อร่อย แต่ต้องใส่ (ฮะ? อร่อยเหรอ … อร่อยก็กินไปเงียบๆ สิแก)

:: กินน้ำปลาพริก แต่ไม่กินน้ำปลา ::

ของบางอย่างสร้างมาคู่กันแต่ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นที่ต้องการเหมือนกันก็ได้ พัฒนาการของน้ำปลาพริกจะเป็นอย่างนี้ฮะ … ช่วงแรกๆ เพิ่งทำเสร็จ พริกขี้หนู กระเทียมอัดแน่นเต็มถ้วยมองไม่เห็นน้ำปลา ก็ให้เรียก “พริกน้ำปลา” พอผ่านการจ้วงตักไปประมาณสิบคนแล้วเหลือแต่น้ำปลาจ๋องแจ๋ง พริกหอมกระเทียมอะไรหายเกลี้ยง เมื่อนั้นจึงกลายเป็น “น้ำปลาพริก” (เอาน้ำปลาเป็นตัวตั้ง ส่วนพริกทดไว้ในใจ)

แถวบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าของโรงแรมจะเจอบ่อยมาก มีชามน้ำปลาพริกวางคู่กระบะข้าวผัด ซึ่งก็ยูนี้คสุดๆ หาดูที่อื่นไม่ได้ เพราะโรงแรมจะใส่มะนาวฝานเป็นแว่นๆ ลอยฟ่อง ขืนทำงี้ให้แม่เห็นตอนอยู่บ้านมีหวังโดนพริกป้ายตา ชั่วโมงให้หลัง พนักงานจะยกชามเก่าที่เหลือแต่น้ำปลาออกไป เปลี่ยนชามใหม่มาแทน … เพราะแขกโรงแรมทุกคนช้อนกินแต่พริก ถามว่าหั่นพริกใส่มาแห้งๆ ได้มั้ย จะกินอะไรก็โรยเอา ไม่ได้ครับ เพราะยังไงเราก็ต้องการ “น้ำปลาพริก”

:: ลูกชิ้นหมูผสมแป้ง VS. ลูกชิ้นแป้งผสมหมู ::

ยามปกติกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู … มันก็ผสมแป้งมาหลอก

พอถึงคราวอยากกินอาหารหลอกๆ สั่งลูกชิ้นเจ … เสือกผสมหมูมาให้ กลายเป็น “ลูกชิ้นเจปลอม”

อืม … ก็มีเหมือนกันที่ความย้อนแย้งมันทำร้ายจิตใจเรา โลกอยู่ยากขึ้นทุกวันจริงด้วย

:: บนเจ้าที่ว่าถ้าเลิกสูบบุหรี่ จะแก้บนด้วยการไม่สูบบุหรี่! ::

“โอมมมม … เพี้ยง! ถ้าลูกช้างเลิกสูบบุหรี่สำเร็จ ลูกช้างจะมาแก้บนกับเจ้าพ่อด้วยการ … การอะไรดี … อ่ะ! ลูกช้างจะมาแก้บนกับเจ้าพ่อด้วยการไม่สูบบุหรี่อีกเลยตลอดชีวิต!!”

เดี๋ยวนะ … สรุปเจ้าพ่อได้อะไรจากเอ็งบ้าง?!?

:: เปิดแอร์จนหนาวแล้วนอนห่มผ้าหนาๆ ::

ช่วงนี้ร้อนชิบหายเลยครับ …. เขาว่าโลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สาม แต่ถ้าเปลวแดดระอุขนาดนี้กูว่าดาวกูอยู่ชิดพระอาทิตย์เป็นอันดับแรกแน่ๆ ครับ ไม่ใช่ดาวพุธแล้ว นักดาราศาสตร์มันตกสำรวจ! (อากาศร้อนทำให้คนขี้โมโห) ความเข้มข้นของรังสีอุลตร้าไวโอเลตนั้นเรียกว่าสะบัดผ้าโชกน้ำกลางแดดซักสี่ห้าทีก็แห้งละ ตากเสร็จพอดี … ไอร้อนทำลายล้างถึงเพียงนี้ ความสุขอย่างเดียวของมนุษย์คือการกลับบ้าน อาบน้ำ แก้ผ้า ทาแป้งเย็น เปิดแอร์ห้องนอนด้วยอุณหภูมิน้องๆ ขั้วโลก แล้วซุกตัวลงไปอยู่ในกองผ้านวมหนามิดคอ!

คือมึงทำแบบนั้นทำไมครับ … มันสวนทางกันมากมาย เร่งแอร์จนหนาวสั่นเพื่อห่อตัวเองไว้ด้วยชั้นผ้าห่ม ทางที่ดีหรี่ลงมาเหลือความเย็นปกติ ใส่เสื้อผ้าธรรมดานอนก็พอ ประหยัดค่าไฟดีด้วย (ยกเว้นกรณีสุขใจเวลาได้จำลองบรรยากาศว่าตัวเองเป็นเอสกิโมที่นอนในอิกลู อันนั้นไม่ว่ากัน)

:: กลัวผีแต่ชอบดูหนังผี ::

แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ซื้อตั๋วเข้าโรงไปดูหนังผี คือคนกลัวผี! ส่วนอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เป็นคนไม่กลัวผี แต่มีหน้าที่พาไอ้กลุ่มแรกไปดู (ซึ่งอาจเป็นผัว แฟน เพื่อน ฯลฯ) … ค่าตั๋วก็แพง ต้นทุนค่าขนมเครื่องดื่มของกินอีก เวลานั่งดูต้องลำบากปรือตาให้ตี่ๆ เพราะไม่อยากเห็นผีชัดๆ เต็มสองโฟกัส ครั้นจะยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วถ่างนิ้วห่างๆ นี่ก็ดูอ่อนหัด อายเบาะใกล้เคียง นับเป็นชั่วโมงแห่งความอนาถจิตโดยแท้

ปีก่อนรุ่นน้องคนนึงเสนอไอเดียไปดูหนังผีกัน แบบว่าร่างกายนี้ดสื่อสยองขวัญขั้นสุด กำลังอยากเสพความกลัวเต็มแก่ งวดนั้นเลยจัดคอนเจอริ่ง คนเรียกผีเข้าไป ผีกันบู้มๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี ไอ้ตัวตั้งตัวตีทีแรกถึงกับควักโทรศัพท์ออกมาเรียงเพชร ไม่ไหวจะทน เกินกว่าจะเบิ่งตาดู แต่ให้ลุกหนีออกจากโรงก็เสียดายค่าบัตร ส่วนไอ้หนวดนั่งทื่อ ผีอยู่ไหนไม่รู้ รู้แต่กูหนวกหูเสียงกรี๊ดมาก กำลังจะสะกิดด่าว่าอยู่ในโรงหนัง เสียมารยาทเล่นโทรศัพท์ได้ไง รบกวนชาวบ้านเค้า พอเหลือบมองแถวหลัง ปรากฏว่าจอมือถือสว่างวาบทุกคน … แหม ทีหลังนอนดูน็อตติ้งฮิลล์อยู่บ้านไป๊ 

:: บ่นว่าอยากผอม แต่หยุดกินไม่ได้ ::

ความอ้วนก็เหมือนการเก็บเงินน่ะครับ … หลักง่ายๆ มันมีอยู่แค่วิธีบริหารสัดส่วนระหว่างเข้าและออกให้ถูกต้อง จับจ่ายให้น้อยกว่ารายรับ ออกแรงให้มากกว่าใส่ปากกิน แต่ปัญหาใหญ่ของคนครึ่งค่อนโลกคือชอบดันทุรังทำในสิ่งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าจะก่อให้เกิดอะไรขึ้น ทว่าสุดท้ายก็ยังทำ อยากหุ่นดี ไม่อยากอ้วน ไปไหนมาไหนมีแต่คนทักว่าสมบูรณ์จัง หรือบิ๊กโบน ปกติเป็นคนกระดูกใหญ่สินะ ถึงว่าลดไม่ลงมาหลายปี รู้แก่ใจว่าต้องคุมอาหาร บริโภคอย่างมีระเบียบถึงจะผอม แต่ก็ทำไม่ได้ ท่องว่าไม่กินละ เดี๋ยวอิ่ม ตัดสลับภาพมาอีกทีพบว่าก้นชามสะอาดมาก

:: ทุกคนอยากคิดเหมือนคนส่วนใหญ่ แต่คนสร้างสิ่งยิ่งใหญ่กลับเป็นคนส่วนน้อย ::

ความจริงข้อหนึ่งซึ่งอาจจะเคยหรือไม่เคยสังเกตกันก็คือ ใครๆ ล้วนอยากเป็นและคิดเห็นเหมือน “คนส่วนใหญ่” หนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาสอนเรามาตั้งแต่ชั้นประถมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม สิ่งนั้นทำให้เรากลัวการแปลกแยก กลัวการเป็นตัวประหลาด หรือแตกต่างจากชาวบ้าน คนไม่เคยขึ้นรถไฟฟ้าจะประหม่ากว่าปกติเวลายืนต่อแถวรอซื้อตั๋วอยู่หน้าตู้ ส่วนหนึ่งไม่ใช่แค่เพราะไม่รู้วิธี แต่เพราะกลัวสายตาคนข้างหลังที่มองมาอย่างเหยียดหยามว่าไปอยู่ไหนมาถึงซื้อตั๋วไม่เป็น ขณะที่เรากำลังงกๆ เงิ่นๆ จิ้มผิดจิ้มถูก … เด็กนักเรียนกลัวการยกมือขึ้นถามครูเวลาไม่เข้าใจเพราะกลัวโดนเพื่อนหาว่าโง่ เมื่อทั้งห้องไม่มีใครสงสัยกันซักคน เราอยากเป็นหนึ่งในกระแสส่วนมาก และขยาดกับความผิดแปลก

ทางตรงข้าม สารพัดสิ่งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้กลับเป็นฝีมือของ “คนส่วนน้อย” ทั้งสิ้น… กาลิเลโอกับดาราศาสตร์ เอดิสันประดิษฐ์หลอดไฟ ไอนสไตน์กับอีกแปดแสนองค์ความรู้ ครอบคลุมตั้งแต่ที่สร้างสรรค์ยันทำลายล้าง ทุกคำพูดที่ทำให้มนุษยชาติต้องหยุดฟังและหันมองมาจากเศษเสี้ยวเล็กๆ … สุดยอดแห่งความย้อนแย้งที่ยังคงสร้างความลังเลใจให้คนทุกยุคทุกสมัยเสมอว่าตกลงเราควรเลือกยืนเป็นคนส่วนใหญ่ หรือส่วนน้อยของสังคมดี

สิ่งที่ความย้อนแย้งสอนเราไม่ใช่คำคมที่เอาไว้เสพหรือแชร์ต่อเก๋ๆ แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าธรรมชาติของมนุษย์สามารถดำเนินชีวิตและทำทุกอย่างเองได้เพียงลำพัง แม้กระทั่งการมีปัญหากับตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีคู่กรณีด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการมีปัญหากับคนอื่น คีย์เวิร์ดสำคัญไม่ใช่สักแต่เฝ้าถามหาภาพสงบสันติ แต่เป็นการหาวิธีอยู่ร่วมกันให้ได้บนโลกแห่งความจริง

น้าเน็ก

น้าเน็ก

เคยมีคนพูดไว้ว่าอย่าพยายามคาดหวังอะไรจากทุกวรรณกรรมที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ปรัชญา” เพราะสุดท้ายแล้วมันจะมีความเป็นปรัชญาเจือปนอยู่น้อยนิด หรือเผลอๆ อาจไม่มีสิ่งไหนใกล้เคียงความเป็น “ปรัชญา” เลยก็ได้ ... 5 เม.ย. 2557 08:58 ไทยรัฐ