วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"โออิชิ"รุกตลาดต่างประเทศ

OISHI GREND JAPANESE BUFFET RESTAURANT

อาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และมีการแข่งขันอย่างรุนแรงทั้งจากแบรนด์ไทยและแฟรนไชส์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นบินตรงเข้ามาลงทุนเปิดร้านกันอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดอาหารและเครื่องดื่มญี่ปุ่นในบ้านเรา จนเกิดกระแสตื่นตัวทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการหนีไม่พ้นค่ายโออิชิ กรุ๊ป จนกลายเป็นผู้นำในตลาด หากนึกถึงอาหารญี่ปุ่นในไทย ผู้บริโภคต้องนึกถึงแบรนด์โออิชิเป็นอันดับแรก



ในปี 2557 นี้ โออิชิ กรุ๊ป ได้วางแผนธุรกิจครองความเป็นผู้นำด้านอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น โดยใช้จุดแข็งภายใต้ปีกของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ที่มีกิจการในเครือมากมายเตรียมผนึกกำลังกับบริษัทเสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำอัดลม “เอส” และบริษัทเอฟแอนด์เอ็น จำกัด จากสิงคโปร์ เพื่อดึงศักยภาพของแต่ละเครือข่ายให้เอื้อประโยชน์ต่อกัน


นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้จะยังคงมุ่งเน้นให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องกับการเป็นผู้นำในตลาดเมืองไทย ตั้งเป้ารายได้รวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 23% โดยเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือ การผนึกกำลัง หรือ “ซินเนอร์ยี” ธุรกิจเครื่องดื่มกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ของบริษัทในเครือไทยเบฟฯ ทั้งเรื่องการขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูลวิจัย และกระบวนการผลิตร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

การเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยเน้นพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต การตลาด การส่งเสริมการขาย และการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคผ่านเครือข่ายพันธมิตร นอกจากนี้ ยังเน้นการขยายไลน์ธุรกิจทั้งเครื่องดื่มและอาหาร รวมไปถึงการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อผลักดันธุรกิจของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการเสริมสร้างและพัฒนาทีมงานให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับทุกหน่วยงาน ซึ่งบริษัทถือว่าพนักงานทุกคนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงยั่งยืน


มีโออิชิ ชีวิตโอจัง
ด้านผลประกอบการของโออิชิ กรุ๊ป ประจำปี 2556 มีรายได้จากการขายรวมทั้งสิ้น 12,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีที่แล้ว โดยมีรายได้จากการขายอาหาร จำนวน 5,976 ล้านบาท หรือคิดเป็น 49% จากรายได้จากการขายรวม และรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มจำนวน 6,232 ล้านบาท หรือคิดเป็น 51% จากรายได้จากการขายรวม ซึ่งการเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขยายสาขา รวมทั้งสิ้น 43 สาขา บริษัทมีกำไรสุทธิ 456 ล้านบาท แต่เนื่องจากบริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนจากการปรับประมาณการเงินชดเชยจากเหตุการณ์มหาอุทกภัย ซึ่งเป็นรายการนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติเป็นจำนวน 100 ล้านบาท

หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทมีกำไรสุทธิ 556 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของรายได้จากการขาย ส่วนเป้าหมายของปี 2557 นั้น โดยภาพรวมแล้วบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 23% หรือ 15,000 ล้านบาท โดยตั้งงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อ ขยายกำลังการผลิตและขยายสาขา


โออิชิ กับเมนูมากมายมีมาให้เลือกสรร
ในส่วนของธุรกิจอาหาร ช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้อัดงบการขยายสาขากว่า 50 ล้านบาท เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการไปยังหัวเมืองรองอย่างจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ ด้วยการเปิดสาขาของร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมทั้งชาบูชิ และโออิชิ ราเมน รวมจำนวน 4 สาขา ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอาหาร โออิชิ กรุ๊ป มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 27-30% จากมูลค่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย 22,000 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ประมาณ 7,700 ล้านบาท เนื่องมาจากแผนการขยายสาขาไปต่างประเทศ โดยจะไปประเทศพม่าก่อน ประมาณช่วงไตรมาส 2/2557 จำนวน 2 สาขา ที่ย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ รวมทั้งการทำตลาดส่งออกสินค้าสแน็กและอาหารแช่เย็นแช่แข็งไปต่างประเทศ โดยในปี 2559 คาดว่าจะมีสาขารวมประมาณ 270 สาขา

ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มในปีที่ผ่านมายังคงครองความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม ในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ด้วยรายได้ 6,232 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งการตลาด ณ เดือน ธ.ค. 2556 ที่ 43.5% ทิ้งห่างคู่แข่งที่ได้ส่วนแบ่ง 23.4%

การที่โออิชิยังคงครองใจผู้บริโภคไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานนั้น เป็นเพราะยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำและสร้างสรรค์ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนรุ่นใหม่ และพร้อมที่จะรุกต่างประเทศให้ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นจากประเทศไทย!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

4 เม.ย. 2557 13:31 6 เม.ย. 2557 21:29 ไทยรัฐ