วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปูขอถามประชาชน ก่อนเว้นวรรค

ย่องสุพรรณฯ เจอ‘กองเชียร์’ มีนกหวีดด้วย

“ยิ่งลักษณ์” หลบร้อนเมือง กรุงเยือนสุพรรณฯบ้าน “เติ้ง” ใจชื้นพระผู้ใหญ่ปลุกให้สู้ ฟัน ฝ่าวิกฤติ จิตอย่าตก อ้อนศาล รธน.วินิจฉัยปมโยกย้าย “ถวิล” มาตรฐานเดียวเหมือนคนอื่น“บรรหาร” แอบสงสารมรสุมรุมกระหน่ำ “ปึ้ง” ฟ้อง “บันคีมูน” ซัดองค์กรอิสระไม่เป็นธรรม เพื่อไทยขย่มซ้ำโร่หาไอพียูถูกรุมรังแก “เรืองไกร” สวดดันทุรังเพราะ “มั่วมีธง” ปชป.จวกเกมใช้โลกบีบกระบวนการยุติธรรม ป.ป.ช.วางคิว “ยรรยง-นิวัฒน์ธำรง-กิตติรัตน์” แจงทุจริตจำนำข้าวสัปดาห์หน้า “มาร์ค” เริ่มงานวันแรกหลังไหปลาร้าหัก รับนัด กกต.ร่วมถกพรรคการเมือง กกต.ขอผู้นำเหล่าทัพมาหารือเอง

เงื่อนปมกฎหมายดูจะบีบรัดรัฐบาลเข้าไปทุกที หลังจากล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ให้วินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นเลขาธิการ สมช. โดยขัดต่อกฎหมาย

“ปู” เยือนสุพรรณฯบ้าน “เติ้ง”

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 3 เม.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เดินทางไปตรวจราชการที่บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผวจ.สุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนมารอต้อนรับ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์เยี่ยมชมพันธุ์ปลาต่างๆ โดยมีนายบรรหารเข็นรถพาเยี่ยมชมเอง

พระผู้ใหญ่ปลุกให้สู้อย่าจิตตก

จากนั้นนายกฯเดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง และถวายประทัด 300,000 นัด ขณะที่นายบรรหารได้มอบศาลหลักเมืองจำลองให้เป็นที่ระลึก พร้อมขับรถกอล์ฟพาเยี่ยมชมโดยรอบ ซึ่งนายกฯได้แวะทำบุญหยอดตู้ปีมะแม ประจำปีเกิด แล้วเดินทางไปสักการะและปิดทองหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พร้อมนมัสการพระเทพสุวรรณโมลี เจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัด โดยพระเทพสุวรรณโมลีเทศนาให้พรว่า คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ เป็นธรรมดาของโลกมนุษย์ อย่าไปซีเรียส ทำใจให้สบาย พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า ชนะตัวเองได้เป็นยอดนักรบ เกิดมาเป็นคนต้องฝึกใจตนให้คิดต่อสู้คนเก่ง คนกล้า เทวดาคอยดูถึงคราวต่อสู้ก็จะช่วยให้มีชัย ถ้าเราไม่คิดสู้ หมู่เทพเทวดาเขาก็ไม่มาช่วยเหลือเกื้อกูลเรา ถ้าจะเอาชนะก็ต้องคิดสู้ ใจต้องสู้ คนที่โกรธหรือด่าว่าเพราะเขาขาดความรัก ขออานุภาพหลวงพ่อโต และพระบรมเดชานุภาพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งทรงเป็นพระผู้ไม่เคยแพ้ในศึกทุกหมู่เหล่า ดลบันดาลให้นายกฯอยู่อย่างปลอดภัย ไร้โรค มีโชคมีลาภในทุกๆเรื่อง โบราณว่าไว้จะดวงตกหรือไม่ตกให้ดูที่ใจตัวเอง ถ้าใจตก ดวงก็ตก ถ้าใจไม่ตกดวงก็ไม่ตก ขอให้รักษาใจอย่าให้ตก

ตร.คุมเข้มกันมวลชน 2 ฝ่ายปะทะ

ต่อมาได้เดินทางมายังศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง จ.สุพรรณบุรี ของกรมส่งเสริมการเกษตร รับฟังบรรยายการพัฒนาพืชผลเกษตรและการจัดพื้นที่เกษตรโซนนิ่ง ก่อนเดินทางกลับ กทม. ตลอดการลงพื้นที่ของนายกฯ มีทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงมารอให้การต้อนรับและให้กำลังใจ และกลุ่ม กปปส.มาคอยเป่านกหวีดไล่ในทุกจุดที่ไปเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกันทั้ง 2 กลุ่มให้อยู่ห่างกัน โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลทั้งสิ้น 534 นาย

“ปู” หวังศาล รธน.มาตรฐานเดียว

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ให้วินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) ประกอบมาตรา 268 หลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แก่นายถวิล เปลี่ยนศรี ว่า ทุกอย่างขอให้ว่าไปตามกฎหมาย ยืนยันการโยกย้ายนายถวิลทำตามขั้นตอนกฎหมาย และหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระใด จะพิจารณาตนบนมาตรฐานเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น หากพิจารณาบนมาตรฐานเดียวกัน เชื่อว่าทุกอย่างจะมีคำตอบ การยอมรับก็จะมี

ยกพระราชดำรัสนำสู่สงบสันติ

เมื่อถามว่ามองว่ามีความพยายามเร่งรัดคดีต่างๆ จากองค์กรอิสระ เพื่อดำเนินการกับนายกฯหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ตนเป็นผู้ถูกกล่าวหาไม่อยู่ในวิสัยที่จะพูดเช่นใดได้ แต่ยอมรับว่าหนักใจในเรื่องระยะเวลาที่พยานถูกตัดเหลือแค่ 3 ปาก จากที่ขอไป 11 ปาก แต่ถึงอย่างไรจะทำบนกลไกที่เหลืออยู่อย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า มองว่ามีขบวนการความพยายามขีดเส้นไม่ให้เดินได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ขอให้คนดูเป็นคนตัดสิน ตนเป็นเพียงหนึ่งในผู้ที่รักษากติกาและประชาธิปไตย ประชาชนจะคอยดูอยู่ว่าแต่ละบทบาทนั้นได้ทำบทบาทของตัวเองอย่างเต็มที่หรือไม่ และขอให้ทุกคนน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้ทุกคนต้องรู้จักปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้เหมาะสม น้อมนำปฏิบัติ ก็จะเกิดการยอมรับและสงบสันติ

พลิ้วตระกูลชินวัตรเว้นวรรค

เมื่อถามว่ามีข้อเสนอของนายเสนาะ เทียนทอง ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ให้คนตระกูลชินวัตรเว้นวรรคการเมือง 1 ปี น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า อย่างที่เคยบอก วันนี้ยังไม่ได้คิดไปถึงวันข้างหน้าเลย อยากให้ทุกคนพร้อมใจกันลงเลือกตั้งให้ได้ก่อน ส่วนตนก็ต้องถามประชาชนก่อน

“เติ้ง” สงสารวิกฤติกระหน่ำ

ด้านนายบรรหาร ศิลปอาชา กล่าวว่า สงสารนายกฯที่เจอวิกฤติการเมือง สำหรับตนยังเหมือนเดิมกับนายกฯ ส่วนที่มองว่าเวลานี้ประเทศไม่มีทางออกนั้น ต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญ  เรื่องของบ้านเมืองอะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิด และให้มันถึงที่สุดก่อน เวลานี้มันยังไม่ถึงที่สุด เมื่อถามว่าคิดว่าจะมีทางออก หรือช่วงเดือน เม.ย.นี้จะแรงหรือไม่ นายบรรหารตอบว่า ไม่รู้ ตอบไม่ได้ ไม่ทราบ

“ปึ้ง” ฟ้องนานาชาติซัดองค์กรอิสระ

ที่  บช.ปส. นายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า บทบาทองค์กรอิสระ อาทิ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้สังคมเกิดการเคลือบแคลงใจว่าผลการตัดสินขององค์กรอิสระให้ความเป็นธรรมจริงหรือไม่ หรือเลือกดำเนินการกับรัฐบาลชุดนี้อย่างที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ  กปปส. พยายามชี้นำ จึงเล่าให้คณะทูตเป็นที่รับทราบทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสังคมโลกจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะนายไพบูลย์ที่พูดเหมือนรู้แล้วว่าจะดำเนินการเรื่องนี้สำเร็จต้องมีนายกฯคนกลาง สังคมเขารู้ว่าอะไรเป็นอะไรที่ไปขึ้นเวที กปปส.

ขู่ศาล รธน.ลำเอียงอีกวุ่นวายแน่

เมื่อถามว่ามี ส.ว.บางส่วนชี้ช่องว่า ส.ว.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่สามารถสรรหานายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ได้ นายสุรพงษ์ตอบว่า ไม่ได้ เพราะที่มีอยู่เป็น ส.ว.สรรหา ได้รับแต่งตั้งหลังกระบวนการรัฐประหาร ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ความนึกคิดไม่เป็นอิสระ ไม่สะท้อนความคิดประชาชน ขอให้ตระหนักว่าความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตมีตัวอย่างจากสิ่งที่ กปปส.กระทำ กลุ่ม นปช.อาจทำตาม ไม่ได้ชี้ช่องแต่ กปปส.ทำเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีไว้ และถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาโดยมีวาระซ่อนเร้น ประชาชนไม่ให้ความเชื่อถือคำตัดสินบ้านเมืองจะไม่สงบ องค์กรอิสระต้องใช้ทั้งหลักนิติรัฐและนิติธรรม กกต.เองต้องรีบดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไปนัดประชุมกับทหารโดยหวังอะไร ต้องตอบสังคมด้วย

ยั่ว “เทือก” ชุมนุมอีก 3 ชาติก็ไร้ผล

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณา ยังไม่ได้หมายความว่าผิดหรือถูก อย่าไปคิดอะไรมาก บ้านเมืองวันนี้ต้องอยู่แบบทำใจรับสถานการณ์ให้ได้ ตนไม่ซีเรียส ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกฯของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ยิ่งทำให้องค์กรอิสระถูกตั้งข้อสงสัย เพราะพูดเหมือนรู้ล่วงหน้า คนฉลาดจะไม่พูดแบบนี้ รู้ต้องเงียบไว้ หากผลออกมาเหมือนนายสุเทพพูด องค์กรอิสระจะเสียหาย นักเลงจริงไม่พูด ลำพังนายสุเทพชุมนุมอีก 3 ชาติก็ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ รัฐบาลจะจบอย่างเดียวโดยองค์กรอิสระ แต่ไม่เข้าทางนายกฯคนกลางตามที่นายไพบูลย์พูด เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 171 บอกไว้ชัดนายกฯต้องเป็น ส.ส. อย่าพูดมั่วยืนยันไม่มีสุญญากาศ เมื่อถามว่าแสดงว่าทฤษฎีมะม่วงหล่นไม่เกิดขึ้นแน่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ไม่หรอก มะม่วงลูกนี้ต้องเก็บ ไม่มีหล่น ขั้วเหนียว

ยกกรณี “สุรพล” เทียบเคียง

ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์สื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย เห็นว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องนายไพบูลย์ไว้วินิจฉัย แต่นายกฯไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะสถานภาพนายกฯและ ครม. ถือว่า พ้นจากตำแหน่ง เพราะยุบสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 (2) แต่ถูกบังคับให้ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่มาทำหน้าที่  และการย้ายนายถวิล เพราะเคยทำงานกับ ศอฉ.ในรัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่ามือเปื้อนเลือด จะให้รัฐบาลประชาธิปไตยไว้วางใจได้อย่างไร กลับกัน ทำไมการย้าย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เพื่อเปิดทางให้นายถวิล ศาลรัฐธรรมนูญถึงไม่นำมาเทียบเคียงด้วย

เชื่อไม่รอดเงื้อมมือศาล รธน.อีก

นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นาทีนี้บอกได้คำเดียวว่ากระบวนการยุติธรรมกำลังรวมหัวกันเพื่อเล่นงานรัฐบาล ตอนนี้กฎหมายจะมีหรือไม่มี ไม่ใช่ปัญหา เพราะเขาจะทำทุกอย่างผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ไร้จริยธรรม ให้บรรลุเป้าหมายเพื่อล้มรัฐบาลให้ได้ บ้านเมืองเป็นอย่างนี้จะอยู่กันอย่างไร มันอยู่ยากขึ้นทุกที เชื่อว่ากรณีนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีทางรอด เพราะเห็นเจตนาทิศทางของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนแล้วว่าต้องการทำอะไร

นปช.มาแน่ถ้ารัฐบาลกระเด็น

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่า มองเป็นลบได้อย่างเดียว และเชื่อว่าคำตัดสินออกมาจะเป็นลบเช่นกัน หลังจากนั้นบ้านเมืองจะยุ่งวุ่นวาย แน่นอนว่าฝ่ายประชาชน นปช. คนเสื้อแดง ไม่ยอมรับคำตัดสินอยู่แล้ว เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามีความพยายามบิดเบือนกฎหมาย เพื่อทำให้รัฐบาลสิ้นสภาพไป เมื่อเป็นอย่างนี้ นปช.ต้องออกมาชุมนุมแน่นอน  และจะชุมนุมใน กทม. โดยจุดยืนของ นปช. ชัดเจนอยู่ 2 อย่าง คือ 1.ไม่ยอมรับการรัฐประหาร และ 2.ไม่ยอมรับการทำให้รัฐบาลรักษาการสิ้นสภาพไป

พท.โร่ฟ้องไอพียู ถูก ป.ป.ช.รังแก

นางกุสุมาลวตี  ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการบริหารหน่วยประจำชาติไทยในองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ (ไอพียู) กล่าวว่า เมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค. ตนและคณะได้เข้าพบเลขาธิการไอพียู ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อรายงานข้อเท็จจริงกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะตัดสินการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.-ส.ว. 308 คน กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ซึ่งเลขาฯไอพียูเป็นห่วงและเข้าใจปัญหาการเมืองไทย ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปฏิวัติรัฐประหารปี 2549 หาก ป.ป.ช.ยังเดินหน้าทำลายล้างนักการเมืองเพื่อให้เกิดสุญญากาศ ทำลายนายกฯเพื่อเปิดทางให้มีนายกฯคนกลาง ประชาคมโลกจะไม่นิ่งเฉย จะมีมาตรการลงโทษจากนานาชาติ อยากขอร้องให้ ป.ป.ช.มีวิจารณญาณพิจารณาตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม มิใช่ทำตามใบสั่งหรือมีอคติเกลียดชังนักการเมือง หรือต้องการทำลายล้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

จวกที่ดันทุรังเพราะ “มั่วมีธง”

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ ป.ป.ช.พยายามแก้ข่าวว่าไม่ได้เร่งรีบพิจารณาการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว แต่ดำเนินการไต่สวนมากว่า 1 ปี 10 เดือนนั้น มีหลักฐานมัดตัวต่อความมั่วที่เกิดขึ้น คือ เอกสารชิ้นแรก เป็นคำสั่ง ป.ป.ช.ที่ 27/57 ลงวันที่ 28 ม.ค.2557 เริ่มการไต่สวนคดีทำให้เห็นข้อเท็จจริงว่าใช้เวลาไต่สวนแค่ 21 วันจริงๆ โดยเอกสารเพียง 49 แผ่นที่ใช้กล่าวหา บวกกับเอกสารอีก 280 แผ่นที่ได้มาก่อนนายกฯจะเข้าชี้แจงเพียง 3 วัน ปรากฏข้อพิรุธมากมาย ที่เห็นได้ชัดเจนคือเอกสารทางบัญชีของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่ใช้เป็นเอกสารสำคัญพบว่าตัวเลขรายได้ รายจ่าย กำไร ขาดทุนในแต่ละฤดูเพาะปลูก มีตัวเลขหลังการปิดบัญชีไม่ตรงกัน แสดงให้เห็นว่าหลักฐานชิ้นนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็ดันทุรังนำมาประกอบการพิจารณา จึงขอให้คำจำกัดความ 3 คำสั้นๆว่า “มั่วมีธง”

วางคิว “ยรรยง–นิวัฒน์ธำรง–โต้ง” แจง

ทางด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้เรียกนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ มาชี้แจงในฐานะพยานของนายกฯ ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 13.00 น. ถัดไปเป็นนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้มาชี้แจงวันที่ 10 เม.ย. เวลา 13.00 น. และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้มาชี้แจงวันที่ 11 เม.ย. เวลา 10.00 น. ส่วนกรณีทีมทนายความของนายกฯร้องขอให้ไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปากนั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังไม่มีมติเรื่องนี้ โดยขอรอดูหนังสือจากทีมทนายความที่จะยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการก่อนว่ามีเหตุผลอะไร จึงจะมาพิจารณาอีกครั้ง

ปชป.ยก 3 เหตุผลโต้เพื่อไทย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทยยกกรณีโยกย้ายนายถวิลไปเปรียบเทียบกับกรณีโยกย้าย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือว่ามีความต่างกัน คือ 1.ในสมัยนายอภิสิทธิ์เป็นการเปลี่ยนแปลงตามปกติ 2.ไม่มีการร้องเรียนแต่อย่างใด 3.ไม่มีวัตถุประสงค์ย้ายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับญาติพี่น้องหรือพวก ต่างจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ย้ายนายถวิลเพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. จึงขอเรียกร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยต้องหยุดทำร้ายประเทศไทยด้วยการโกหกกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง

จวกใช้โลกบีบกระบวนยุติธรรม

นายชวนนท์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ กล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 2 มาตรฐาน เป็นการให้ร้ายกระบวนการยุติธรรมไทย โดยใช้โลกมาล้อมประเทศ เช่นเดียวกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์– ชัยกุล ที่วิจารณ์คำตัดสินของศาลกรณียกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม คดีถูกตั้งข้อหาร่วมกันสังหารนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย พรรคเพื่อไทยทำร้ายประเทศด้วยการโกหกบิดเบือน สร้างความสับสน ดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เป็นพฤติกรรมขายชาติเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง ดังนั้นประชาชนต้องรู้ทันและเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทยเพื่อนำชาติพ้นวิกฤติ

เย้ยทีม ก.ม.นำนายเดินไปตาย

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกฯ และพรรคเพื่อไทยไม่ต้องตกใจออกมาตีโพยตีพาย ให้ข่าวดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญ ตนเชื่อว่าทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยรู้กฎหมายดี แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ แทนที่จะเตรียมหาข้อเท็จจริง หาข้อกฎหมายมาต่อสู้ แต่กลับใช้วิธีทำลายลดความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ ให้คำปรึกษากฎหมายเหมือนชี้ทางให้เจ้านายเดินไปตาย สถาบันตุลาการเป็นสถาบันเดียวที่แทรกแซงไม่ได้ มีทางเดียวที่คนทำผิดคิดได้ก็คือการทำลาย เชื่อว่าประชาชนคนไทยจะเป็นกำลังใจให้สถาบันตุลาการเพื่อเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับประเทศและประชาชน

“มาร์ค” เริ่มงานหลังไหปลาร้าหัก

วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นครั้งแรกหลังจากประสบอุบัติเหตุล้มที่บ้านพักจนไหปลาร้าหักเมื่อวันที่ 26 มี.ค. เพื่อรับฟังสรุปผลการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2556 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28-29 มี.ค. พร้อมกับพิจารณาข้อเสนอจากการทำสมัชชาประชาชนเกี่ยวกับแนวทางปฏิรูปประเทศ และร่วมหารือกับแกนนำพรรคถึงสถานการณ์บ้านเมืองด้วย จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 8 เม.ย. จะนัดประชุมคณะทำงานด้านนโยบายและกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด ทั้งการปฏิรูปและนโยบายให้เห็นภาพอนาคตของประเทศ ส่วนจะมีการลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่นั้น ยังไม่มีการหารือ เพราะทุกคนเข้าใจดีว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และพรรคการเมืองต้องคุยกันก่อน

รับนัด กกต.ร่วมถกพรรคการเมือง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่พรรคต้องการคือให้มีการเลือกตั้งที่เรียบร้อย แต่ยังมองไม่เห็นทาง นอกจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องพูดคุยกันให้เกิดความชัดเจน ทำอย่าง ที่เคยเสนอ เมื่อถามว่าจะเข้าร่วมหารือตามที่ กกต.นัดหารือกับพรรคการเมืองต่างๆในวันที่ 22 เม.ย.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้า กกต.เป็นผู้นัด เรา ให้การร่วมมือมาตลอด และหวังว่าวันที่ 22 เม.ย. จะมีบางฝ่ายขยับเพื่อให้เกิดการพูดคุยให้ได้มากขึ้น ส่วนกรณีที่แกนนำ กปปส.ประกาศเตรียมนัดชุมนุมใหญ่ภายใน 15 วัน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้องสถานภาพนายกฯนั้น เป็นห่วงว่าถ้าไม่มีกระบวนการที่ทำให้เกิดการพูดคุย อาจเกิดความวุ่นวายและนำไปสู่จุดเสี่ยง เพราะมีการเคลื่อนไหวคู่ขนานที่เอาอาวุธมาใช้

ชี้ยังตื๊อครองอำนาจชาติติดหล่ม

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เป็นห่วงหลังวันที่ 5 เม.ย. หากรัฐบาลคิดแต่จะพยายามยื้อเพื่อครองอำนาจให้นานที่สุด บ้านเมืองจะติดหล่มเช่นนี้ คนที่เดือดร้อนคือประชาชน ประเทศเสียประโยชน์ ทั้งที่รัฐบาลน่าจะขยับเข้ามาเพื่อวางประเด็นเรื่องการปฏิรูปให้ชัด อย่าพูดด้านเดียว เพราะถึงอย่างไรประเทศหนีไม่พ้นที่จะต้องปฏิรูปและเลือกตั้ง ส่วนข้อเสนอให้ตระกูลชินวัตรเว้นวรรคการเมือง 1 ปีนั้น ไม่สามารถขจัดคอร์รัปชันได้ เพราะโจทย์จริงคือ การใช้อำนาจโดยมิชอบและการทุจริต ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกร้องปฏิรูปประเทศไทย ตัวบุคคลหรือครอบครัวที่อาจกลายเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาเหล่านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

“สมชัย” หยันล่าชื่อถอดถอนไร้สาระ

อีกเรื่อง ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยล่ารายชื่อเพื่อยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง กกต. โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เป็นกลางว่า ไม่ได้หวั่นไหว ถือเป็นเรื่องธรรมดา และเป็นเพียงพฤติกรรมส่วนตัวที่ชอบแต่งกลอนผ่านทางเฟซบุ๊ก แต่กลับนำเนื้อหาที่โพสต์ไปตีความ ทำให้ไม่ถูกใจต่อการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่ไม่คิดว่า เป็นการคุกคามจากฝ่ายการเมือง ที่ผ่านมา แม้ฝ่ายการเมืองพยายามใช้กลุ่มมวลชนมากดดัน แต่องค์กรอิสระก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าการที่ กกต. เชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพมาหารือ เป็นการร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์ทางการเมืองหรือเป็นการปฏิวัติเงียบ ซึ่งนายสมชัยไม่ยอมตอบคำถามดังกล่าว

เตือนแจกของช่วงสงกรานต์ผิด

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาหนังสือข้อหารือจากพรรคการเมืองที่สอบถามถึงการจัดกิจกรรมประเพณีรดน้ำดำหัว มอบสิ่งของในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้หรือไม่ โดย กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่าแม้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎรยังมีผลบังคับใช้ ซึ่ง กกต.ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. การจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวและการมอบสิ่งของที่เป็นไปตามประเพณีสามารถทำได้ แต่ต้องดูเจตนาและมูลค่าสิ่งของว่าเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นขอเตือนไปยังพรรคการเมืองที่เตรียมจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ให้หลีกเลี่ยงการมอบเงินและการจัดเลี้ยงสุรา เพื่อป้องกันการร้องเรียนในอนาคต

ขอผู้นำเหล่าทัพมาคุยด้วยตัวเอง

นายภุชงค์กล่าวว่า ส่วนการเชิญ ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร. และหน่วยงานความมั่นคง มาหารือร่วมกับ กกต. ในวันที่ 8 เม.ย. กกต.ขอย้ำว่าอยากให้ผู้บังคับ บัญชาแต่ละหน่วยงาน ให้ความร่วมมือมาหารือด้วยตัวเอง เพราะ กกต.อยากรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัว ผู้บังคับบัญชาโดยตรง ก่อนประเมินสถานการณ์การเมืองและเตรียมความพร้อมก่อนกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่วนความคืบหน้า การพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว.นั้น เบื้องต้นจะสามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้ผู้ที่ไม่มีเรื่องร้องคัดค้านได้ในช่วงบ่ายของวันที่ 8 เม.ย.

“อานันท์” ยังไม่ได้รับเทียบนายกฯ ม.7

อีกเรื่อง นายอานันท์ ปันยารชุน นายกกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า เป็นเรื่องที่คาดเดา ยากไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แม้ช่วงนี้เศรษฐกิจจะซบเซา แต่เชื่อว่ารัฐบาลรักษาการจะสามารถประคองเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีรัฐบาลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะช้าลงและทำให้เหนื่อย ส่วนข้อเสนอให้มีนายกฯคนกลางเข้ามาปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งนั้น ไม่อยากออกความเห็น แต่เห็นว่านายกฯคนกลางในความหมายที่แท้จริง ต้องไม่ฝักใฝ่ฝากใดฝ่ายหนึ่ง เมื่อถามว่าหากมีการทาบทามให้เป็นนายกฯจะรับตำแหน่งหรือไม่ นายอานันท์ตอบว่า เป็นเรื่องอนาคต ไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้ ใครพูดก็ให้ไปถามคนนั้นเอง

ส่อรับรอง ส.ว.เลือกตั้งไม่ครบ 95%

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า สำหรับคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว. ล่าสุดมี 25 คำร้อง โดยมีบุคคลที่ได้รับคะแนนเลือกตั้ง ส.ว.สูงสุดจากทั่วประเทศ ถูกร้องคัดค้าน 11 คน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 111 วรรคสามและสี่ กำหนดให้ ส.ว.เลือกตั้งชุดเก่าที่หมดวาระจะต้องรักษาการไปจนกว่ามี ส.ว.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ เมื่อ กกต.ประกาศรับรองผลครบ 95 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ถ้า กกต.ไม่สามารถประกาศรับรอง ว่าที่ ส.ว. 11 คนที่ถูกร้องคัดค้านนี้ได้ จะทำให้ไม่ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น  กรณีที่เลขาธิการวุฒิสภาแจ้งกำหนดการนัดเปิดประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาถอดถอน  นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในวันที่ 18 เม.ย. การพิจารณาก็ต้องดำเนินการโดย ส.ว.เลือกตั้งชุดเดิมไปก่อน

4 เม.ย. 2557 07:56 4 เม.ย. 2557 07:56 ไทยรัฐ