วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักวิชาการ-ชุมชน แนะตั้งองค์กรภาคประชาชนแก้ปัญหาลุ่มน้ำโขง

นักวิชาการและตัวแทนผู้อยู่อาศัยบริเวณแม่น้ำโขง เชื่อ เหตุที่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติเกิดจากน้ำมือมนุษย์ แนะตั้งองค์กรภาคประชาชนเข้าแก้ปัญหา ชี้ คณะกรรมการแม่น้ำโขงควรปฎิบัติงานในเชิงรุกมากขึ้น...

 

วันที่ 4 เม.ย. ชมรมนักข่าวอาเซียน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย บรรยายสรุปข้อเสนอหัวข้อ "แม่น้ำโขง : ผลกระทบจากโครงการเขื่อนตอนบนในประเทศจีน, ปรากฎการณ์ El Nino หรือความล้มเหลวในการบริหารจัดการสายน้ำ” โดย นางผกาวรรณ จุฬามาณี ที่ปรึกษาคณะกรรมการแม่น้ำโขง กล่าวว่า โดยธรรมชาติของแม่น้ำโขงเมื่อถึงหน้าแล้งจะแล้งมาก พอถึงหน้าน้ำจะมีน้ำไหลบาก แต่ในรอบหลายปีที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติโดยน่าจะเป็นการกระทำของมนุษย์ แต่การพูดคุยกับภาคประชาชนในท้องถิ่นยังไม่เกิดขึ้น หน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการเยียวยาช่วยเหลือ ตนจึงมีข้อเสนอในฐานะที่ทำงานคลุกคลีกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในลุ่มแม่น้ำโขงมาตลอด โดยขอให้มีการปฏิรูปวิธีการทำงานของคณะกรรมการแม่น้ำโขง หรือ MRC จากเดิมที่มุ่งเน้นงานด้านวิชาการแต่ไม่มีการนำไปใช้ปฏิบัติจริง ให้มีการทำงานที่เป็นเชิงรุกเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่ง MRC เป็นองค์กรที่มีความเข้มแข็งด้านวิชาการแต่ยังขาดการประสานงานเพื่อนำความรู้ดังกล่าวนั้นไปใช้งานจริง จึงอยากเรียกร้องให้มีการปฏิรูปวิธีทำงาน ขณะเดียวกันต้องปรับพฤติกรรมของประเทศสมาชิกให้มองปัญหาและคิดหาวิธีการแก้ไขให้เป็นทิศทางเดียวกัน

ด้าน นางเพียงพร ดีเทศน์ ผู้แทน International Rivers เปิดเผยว่า ในรอบสิบปีที่ผ่านมาน้ำในแม่น้ำโขงขึ้นลงผิดฤดูกาลมาตลอด ซึ่งส่งผลต่อชีวิตของสัตว์น้ำและความเป็นอยู่ของผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำ ส่วนหนึ่งของปัญหาน่าจะเกิดจากการลงทุนในกิจการพลังงานของภาคเอกชน มุมมองส่วนตัวจึงอยากเสนอให้ที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการแม่น้ำโขง ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5 เม.ย. นี้ ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มีการพูดคุยถึงการหยุดโครงการลงทุนเขื่อนทั้งหมดในแม่น้ำโขง และหันมาศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยใช้หลักวิชาการ จากที่ผ่านมามุ่งเน้นการพัฒนาจากกลุ่มทุนแต่เพียงอย่างเดียวจึงอยากให้มีการตั้งเกณฑ์การลงทุนธุรกิจพลังงานในภูมิภาคร่วมกัน

ขณะที่ นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ผู้แทนกลุ่มรักษ์เชียงของ ผู้อยู่อาศัยบริเวณแม่น้ำโขง กล่าวว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ 2539 เป็นต้นมาน้ำในแม่น้ำโขงมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดฤดูกาลจนสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบและได้ทำการยื่นขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย จึงเสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรภาคเอกชนที่เกิดขึ้นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากปรากฏการณ์ดังกล่าวซึ่งรวมแล้วมีจำนวนกว่า 60 ล้านคน ซึ่งถือว่ามีพลังพอสมควรและน่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีรูปธรรมได้ นอกจากนี้ทางกลุ่มมีข้อเสนอว่าสามารถใช้กลไกของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในการสร้างความร่วมมือระหว่างชาติที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อไขปัญหา

“ประเด็นเรื่องแม่น้ำโขงนี้ท้าทายต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต ผมคิดว่าประเทศที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำโขงด้วยกันต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะเริ่มต้นจากประเทศไทยกับประเทศลาวก่อนก็ได้จากนั้นค่อยขยายความร่วมมือไปยังประเทศอื่นต่อไป” ผู้แทนกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าว

นักวิชาการและตัวแทนผู้อยู่อาศัยบริเวณแม่น้ำโขง เชื่อ เหตุที่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติเกิดจากน้ำมือมนุษย์ แนะตั้งองค์กรภาคประชาชนเข้าแก้ปัญหา ชี้ คณะกรรมการแม่น้ำโขงควรปฎิบัติงานในเชิงรุกมากขึ้น... 4 เม.ย. 2557 23:03 4 เม.ย. 2557 23:35 ไทยรัฐ