วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แถลงการณ์ นปช.จี้ ศาลรธน.ยุติใช้อำนาจแทรกแซง หวังผลเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

แถลงการณ์ นปช.จี้ ศาลรธน.ยุติใช้อำนาจแทรกแซง หวังผลเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

  • Share:

นปช.ออกแถลงการณ์ 9 ข้อ จี้ ศาลรธน.ยุติใช้อำนาจแทรกแซง หวังผลเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เปรียบเหมือนทำรัฐประหาร ซึ่งร้ายกว่าใช้กำลังทหารเสียอีก

วันที่ 4 เม.ย. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้กล่าวในตอนหนึ่งของแถลงการถลกหนังเทือก ถึงกรณีการใช้กฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ที่ทางนปช. เห็นว่า เป็นการใช้อำนาจนอกเหนือบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มีดังต่อไปนี้

1.ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับองค์กรอื่น จะใช้อำนาจเพื่อขยายเขตอำนาจของตนไปแทรกแซงอำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่นเพื่อ หวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ มิได้

2.กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจล้มล้างการใช้อำนาจของรัฐสภาด้วยการสั่งไม่ ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งที่ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

3.กรณีศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจล้มล้างอำนาจของอัยการสูงสุดที่กำหนดว่าด้วยการ ยื่นคำร้องตามรัฐธรรนูญ มาตรา 68 ต้องผ่านอัยการสูงสุด แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยื่นคำร้องต่อศาลโดยตรงได้ ทำให้อำนาจของอัยการสูงสุดต่อมาตรานี้ ไม่มีการบังคับใช้อีกต่อไป

4.กรณีศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจล้มล้างอำนาจของประชาชนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ. ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ครบทุกหน่วยนั้น มาจากการ ขัดขวางของกลุ่มกปปส.

5.กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหาและคณะ ที่ยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสถานภาพความเป็นนายกรัฐมน ตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีเจตนาล้มล้างรัฐบาล ดังนั้นถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องดังกล่าวไว้ ก็เท่ากับศาลรัฐธรรมนูญใช้ อำนาจล้มล้างฝ่ายบริหาร

6.กรณีที่นายกฯ และครม. ใช้อำนาจโยกย้ายนาย ถวิล เปลี่ยนศรี เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย ไม่ได้ถือว่าเป็นการแทรกแซง ที่จะถือเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 และตามรัฐธรรมนูญเมื่อมีการยุบสภาฯแล้ว ถือว่าครม. พ้นจากตำแหน่ง แต่ยังต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ ตามมาตรา 181 จึงให้นายกฯ พ้นตำแหน่งซ้ำสองไม่ได้

7.กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของนายกฯ และครม. โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกฯ และรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ต่อไปนายกฯ และครม.ก็จะต้องถูกร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่งทุกคน

8.กรณีใช้อำนาจที่ไม่เป็นกลางทางการเมือง เห็นได้จากคำร้องที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยื่นคำร้อง ศาลได้รับไว้ทั้งหมดโดยไม่มีอำนาจและชัดเจนว่าหวังผลทางการเมือง ในขณะที่คำร้องของอีกฝ่ายที่ยื่นคำร้องในกรณีการชุมนุมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณและแกนนำกลุ่มกปปส. ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ทั้งที่มีเจตนาชัดเจนว่าต้องการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 แต่ศาลรัฐธรรมนูญมองว่า เป็นการชุมนุมโดยสงบและไม่รับคำร้องไว้พิจารณา

และ 9.กรณีศาลรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจนอกเหนือรัฐธรรมนูญล้มล้างอำนาจของฝ่าย นิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร อัยการสูงสุด และอำนาจของประชาชนตามที่กล่าวมาถือว่า ศาลรัฐธรรมนูญกระทำการขัดต่อ รัฐธรรมนูญเสียเอง และถือเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครอง หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ซึ่งประชาชนย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีตามมาตรา 69

ดังนั้น จึงอยากขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ยุติการใช้อำนาจนอกเหนือรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อหวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะการกระทำดังกล่าว เท่ากับศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้อำนาจตุลาการในการทำ รัฐประหาร ถือว่า ร้ายแรงกว่าการรัฐประหารโดยใช้กำลังทหาร หากเป็นเช่นนั้น หากมีอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองศาลรัฐธรรมนูญต้องรับผิดชอบ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้