วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อภิรัชต์' ผบ.พล.1 ปรับกำลัง 58กองร้อยรับมือ

สถานการณ์ชุมนุม2ฝ่าย ยืนยันจะดูแลเป็นธรรม ถอนหมายจับคดีฉุกเฉิน

หน่วยงานความมั่นคงจัดทัพเข้มดูแลม็อบชุมนุม 5 เม.ย. “ผบ.ป้ายแดง” อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ปรับกำลัง 58 กองร้อย รองรับผู้ชุมนุม ยันทหารให้ความเป็นธรรมม็อบ 2 ฝ่าย พร้อม ร่วมทำงานกับตำรวจ ตั้งจุดตรวจ เพิ่มลาดตระเวน ไม่หนักใจตกเป็นเป้าคนเสื้อแดง “เฉลิม” เชื่อ นปช.ชุมนุมเรือนแสนเยอะกว่า กปปส. เผยหารือแกนนำแล้วไม่น่าห่วง ไม่เคลื่อนมวลชนไปไหน เตือนอีก กปปส.เดินบ่อยอันตราย ดูแลความปลอดภัยยาก ด้าน ตร.ประเมิน 5 เม.ย. ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุรุนแรง ศาลอาญาถอนหมายจับ 18 แกนนำ กปปส. ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังรัฐบาลมีคำสั่งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้ว เผย “สุเทพ” ยังเหลืออีก 2 หมายจับ กปปส.เคลื่อนขบวนอีก บุก กต.-ธปท. คนแห่ต้อนรับคึก

สถานการณ์การเมืองส่อเค้าตึงเครียดอีกครั้งเมื่อแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 5 เม.ย. ที่บริเวณถนนอักษะ พุทธมณฑลสาย 3 ขณะที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก็จะมีการเคลื่อนไหวในวันดังกล่าวเช่นกัน ทำให้หน่วยงานที่ดูแลความมั่นคง ต้องเตรียมพร้อมวางมาตรการรับมือกันเต็มที่

“ผบ.พล.1” ยันดูแลม็อบทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร. 1 รอ.) พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 อดีต ผบ.กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล. 1 รอ.) ได้ทำพิธีส่งมอบหน้าที่ให้แก่ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1 รอ.คนใหม่ พล.ต.อภิรัชต์กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจว่าตนจะนำ พล.1 รอ.ไปสู่ความสำเร็จพร้อมสานต่อนโยบายการทำงานของ พล.ต.วราห์

พล.ต.อภิรัชต์ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลกลุ่ม ผู้ชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย.ว่า ในฐานะที่รับผิดชอบกองกำลังทหาร 58 กองร้อย คงต้องปรับกำลังให้สอดคล้องกับผู้ชุมนุม ยืนยันทหารให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ไม่อยากให้เกิดเหตุรุนแรงใดๆ ไม่รู้สึกหนักใจต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทหารจะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เตรียมจัดตั้งวอร์รูม ซึ่งจะรอฟัง ศอ.รส.ว่าจะมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไร ทหารพร้อมปฏิบัติหน้าที่และตั้งจุดตรวจร่วมกับตำรวจเพื่อช่วยเหลือประชาชน เพิ่มการลาดตระเวนให้มากขึ้น หากตรวจพบอาวุธสงครามก็ต้องสืบสวนให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง

ไม่หนักใจเป็นเป้ากลุ่มเสื้อแดง

พล.ต.อภิรัชต์กล่าวว่า ทหารไม่อยากถืออาวุธออกไปและไม่อยากให้ทุกฝ่ายมองว่าทหารใช้อาวุธ คิดว่าคงไม่มีใครคิดจะทำอะไรทหาร ส่วนแนวโน้มการประกาศกฎอัยการศึกนั้น ไม่สามารถให้ความเห็นได้เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ ยืนยันว่าตนมีความเป็นทหารอาชีพพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง ผบ.ทบ.และผู้บังคับบัญชา เมื่อถามถึงนโยบายการปกป้องสถาบันฯ เพราะมีการกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมากขึ้น พล.ต.อภิรัชต์ตอบว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นนานแล้วคงไปห้ามคนเหล่านั้นไม่ได้ อยากถามว่าคนที่พูดและดูหมิ่นสถาบันฯ เป็นคนไทยหรือเปล่า การรักสถาบันพระมหากษัตริย์ควรอยู่ในสายเลือดของคนไทยทุกคน เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ตกเป็นเป้าของกลุ่มคนเสื้อแดง พล.ต.อภิรัชต์ตอบว่า ไม่หนักใจเพราะทำงานตามภารกิจ ไม่เคยทำงานนอก เหนือคำสั่งผู้บังคับบัญชา

“เฉลิม” สั่ง ตร.ประสานทหารดูม็อบ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 5 เม.ย.ว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ได้เดินทางไปดูที่ถนนอักษะรองรับคนได้เยอะ จากการข่าวพบ ว่าคนอีสานจะเข้ามาจำนวนมาก ผู้ชุมนุมเรือนแสนจะมากกว่า กปปส.แต่ไม่น่าห่วงใย และไม่มีเหตุรุนแรง ได้คุยกับนายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ยืนยันว่า นปช.จะไม่มีการเคลื่อนที่ไปไหน จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. ประสานกับกองทัพวางแผนดูแลความสงบเรียบร้อย ส่วนตนได้เตรียมเซฟเฮาส์ไว้ใกล้ถนนอักษะ หากมีปัญหาจะได้ซึมซับรวดเร็ว รวมทั้งได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจ นครบาล 7, 8 และ 9 ดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะบ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวแล้ว

เตือนย้ำ กปปส.เดินบ่อยอันตราย

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนเชิญชวนคนมาร่วมชุมนุมกับ นปช.ไม่ได้แล้วเพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ตอนนั้นนึกว่าต่างจังหวัดถ้าเป็นในเขตพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงต้องทำตัวเป็นกลาง แต่อยากบอก กปปส.ว่าอย่าเคลื่อนขบวนบ่อยดูแลความปลอดภัยลำบาก ทั้ง คปท.และ กปปส.มีศัตรู แต่ไม่ใช่รัฐบาล พอเตือนหาว่าตนขู่ แต่การข่าวนั้นมี บอกไปอย่างไรก็ไม่ฟัง การร่อนไปร่อนมาไม่ปลอดภัย

ศอ.รส.ผิดหวังแถลงสับศาล รธน.

จากนั้นเวลา 13.00 น. น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุม ศอ.รส.ว่า ศอ.รส.ได้รับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับพิจารณาคำร้องที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศอ.รส.ยื่นให้พิจารณาวินิจฉัยว่าการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กับพวก เป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ และปราศจากอาวุธ เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงการสะสมอาวุธและใช้อาวุธร้ายแรงก่อเหตุร้าย และกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหลายประการ ศอ.รส.จึงไม่อาจเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ และผิดหวังต่อองค์คณะตุลาการเป็นอย่างยิ่ง ขอถือโอกาสนี้แสดงความเสียใจต่อพี่น้องประชาชนที่ ศอ.รส.ไม่สามารถผลักดันให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่พึ่งและเป็นกลไกในการรักษาความสงบเรียบร้อยได้ แต่ศอ.รส.จะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ประณาม กปปส.ยุม็อบแก้แค้น นปช.

น.ส.สิริมากล่าวว่า ศอ.รส.ได้บูรณาการและปรับเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน เพื่อเตรียมการรักษาความปลอดภัยสำหรับการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.และ กปปส. ในวันที่ 5 เม.ย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีที่แกนนำ กปปส.ปราศรัยและทำสติกเกอร์เผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยยั่วยุให้ผู้ชุมนุม กปปส.แก้แค้นเอาคืนจากการชุมนุมของ นปช.ในวันที่ 5 เม.ย.นั้น เป็นสิ่งที่ควรแก่การถูกประณามเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการปลุกเร้าให้ผู้ชุมนุมและการ์ดใช้ความรุนแรง และใช้อาวุธเข้าทำร้ายกัน

น.1 สั่งรับมือ 2 กลุ่มชุมนุมใหญ่

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.กล่าวถึงกรณีกลุ่ม กปปส.นัดชุมนุมใหญ่ที่สวนลุมพินี และกลุ่ม นปช.นัดชุมนุมที่ถนนอักษะ ในวันที่ 5 เม.ย.ที่จะถึงนี้ว่า มอบหมายให้ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต และ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น.ร่วมกันประชุมติดตามสถานการณ์และดูแลประชาชน มีชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดแก้ปัญหาด้านต่างๆเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ไว้แล้ว เชื่อว่าไม่รุนแรงหรือมีปัญหาแต่อย่างใด ขณะนี้ได้ประสานทาง นปช. ขอให้ชุมนุมที่พุทธมณฑล อย่ามาอยู่ตรงถนนอักษะ เพื่อความสะดวกในการดูแลของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้เน้นย้ำขอให้ทั้ง 2 กลุ่มอย่าเคลื่อนที่ หรือเข้ามาอยู่ใกล้กัน เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นที่หน้า ป.ป.ช.อีก กลุ่มใดจะชุมนุมที่จุดใด ขอให้ชุมนุมจุดนั้น อย่าไประรานกัน เพราะจะทำให้เกิดการปะทะกันได้ เชื่อว่าหากไม่เคลื่อนไหวออกมาก็ไม่น่ารุนแรง

ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุรุนแรง

พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานความมั่นคง กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมในวันดังกล่าว ศอ.รส. สั่งการให้ บช.น. ร่วมกับ บช.ภ.1 และ บช.ภ.7 ดูแลความเรียบร้อย บช.น.รับผิดชอบพื้นที่สวนลุมพินี บช.ภ.1 รับผิดชอบพื้นที่ชุมนุมที่ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ และ บช.ภ.7 รับผิดชอบถนนอักษะ พุทธมณฑลสาย 3 และ 4 ที่กลุ่ม นปช. นัดมาชุมนุม ขณะนี้ทางการข่าวยังไม่พบสิ่งบอกเหตุรุนแรง  ส่วนจำนวนกำลังที่ใช้นั้นยังไม่สามารถระบุได้ แต่ละพื้นที่จะประเมินอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตำรวจเน้นการตั้งจุดตรวจสกัดตามแยกต่างๆ ทั้งวงนอก วงกลาง และวงใน เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาเผชิญหน้ากัน และหากมีการเคลื่อนไหวจริงๆ จะประสานจุดตรวจทางแยกต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปะทะกัน จากการพูดคุยกับทั้ง 2 กลุ่ม บอกว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด โดยส่วนของ นปช. มีการประกาศว่าจะค้างคืน 2 วัน ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ปชป.ห่วงสร้างสถานการณ์ 5 เม.ย.

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดลอบสังหารการ์ด คปท. เป็นตัวอย่างการก่อการร้ายที่ทำงานเป็นระบบ ติดตาม และลอบกัดสังหาร เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องเร่งสะสางให้กระจ่างว่าใครอยู่เบื้องหลัง เพราะไม่สามารถพึ่งพานักการเมืองอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และ ผอ.ศอ.รส. ที่ทำนายว่าจะมีเหตุรุนแรงอีก ซึ่งถือว่าเป็นการประกาศตนเป็นศัตรูกับประชาชนอย่างชัดเจน สำหรับวันที่ 5 เม.ย. ที่ นปช.นัดชุมนุมใหญ่มีความเป็นห่วงว่าอาจมีการสร้างความรุนแรงให้เกิดความวุ่นวาย เตรียมอาวุธสงครามสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนลุกฮือ เกิดการจลาจล เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแสดงความสามารถ ไม่ให้นำชีวิตประชาชนไปสนองผลประโยชน์ทางการเมืองอีก

ทบ.เชื่อไม่มีต่างด้าวร่วมม็อบ

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการเกณฑ์แรงงานพม่า ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้ามาร่วมชุมนุมกับกลุ่มต่างๆว่า กองทัพบกยังไม่ได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการ เบื้องต้นมีเพียงกระแสข่าวอยู่ในทางโซเชียลมีเดียเท่านั้น สถานการณ์การชุมนุมในปัจจุบันมีเป้าหมายต่อเรื่องทางการเมือง คงไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาด้านแรงงาน ที่ผ่านมาภาครัฐมีกลไกการดูแลเรื่องแรงงานดีอยู่แล้ว อีกทั้งในปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องแรงงานทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มีความเข้มงวดมาก ไม่มีอะไรนอกลู่นอกทาง หรือจะทำอะไรที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายผิดวัตถุประสงค์จากการได้รับอนุญาตให้อยู่เพื่อเป็นแรงงาน เพราะอาจมีผลกระทบไปถึงเจ้าของโรงงานและผู้ประกอบการเจ้าของแรงงานนั้นๆได้

กกจ.ปัดเกณฑ์แรงงานร่วมม็อบแดง

นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการระดมแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร นครปฐม ราชบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ไปร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ที่ถนนอักษะ ว่า เป็นไปไม่ได้ที่แรงงานต่างด้าวจะเข้าร่วมชุมนุม ส่วนแรงงานไทยหากจะเข้าชุมนุมถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล กกจ.มีหน้าที่เพียงอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทำงานในพื้นที่ตามที่กำหนดเท่านั้น ยืนยันว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ไม่เคยสั่งการทั้งโดยวาจาหรือทางลับให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีข่าวออกมาว่าตนเข้าไปเกี่ยวข้อง

กทพ.ฟ้องม็อบชักดาบค่าทางด่วน
 
นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า จากกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมนำรถยนต์ 4 ล้อ รถยนต์ 6-10 ล้อขึ้นไป และรถจักรยานยนต์ขึ้นไปใช้บริการทางพิเศษ (ทางด่วน) โดยผิดกฎหมาย และไม่ชำระค่าผ่านทางพิเศษเกือบทุกวัน ตั้งแต่เดือน ม.ค.- มี.ค. 2557 ขณะนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีและกรมสอบ สวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว เพราะการกระทำดังกล่าวนอกจากเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและกฎหมายแล้วยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้บริการทางพิเศษด้วย ส่วนกรณีที่เกิดเหตุซุ่มยิงขบวนรถของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ระหว่างเดินทางกลับจากเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา บนทางพิเศษศรีรัชบริเวณแจ้งวัฒนะ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ทาง กทพ.ได้ตรวจสอบเหตุการณ์ ผ่านทางกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติ

“ธาริต” โบ้ยไม่รับเป็นคดีพิเศษ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า จากการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของดีเอสไอ ไม่พบว่า กทพ.ส่งเจ้าหน้าที่หรือหนังสือร้องเรียนมายังดีเอสไอแต่อย่างใด ส่วนตัวไม่ได้รับเรื่องดังกล่าวเช่นกัน และที่ระบุว่าดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษไม่ใช่ความจริง กรณีดังกล่าวไม่ใช่ความผิดตามอำนาจการสอบสวนคดีพิเศษ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวไม่ได้ซับซ้อนหรือเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันคดีกบฏที่ดีเอสไอรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีได้ทันที หาก กทพ.ส่งเรื่องมาให้ดีเอสไอ ตนในฐานะเลขาฯคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) จะไม่เสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เข้าใจว่าการให้ข่าวแบบนี้ต้องการให้คนโจมตีดีเอสไอว่ามุ่งทำคดีเล็กน้อยหรือไม่

ศาลถอนหมายจับ 18 แกนนำ กปปส.

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ศาลอาญา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ  กปปส., นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายชุมพล จุลใส, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, นายอิสสระ สมชัย, นายวิทยา แก้วภราดัย, นายถาวร เสนเนียม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส., น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก, นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท., นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท., ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม, พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ, นายรัชต์ยุตม์ หรืออมร ศิรโยธินภักดี, นายกิตติชัย ใสสะอาด, นายสำราญ รอดเพชร และนายพานสุวรรณ ณ แก้ว แกนนำ กปปส. รวม 18 คน ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) และมาตรา 12 ที่ศาลอาญาอนุมัติให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลมีคำสั่งให้ยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ส่วนที่นายสุเทพ นายถาวร และนายสาทิตย์ ยื่นอุทธรณ์เพิกถอนหมายจับนั้น ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งออกมา เมื่อศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนหมายจับ 18 แกนนำ กปปส.แล้ว จะแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ศาล อุทธรณ์ทราบต่อไป

“เทือก” ยังมีหมายจับกบฏ-สลายชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนหมายจับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ทำให้นายสุเทพเหลือหมายจับตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ กับหมายจับคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ขณะที่นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. และนายรัชต์ยุตม์ หรืออมร ศิรโยธินภักดี เหลือเพียงหมายจับเดียวในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดฐานบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือมีอาวุธในเวลากลางคืน

นปช.โว 5 เม.ย. มวลชนทำตาสว่าง

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า หลังวันที่ 18 เม.ย. ฝ่ายอำมาตย์จะเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ ด้วยการเอานายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาทำหน้าที่ โดยมีองค์กรอิสระทำหน้าที่หว่านล้อมประชาชน แล้วจะทำการรัฐประหาร การชุมนุมของเราวันที่ 5-7 เม.ย. จึงมีความสำคัญ และคำขวัญของการชุมนุมใหญ่ นปช.ครั้งนี้ คือ “เมื่อความอยุติธรรม เป็นกฎหมาย การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่” ซึ่งมาจากคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯโทมัส เจฟเฟอสัน อยากให้ผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ได้ดูการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่จะมีขึ้น จะได้เลิกโง่ ที่ผ่านมาคงคิดว่ามีคนมาร่วมกับ กปปส.มากหลายล้าน จึงคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง  ดูคนเสื้อแดงจะได้หูตาสว่างบ้าง และจะได้คิดได้ว่า ถ้ากระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้าน ท่านจะไม่สามารถรับมือได้ จุดเปลี่ยนสถานการณ์จะอยู่ในวันนั้น อย่างไรก็ตามนปช.จะไม่ประมาท ขอให้คนเสื้อแดงมั่นใจว่าออกจากบ้านแล้วจะต้องปลอดภัย เพราะเราป้องกันอย่างเต็มที่ทุกทางไม่ให้ซ้ำรอยเหตุที่ราชมังคลากีฬาสถาน โดยระวังแม้แต่การถูกลอบยิงด้วยสไนเปอร์

เตรียมการ์ด 4 พันคุมโซน 6 ชั้น

นายอารี ไกรนรา แกนนำ นปช. ระบุว่า การชุมนุมวันที่ 5 เม.ย. นปช.ประสานไปยัง สตช. และ ศอ.รส. เพื่อขอเจ้าหน้าที่มาดูแลความปลอดภัย ส่วน นปช.เตรียมการ์ดส่วนกลางไว้ราว 4 พันคน ร่วมกับการ์ดอาสาของแต่ละจังหวัด โดยจะแบ่งการป้องกันความปลอดภัยไว้ถึง 6 ชั้น ขอบอกฝ่ายตรงข้ามว่าเรารู้มือกัน ต่างคนต่างอยู่

ที่สถาบันการพลศึกษาจังหวัดอุดรธานี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ประธานอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) นายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร และคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด เปิดอบรมการ์ดอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย รุ่นที่ 1 จำนวน 1,000 คน โดยนายสุภรณ์เผยว่า อพปช.ภาคอีสาน 20 จังหวัด มีผู้สมัครกว่า 2 หมื่นคน วันนี้ได้อบรมรุ่นที่ 1 คัดเลือกมาจังหวัดละ 50 คน ขณะที่นายขวัญชัยกล่าวว่า หลังฝึกเสร็จการ์ด อพปช.จะไปทำงานครั้งแรกในการชุมนุมวันที่ 5 เม.ย. เพื่อดูแลปกป้องพี่น้องประชาชนที่มาร่วมชุมนุมกับ นปช.ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล

แดงเชียงใหม่ล้มคอนเสิร์ต “คาราบาว”

ช่วงสายวันเดียวกัน นายคุณวัฒน์  สุคันธะกุล นายอำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยกรณีสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนจอมทองจะจัดงานคอนเสิร์ตคาราบาวเพื่อพี่น้องเหลืองดำ ณ สนามตรงข้ามศูนย์โตโยต้าจอมทอง ในวันที่ 3 เม.ย. เวลา 19.00-21.00 น. แต่เนื่องจากทางอำเภอและจังหวัดเชียงใหม่ประเมินสถานการณ์ข่าวสารด้านความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองแล้วพบว่าจะมีกลุ่มมวลชนเสื้อแดงจากจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนเข้ามาต่อต้านการจัดงานแสดงดนตรีของวงคาราบาว  จึงเชิญคณะกรรมการหลายส่วนหารือร่วมกับตัวแทนเสื้อแดง  ผลประชุมขอให้งดแสดงดนตรีของวงคาราบาวเพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง

นายสมบัติ จอมมลทิน ตัวแทนคนเสื้อแดงอำเภอจอมทอง กล่าวว่า คนเสื้อแดงไม่ติดใจการจัดงานของศิษย์เก่าหาเงินเพื่อการศึกษา แต่ติดใจตัวศิลปิน ถ้าเป็นวงอื่นที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองก็ให้แสดงได้ แต่วงคาราบาวยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและอยู่ในแบล็กลิสต์ นปช.ส่วนกลางห้ามไม่ให้จัดแสดงในเขต จ.เชียงใหม่และภาคเหนือ ที่ผ่านมาอำเภออื่นใน จ.เชียงใหม่ ก็ยกเลิกการแสดงเหมือนกัน

กสม.ลงพื้นที่สอบเหตุซุ่มยิง คปท.

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณถนนพิษณุโลกสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมวันนี้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการนำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปกดดันรัฐบาลในสถานที่ใด เนื่องจากอยู่ในช่วงการไว้อาลัยต่อการจากไปของ ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ การ์ดอาสา คปท. ที่เสียชีวิตจากการถูกซุ่มยิง ขณะเคลื่อนขบวนกลับที่ตั้งเวที เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่การชุมนุมยังเป็นไปอย่างเข้มงวด กระทั่งเวลา 15.20 น. นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนและคณะ ได้เดินทางมาที่เวที คปท. เพื่อเก็บข้อมูลเหตุการณ์ซุ่มยิงขบวน คปท. จากนายอมร อมรรัตนานนท์ โฆษก คปท.และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

นพ.นิรันดร์เปิดเผยว่า เดินทางมาวันนี้เพื่อบันทึกเหตุการณ์และจะเสนอในรูปแบบงานวิจัยต่อรัฐบาลและรัฐสภา การมีคนออกมาชุมนุมแต่กลับมีการสูญเสียชีวิต เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือเยียวยา ในสัปดาห์หน้าจะไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารับรู้เหตุการณ์ลอบยิงนี้หรือไม่ และข้อเท็จจริงของคดีเป็นอย่างไร

กปปส.คึกเคลื่อนขบวนบุก กต.
 
สำหรับความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนลุมพินีว่า บรรยากาศการชุมนุมตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ชุมนุมเตรียมเดินทางไปร่วมชุมนุมกับแกนนำตามสถานที่ต่างๆตามที่นัดหมายว่าจะเคลื่อนขบวน กระทั่งเวลา 09.00 น. ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งออกมารวมตัวที่หน้าลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 เพื่อขึ้นรถกระบะ รถสองแถวที่จัดเตรียมไว้ให้ บางส่วนไปขึ้น รถบัสที่จอดรออยู่หน้าสวนลุมพินี ถนนพระราม 4

ต่อมาเวลา 09.55 น. นายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส. นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนรถออกจากสวนลุมพินี ขบวนรถเป็นทางยาว โดยใช้เส้นทางถนนพระรามที่ 4 ขึ้นทางด่วนพระราม 4 จนถึงทางด่วนพระรามที่ 6 ขบวนจึงลงจากทางด่วนและเลี้ยวขวาเข้าสู่พระรามที่ 6 มาถึงกระทรวงการต่างประเทศ ถนนพระรามที่ 6 ในเวลา 10.30 น. โดยมีผู้ชุมนุมกลุ่มกองทัพธรรมรอต้อนรับ อย่างไรก็ตาม ก่อนขบวนเคลื่อนไม่มีการแจ้งจุดหมายว่าจะไปกระทรวงใดให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบ ขณะที่ขบวนอยู่บนทางด่วนก็มีการ์ดส่วนหนึ่งใช้รถจักรยานยนต์คุ้มกันขบวนตามทางแยกต่างๆ รวมทั้งทางด่วนที่อยู่สูงกว่า เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ขบวนผู้ชุมนุม

“สุเทพ” จวก “ปึ้ง” ทำเสียเกียรติภูมิ

ต่อมานายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินทางมาถึงกระทรวงการต่างประเทศ ทักทายผู้ชุมนุม พร้อมพูดคุยกับ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ แกนนำ กองทัพธรรม จากนั้นเดินไปยังประตูกระทรวงการต่างประเทศ ฝั่งถนนพระรามที่ 6 ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ขึ้นรถปราศรัยว่า กปปส.ขอตั้งตัวแทน 10 คน เข้าไปพูดคุยกับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีข้าราชการที่อยู่ในอาคารเปิดม่านหน้าต่างโบกมือทักทายผู้ชุมนุม จากนั้นแกนนำสลับกันปราศรัย และมีอดีตเอกอัครราชทูตขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศด้วย กระทั่งเวลา 11.50 น. นายสุเทพขึ้นรถปราศรัยตอนหนึ่งว่า การที่นายสุรพงษ์เชิญนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้มาช่วยแก้ไขปัญหาในประเทศนั้นเสียเกียรติภูมิประเทศไทย เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ ขณะนี้รัฐบาลและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยื้ออำนาจได้อีกไม่นานแล้ว กระทั่งเวลา 12.10 น. นายสุเทพนำผู้ชุมนุมเดินทางออกจากหน้ากระทรวงการต่าง–ประเทศ โดยประกาศเพียงว่าจะพาผู้ชุมนุมไปรับประทานอาหารในสถานที่โรแมนติกแต่ไม่ขอเปิดเผยว่าจะไปสถานที่ใด

ลุย ธปท.พนักงานต้อนรับคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพนำผู้ชุมนุมไปตามถนนราชวิถี จนถึงแยกซังฮี้เลี้ยวซ้าย เพื่อไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขบวนได้เลี้ยวขวาที่แยกบางขุนพรหม เพื่อเข้าไปยังหน้าประตูเข้าออก ธปท.ใต้สะพานพระราม 8 เมื่อขบวนถึงจุดดังกล่าว นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. ออกมาต้อนรับและพูดคุยกับนายสุเทพ ขณะที่พนักงานธนาคารฯ ส่วนใหญ่ให้ความสนใจนายสุเทพและแกนนำ เข้ามาขอถ่ายรูปคู่ พร้อมเป่านกหวีดและบริจาคเงินให้จำนวนมาก ขณะที่นายสุเทพและผู้ชุมนุม กปปส.นำข้าวกล่องเมนูข้าวผัดกะเพราไข่ดาวจำนวนมากเดินแจกให้พนักงานร่วมรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน

ฉะ “อำพน” จอมเลียแข้งเลียขา

จากนั้นเวลา 13.50 น. นายสุเทพปราศรัยบนรถติดเครื่องขยายเสียงว่า ขณะนี้เกียรติยศศักดิ์ศรีแบงก์ชาติมัวหมอง เพราะระบอบทักษิณแต่งตั้งนายอําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นประธานแบงก์ชาติ ดังนั้น วันที่เราเอาอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนสำเร็จจะปลดนายอำพนออกเป็นคนแรก เพราะไต่เต้าด้วยการใช้ลิ้นเลียแข้งเลียขาประจบสอพลอมาตลอด ไม่มีความรู้เหมาะสมตำแหน่งนี้ ที่ผ่านมาเราสู้ 5 เดือนจะครบครึ่งปีแล้ว เราจะปิดบัญชีให้ได้ในครึ่งปี จึงอยากให้พนักงานแบงก์ชาติออกมาช่วยด้วย สัญญาว่าการปฏิรูปเราจะเสริมความเข้มแข็งให้แบงก์ชาติ และขอให้พนักงานแบงก์ชาติเตรียมไล่นายอำพนและทำบุญไล่เสนียดจัญไรได้เลย เมื่อนายสุเทพปราศรัยจบ แกนนำได้พามวลชนเคลื่อนขบวนกลับไปปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินี ในเวลา 15.10 น.

แก๊งเก๋งซิ่งบุกยิง กปปส.แจ้งวัฒนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 2 เม.ย. บริเวณเวทีชุมนุม กปปส. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มีชายฉกรรจ์ไม่ทราบจำนวนขับรถเก๋ง แต่งซิ่งประมาณ 8-10 คัน มาวนเวียนบริเวณหน้าแนวบังเกอร์ใต้สะพานลอยข้ามแยกศูนย์ราชการมุ่งหน้าไปในซอยแจ้งวัฒนะ 9 แล้วกลับรถหน้าอาคารเอ  วนเวียนหลายรอบก่อนชักปืนระดมยิงใส่กลุ่มการ์ด กปปส.ที่ดูแลพื้นที่อยู่หลังแนวบังเกอร์ โดยคนร้ายวนรถมายิงหลายรอบ การ์ดก็ได้ยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันประมาณ 30 นาที ก่อนคนร้ายขับรถหลบหนีไป ฝ่ายการ์ดไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ คาดว่าผู้ก่อเหตุจงใจสร้างสถานการณ์ให้ผู้ชุมนุมเกิดความกลัว ขณะที่หลวงปู่พุทธอิสระสั่งกำชับการ์ดให้เพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่ เฝ้าระวังบุคคลแปลกปลอมที่จะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่การชุมนุม

“สุเทพ” อัด “ปึ้ง” ดึงยูเอ็นจุ้นเรื่องภายใน

ต่อมาเวลา 20.45 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กล่าวปราศรัยว่า วันนี้พวกเราเดินทางไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอพบปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงว่าการที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ทำหนังสือขอเชิญนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้เข้ามาเป็นคนกลางเจรจาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการทำสะเหล่อ ไม่เอาไหน งี่เง่า เพราะเป็นเรื่องของคนไทยไม่ใช่เรื่องของสหประชาชาติที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยว ยืนยันว่าจะไม่เจรจาต่อหน้านายบัน คี มุน แน่นอน หากจะเจรจา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องมานั่งเจรจากับตนตัวต่อตัว ต่อหน้าประชาชน หลังจากนี้เราจะเดินเข้าหาพี่น้องข้าราชการ ทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ และทหาร เพื่ออธิบายให้เข้าใจการต่อสู้ของประชาชน ต้องการแสดงให้เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และระบอบทักษิณหมดสภาพความชอบธรรมทางกฎหมายและการเมืองแล้ว การที่เราต่อสู้ 5 เดือนเศษ จุดชี้เป็นชี้ตายอยู่ที่การตัดสินใจของพี่น้องข้าราชการไทย อยากให้ข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ คิดตัดสินใจเช่นเดียวกับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข

อุ้ม “ประยุทธ์” วอนมวลชนอย่าด่าทหาร

นายสุเทพกล่าวว่า เหตุยิงการ์ด คปท. ระหว่างเดินทางกลับจากศูนย์ราชการฯ สงสัยว่าจะเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจนนทบุรี เพราะยิงกลางวันจะพาปืนผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างไร ขอให้รอดูไปก่อน ถ้าเป็นฝีมือ “โอ๋ สืบ 6” ค่อยคิดบัญชีกับมันก็ยังไม่สายเกินไป วันนี้เห็นคนรุมด่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่ให้สัมภาษณ์ว่าเปรียบเหมือนลูกจ้าง จะไล่เจ้าของบริษัทได้อย่างไรนั้น ส่วนตัวรู้จัก พล.อ.ประยุทธ์ดี ทำงานร่วมกันมา เชื่อว่าทหารหาญทุกคนไม่เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรู้สึกขมขื่นใจ พวกนี้ยิงทหารฆ่าทหาร วันนี้มาเป็นนายกูเสียแล้ว คิดว่าเขาต้องมีความรู้สึกแต่ต้องอยู่ในใจ ต้องให้คะแนน 3 เหล่าทัพที่ปฏิเสธไม่ยอมให้รัฐบาลเอากำลังทหารออกมาปราบปรามประชาชนตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การตัดสินใจกระทำอะไรของข้าราชการตำรวจ ทหาร ต้องมีหลังพิงเพราะมีระเบียบวินัย ขอให้พี่น้องมวลมหาประชาชนเข้าใจด้วย พล.อ.ประยุทธ์และบรรดาพี่น้องที่เป็นทหารแผ่นดินไม่คิดร้ายต่อประชาชนแน่นอน จำเป็นต้องวางตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พูดอะไรต้องระวัง ตนเชื่อว่าทหารเป็นมิตรกับประชาชน ถ้าผิดตนขอรับผิดชอบเอง ขอการันตีคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ และแม่ทัพนายกอง ส่วนใหญ่ยืนข้างแผ่นดินและความถูกต้อง พี่น้องอดใจดูฉากสุดท้ายตอนจบ และอย่าไปตำหนิเพราะเขาจะเสียกำลังใจ

4 เม.ย. 2557 08:12 ไทยรัฐ