วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลปค.คุม‘มลพิษ’ ห้ามรถเมล์ควันดำ! มาวิ่งตามท้องถนน

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษา สั่งกรมควบคุมมลพิษ ดูแล ขสมก. ห้ามนำรถควันดำวิ่ง ให้รายงานผลต่อศาลทุก 3 เดือนในเวลา 1 ปีด้วย

ขณะที่ “ชาวบ้านใช้รถเมล์-นายกสมาคมต้านโลกร้อน” ฟ้อง ผอ.ขสมก.-รมว.คมนาคม กับพวก รวม 5 ราย ละเลยหน้าที่ไม่ดูแลรถเมล์สาย 8 ประมาทวิ่งรถเร็วก่ออุบัติเหตุหลายครั้ง ขอศาลสั่งเพิกถอนสัมปทาน สร้างมาตรการห้ามรถเกิดอุบัติเหตุ-พนักงานขับรถที่ประมาทขับรถเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ศาลปกครองสูงสุด โดยนายสุเมธ รอยกุลเจริญ ตุลาการเจ้าของสำนวนและคณะ มีคำพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษกำหนดแผนปฏิบัติการกำกับดูแล ไม่ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ปล่อยรถยนต์โดยสารและรถร่วมบริการของเอกชนออกวิ่งโดยปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน และให้กรมควบคุมมลพิษรายงานผลการปฏิบัติให้ศาลปกครองทราบทุก 3 เดือน เป็นเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา รวมทั้งให้กรมควบคุมมลพิษ ประกาศให้รถยนต์โดยสารของ ขสมก.และรถร่วมบริการของเอกชน ต้องถูกควบคุมการปล่อยอากาศเสีย ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 มาตรา 68 ตามที่มูลนิธิป้องกันควันพิษและพิทักษ์สิ่งแวดล้อมกับพวกรวม 4 ราย ได้ยื่นฟ้อง ขสมก. และกรมควบคุมมลพิษ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันละเลยในการดำเนินการควบคุมมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการปล่อยมลพิษ จากท่อไอเสียรถยนต์โดยสารไม่ให้เกินมาตรฐานตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัยของสาธารณชน จนเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเป็นจำนวนมาก ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2545 และจากการเปิดเผยของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษในขณะนั้น

วันเดียวกันนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 23 คน ซึ่งเป็นประชาชนพักอาศัยในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ที่ใช้บริการขนส่งมวลชน ได้ยื่นฟ้องผู้อำนวยการ ขสมก. คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม  คณะกรรมการควบคุม การขนส่งทางบกกลาง และ รมว.คมนาคม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-5 เรื่อง ละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ปล่อยให้รถโดยสารของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ก่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผู้สัญจรบนท้องถนน จากเหตุที่รถร่วมบริการเอกชนสาย 8 ที่วิ่งให้บริการเส้นทาง แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ ที่ได้รับสัมปทานจาก ขสมก. ได้ฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกอบกิจการ หรือสัมปทานโดยประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง ที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง

นอกจากนี้ บริษัทเอกชน 3 ราย ที่ได้รับสัมปทานการเดินรถเมล์ร้อน สาย 8 ก็ยังฝ่าฝืนเงื่อนไขการให้สัมปทานหลายครั้ง กรณีที่พนักงานรถร่วมมีพฤติการณ์ด่าและไล่ผู้โดยสารลงจากรถ การขับรถ ด้วยความเร็ว จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้อง เพิกถอนใบอนุญาต หรือใบประกอบการ หรือสัมปทาน การเดินรถของรถร่วมบริการเอกชน สาย 8 ทั้งหมด และให้ผู้ถูกฟ้องทั้งหมดกำหนดมาตรการติดตาม ตรวจสอบ ลงโทษ และเพิกถอนใบอนุญาต หรือสัมปทานรถ ขสมก. และรถร่วมบริการทั้งหมด ทุกประเภทที่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมาย และการสัมปทาน และให้ติดตามตรวจสอบมาตรการด้านความปลอดภัย มลพิษ-ควันดำทุก 3 เดือน ตลอดอายุการได้รับใบประกอบการสัมปทาน รวมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องทั้งหมดกำหนดมาตรการเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับขี่รถโดยสาร (พขร.) พนักงานเก็บค่าโดยสาร (พกส.) ที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เด็ดขาด กับผู้ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุสร้าง ความเสียหายต่อผู้สัญจรบนถนน และห้ามขับขี่รถสาธารณะตลอดชีวิต รวมทั้งห้ามนำรถที่ประสบอุบัติเหตุมาวิ่งโดยเด็ดขาดด้วย ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง ได้รับคำฟ้องไว้เพื่อพิจารณาต่อไปว่ามีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือไม่ต่อไป

4 เม.ย. 2557 07:31 4 เม.ย. 2557 07:31 ไทยรัฐ