วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนอดีตเหตุการณ์ ผนวกดินแดนก่อนหน้าไครเมีย

ย้อนอดีตเหตุการณ์ ผนวกดินแดนก่อนหน้าไครเมีย

  • Share:

การผนวกรวมดินแดนไครเมียของยูเครนโดยรัสเซียเมื่อปลายเดือนมี.ค. กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่คนทั้งโลกจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ และถูกต่อต้านอย่างหนักจากนานาชาติ จนอาจกลายเป็นปัญหายืดเยื้อไปอีกนาน เหมือนเช่นการผนวกรวมดินแดนหลายครั้งหลายคราในประวัติศาสตร์ และต่อไปนี้ไทยรัฐออนไลน์จะขอนำท่านผู้อ่านย้อนอดีตไปพบกับเหตุการณ์ ผนวกรวมดินแดน ครั้งสำคัญ 7 ครั้งที่เกิดขึ้นในช่วง 70 ปีก่อนหน้าวิกฤติไครเมีย

1. อินเดียผนวกดินแดนโปรตุเกสในอินเดีย

ในปี 1954 ประชาชนในเมือง 'ดาดราและนครหเวลี' ซึ่งเป็นดินแดนของโปรตุเกสที่แทรกอยู่ในประเทศอินเดีย ประกาศยุติการปกครองโดยโปรตุเกสจากความช่วยเหลือของเหล่าอาสาสมัคนชาตินิยม โดยตั้งแต่ปี 1954 ถึง 1961 พื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนอิสระโดยพฤตินัย และรวมเข้าสู่อินเดียในปี 1961 หลังจากรัฐบาลของดาดราและนาการ์ ฮาเวลี ลงนามข้อตกลงกับรัฐบาลอินเดีย

ในปีเดียวกัน อินเดียและโปรตุเกสเกิดข้อพิพาททางทหารขึ้นที่รัฐกัว และเมือง ดามันและดีอู ซึ่งเป็นดินแดนของโปรตุเกสที่แทรกอยู่ในประเทศอินเดีย โดยอินเดียส่งทหารบุกพื้นที่ดังกล่าวและได้รับชัยชนะภายในเวลาเพียง 36 ชั่วโมง นับเป็นการสิ้นสุดการเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสนาน 451 ปี โดยชาวอินเดียมองเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการปลดปล่อยดินแดนของอินเดียครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่โปรตุเกสระบุว่าเป็นโศกนาฏกรรมของชาติ ซึ่งสหประชาชาติจะลงมติประณามการผนวกรวมดินแดนของอินเดีย แต่ถูกรัสเซียใช้สิทธิ์วีโต

2. อินเดียผนวกอาณาจักรสิกขิม

ในปี 1947 ชาวอาณาสิกขิมซึ่งส่วนใหญ่สืบเชื้อสายจากชาวทิเบตลงคะแนนเสียงคัดค้านการร่วมเป้นส่วนหนึ่งของสหภาพอินเดีย และนาย จาวาฮาลัล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย ก็เห็นชอบเห็นชอบให้สิทธิ์คุ้มครองพิเศษแก่สิกขิม อย่างไรก็ตาม สิกขัมตกอยู่ใต้อำนาจของอินเดีย ซึ่งเข้ามาดูแลกิจการภายนอกทั้งหมด รวมทั้งด้านกลาโหม, การทูต และการสื่อสาร แต่สิกขิมยังคงเป็นรัฐปกครองตนเองอยู่ อาณาจักรสิกขิมก่อตั้งสภารัฐขึ้นในปี 1955 เพื่อเป็นรัฐบาลปกครองโดยรัฐธรรมนูญภายใต้ช็อกยัล (กษัตริย์) ขณะเดียวกันปัญหาก็เริ่มเกิดขึ้นเมื่อสภาแห่งชาติสิกขิมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้วใหม่ โดยให้มีตัวแทนชาวเนปาลมากกว่าเดิม 

ในปี 1973 เกิดการจลาจลขึ้นที่หน้าพระราชวัง นำไปสู่การร้องขอความคุ้มครองจากอินเดียอย่างเป็นทางการ เนื่องจากช็อกยัล ณ ขณะนั้นไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเลย ต่อมาในปี 1975 คาซี (นายกรัฐมนตรีของสิกขิม) ร้องขอต่อรัฐสภาอินเดียให้เปลี่ยนสถานะของสิกขิม เพื่อให้สามารถกลายเป็นรัฐหนึ่งในอินเดียได้ ปีเดียวกันในเดือนเม.ย. อินเดียเคลื่อนกองทัพเข้าไปในสิกขิม ยึดเมืองกังต็อกเมืองเอกของสิกขิม และปลดอาวุธราชองค์รักษ์ และจัดให้มีการทำประชามติ ซึ่ง 97.5% จากผู้มาใช้สิทธิ์ 59% ต้องการเข้าร่วมสหภาพอินเดีย จากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ในวันที่ 16 เม.ย. 1975 สิกขิมก็กลายเป็นรัฐที่ 22 ของอินเดีย และระบอบกษัตริย์ของสิงขิมถูกยกเลิก

3. อินโดนีเซียผนวก ติมอร์ตะวันออก

ติมอร์ตะวันออกถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย หลังจากการรุกรานในปี 1975 เป็นเปลี่ยนชื่อเป็น ติมอร์ติมูร์ เป็นจังหวัดที่ 27 ของอินโดนีเซีย แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ ขณะที่ประชาชนในติมอร์ตะวันออกก็ต่อต้านทหารของอินโดนีเซีย โดยก่อเหตุโจมตีในรูปแบบกองโจร อย่างไรก็ตามติมอร์ตะวันออกถูกอินโดนีเซียปกครองนานกว่า 20 ปี จนกระทั่งในปี 1999 อินโดนีเซียและติมอร์ตะวันออกตกลงจัดการลงคะแนนเสียงประชามติ ซึ่งประชาชนกว่า 80% เลือกแยกตัวออกจากอินโดนีเซีย ทำให้ชาวติมอร์ที่ฝักฝ่ายอินโดนีเซียไม่พอใจและก่อเหตความรุนแรง จนสหประชาชาติต้องจัดต้องกองกำลังรักษาสันติภาพในติมอร์ จนในที่สุดติมอร์ก็ได้ประกาศเอกราชในปี 2002 และเปลี่ยนไปใช้ชื่อว่า ติมอร์-เลสเต

4. จอร์แดนผนวกรวม เวสต์แบงก์

ดินแดนที่ปัจจุบันเราเรียกกันว่า 'เวตส์แบงก์' เคยเป็นส่วนหนึ่งของ ปาเลสไตน์ในอาณัติ (Mandatory Palestine) ที่ปกครองโดยอังกฤษหลังแยกตัวจากจักรวรรด์อ็อตโตมัน หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 พื้นที่เวสต์แบงก์ถูกกองทัพจอร์แดนยึดครองระหว่างสงครามประกาศเอกราชอิสราเอล ปี 1948 และถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของจอร์แดนในปี 1950 ตามการเรียกร้องโดยคณะตัวแทนชาวปาเลสไตน์ แม้จะมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับผู้แทนชุดนี้ และการผนวกเวสต์แบงก์ได้รับการยอมรับจากสหราชอาณาจักรและปากีสถานเท่านั้น แต่ไม่มีการประณามจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เวสต์แบงก์อยู่ใต้การปกครองของจอร์แดนจนถึงปี 1967 จนกระทั่งดินแดนแห่งนี้ถูกยอิสราเอลเข้ายึดครอง แต่ไม่ได้ผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเหมือนจอร์แดน ปัจจุบันเวสต์แบงก์ซึ่งเป็นดินแดนของชาวปาเลสไตน์ อยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลฮามาส

5. อิสราเอลผนวก เยรูซาเลมตะวันออก

หลังเสร็จสิ้นสงคราม 6 วันในปี 1967 อิสราเอลยึดเยรูซาเลมตะวันออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตเวสต์แบงก์จากจอร์แดน ในวันที่ 27 มิ.ย. ปีเดียวกันอิสราเอลก็ผ่านกฎหมายขยายอำนาจปกครองเข้าสู่เมืองแห่งนี้และบริเวณใกล้เคียงรวมพื้นที่ประมาณ 70 ตร.กม. เป็นส่วนหนึ่งของนครเยรูซาเลม โดยอิสราเอลอ้างกับสหประชาชาติว่ามาตรการของพวกเขาเป็นการเข้าไปบริหารจัดการและบูรณาการเข้าด้วยกัน มากกว่าเป็นการควบรวมดินแดน อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาศาลสูงสุดของอิสราเอลมีคำตัดสินให้เยรูซาเลมตะวันออกเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล นอกจากนี้ในปี 1980 อิสราเอลผ่านกฎหมายเยรูซาเลม เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายรากฐาน ซึ่งประกาศให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลโดยสมบูรณ์ หรือกล่าวอีกอย่างคือ อิสราเอลตั้งใจจะผนวกรวมเยรูซาเลมตะวันออก แต่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประกาศในการผนวกรวมครั้งนี้เป็นโมฆะ

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อิสราเอลก็ก่อสร้างชุมชนชาวยิวขึ้นในเยรูซาเลมตะวันออก โดยมีเพียงประเทศเดียวคือคอสตาริกา ที่ยอมรับการผนวกรวมเยรูซาลมตะวันออกของอิสราเอล ขณะที่สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ผ่านร่างรัฐบัญญัติสถานทูตเยรูซาเลม ซึ่งเป็นการยอมรับเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และย้านที่ตั้งสถานทูต อย่างไรก็ตาม รัฐบัญญัตินี้ถูกระงับโดยประธานาธิบดีบิล คลินตัน และบารัค โอบามา

6. อิสราเอลผนวก โกลัน ไฮท์ส ของซีเรีย

อิสราเอลยึดครองพื้นที่ 2 ใน 3 ส่วนของเมืองโกลัน ไฮท์ส จากซีเรียระหว่างสงคราม 6 วันในปี 1967 และตามด้วยการตั้งชุมชนชาวยิวในพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาในปี 1981 อิสราเอลผ่านกฎหมายโกลัน ไฮท์ส ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตกฎหมาย, อำนาจ และการจัดการของอิสราเอลเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ รวมถึงเขต 'ชีบา ฟาร์ม' พื้นที่ทับซ้อนระหว่างประเทศซีเรียและเลบานอน อย่างไรก็ตาม การผนวกรวมของอิสราเอลถูกประกาษให้เป็นโมฆะและไม่มีผลทางกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมติที่ 497 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประเทศเดียวที่รับรองการผนวกรวมโกลัน ไฮท์สของอิสราเอลคือ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย

7. อิรักผนวกรวมคูเวต

คูเวตเป็นชาติพันธมิตรกับอิรักระหว่างสงคราม อิหร่าน-อิรัก (1980-88) เนื่องจากคูเวตต้องการการปกป้องของอิรักจากอิหร่าน ต่อมาในเดือนส.ค. ปี 1990 คูเวตถูกอิรักซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน เข้ายึดและผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประทเศ โดยซัดดัมใช้ข้ออ้างนานับประการ รวมถึงอ้างว่าดินแดนคูเวตแท้จริงแล้วเป็นจังหวัดหนึ่งของอิรัก ส่วนการผนวกรวมดินแดนเป็นการเอาคืน ที่คูเวตแอบขุดเจาะน้ำมันของอิรัก ในพื้นที่ที่ยังพิพาทกันอยู่ โดยระบอบกษัตริย์ของคูเวตถูกยกเลิกไปหลังการผนวกรวม และรัฐบาลอิรักเข้ามาปกครองแทนที่

 

อย่างไรก็ตาม ประธานษธิบดี จอร์จ บุช แห่งสหรัฐอเมริกา ประณามการผนวกรวมคูเวตของอิรักอย่างุรนแรง และเคลื่อนไหวเพื่อขับทหารไล่อิรักออกจากคูเวต โดยได้รับการอนุมัติจากคณธมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อเมริกันเป็นผู้นำทัพพันธมิตร 34 ประเทศ เข้าต่อสู้ในสงครามอ่าวเปอร์เซีย (2 ส.ค. 1990 - 28 ก.พ. 1991) เพื่อฟื้นฟูระบอบกษัตริของคูเวตอีกครั้ง สงครามครั้งนี้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะเด็ดขาดของฝ่ายพันธมิตร และคูกเวตหลุดพ้นจากการถูกควบควมโดยอิรัก และเป็นประเทศเอกราชมาจนุคงทุกวันนี้   

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้