วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส.ต้านโลกร้อน” ฟ้องศาลปกครอง ขอให้สั่งเพิกถอน สัมปทาน รถเมล์สาย8

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษา สั่ง กรมควบคุมมลพิษ ดูแล ขสมก. ห้ามนำรถควันดำวิ่ง ให้รายงานผลศาลทุก 3 เดือนในเวลา 1 ปี ขณะที่ ชาวบ้านใช้รถเมล์ นายกสมาคมต้านโลกร้อนฟ้อง ผอ.ขสมก- รมว.คมนาคม ละเลยหน้าที่ไม่ดูแล รถเมล์สาย 8 ประมาทวิ่งรถเร็วก่ออุบัติหลายครั้ง ขอศาลสั่งเพิกถอนสัมปทาน สร้างมาตรการห้ามรถเกิดอุบัติ

วันที่3เม.. ศาลปกครองสูงสุดโดยนายสุเมธรอยกุลเจริญตุลาการเจ้าของสำนวนและคณะมีคำพิพากษาให้ให้กรมควบคุมมลพิษกำหนดแผนปฏิบัติการกำกับดูแลไม่ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ( ขสมก.) ปล่อยรถยนต์โดยสารและรถร่วมบริการของเอกชนออกวิ่งโดยปล่อยควันดำเกินมาตรฐานและให้กรมควบคุมมลพิษรายงานผลการปฏิบัติให้ศาลปกครองทราบทุก3เดือนเป็นเวลา1ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษารวมทั้งให้กรมควบคุมมลพิษประกาศให้รถยนต์โดยสารของขสมก.และรถร่วมบริการของเอกชนต้องถูกควบคุมการปล่อยอากาศเสียตามพ...ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมพ..2535 มาตรา68   ตามที่มูลนิธิป้องกันควันพิษและพิทักษ์สิ่งแวดล้อมกับพวกรวม4รายได้ยื่นฟ้องขสมก. และกรมควบคุมมลพิษว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันละเลยในการดำเนินการควบคุมมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์โดยสารไม่ให้เกินมาตรฐานตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชนจนเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเป็นจำนวนมากตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อวันที่14..2545   และจากการเปิดเผยของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษในขณะนั้น

ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลาง เคยมีคำพิพากษาว่า  ขสมก. ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติโดยปล่อยให้มีรถโดยสารประจำทางของขสมก. หรือรถร่วมเอกชนที่ออกวิ่งโดยปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียเกินมาตรฐานและกำหนดให้ขสมก. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่จะไม่ให้รถโดยสารประจำทางของขสมก. และรถร่วมบริการก่อให้เกิดมลพิษจากท่อไอเสียเกินมาตรฐานอีกและให้รายงานผลตรวจวัดไอเสียของรถประจำทางขสมก.และรถร่วมบริการต่อศาลทุก3เดือนเป็นเวลา1ปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุดส่วนกรมควบคุมมลพิษให้ยกฟ้องต่อมาผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องยื่นอุทธรณ์

 ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุด พิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาว่า ขสมก. ละเลยต่อหน้าที่นั้นศาลปกครองสูงสุด เห็นพ้องด้วยซึ่งขสมก.เป็นหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลการขนส่งกลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการให้เอกชนผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างประกอบการขนส่งบุคคลดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมมลพิษทางอากาศตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตลอดจนไม่ควบคุมและกำจัดภาวะมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพอนามัยสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นขสมก. ผู้ถูกฟ้องที่ต้องจัดให้รถโดยสารของ ขสมก. และรถร่วมบริการขิงเอกชนทุกคันอยู่ในสภาพที่สามารถใช้การได้ซึ่งสภาพของรถต้องมั่นคงแข็งแรงและไม่ก่อให้เกิดมลพิษอุทธรณ์ของขสมกฟังไม่ขึ้น  ส่วนกรมควบคุมมลพิษศาลเห็นว่าเมื่อรถโดยสารของขสมก. ถือได้ว่า เป็นแหล่งที่มาของมลพิษอย่างหนึ่งตามพ...ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ..2535แล้วเมื่อข้อเท็จจริงยังรับฟังได้ว่าเมื่อเกิดกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารขสมก.ปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียเกินมาตรฐาน  กรมควบคุมมลพิษได้มีหนังสือประสานไปยังขสมก. และหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่างๆให้ควบคุมรถโดยสารที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนดังนั้นในส่วนของคพ. ผู้ถูกฟ้องที่2จึงมีอำนาจหน้าที่การกำกับดูแลประสานงานติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการฟื้นฟูคุ้มครองรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาแก้เป็นว่าให้กรมควบคุมมลพิษ กำหนดแผนปฏิบัติการกำกับดูแลติดตามควบคุมเพื่อไม่ให้ขสมก. ปล่อยรถยนต์โดยสารและรถร่วมบริการของเอกชนออกวิ่งโดยปล่อยควันดำเกินมาตรฐานและรายงานผลการปฏิบัติการตามแผนดังกล่าว ต่อศาลทุก3เดือนเป็นเวลา1ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาและให้กรมควบคุมมลพิษพิจารณาดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกาศกำหนดให้รถยนต์โดยสารของขสมก.และรถร่วมบริการของเอกชน ต้องถูกควบคุมการปล่อยอากาศเสียตามพ...ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมพ..2535มาตรา68นอกเหนือจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น

วันเดียวกันนี้  นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 23 คน ซึ่งเป็นประชาชนพักอาศัยในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ที่ใช้บริการขนส่งมวลชน ได้ยื่นฟ้อง ผู้อำนวยการ ขสมก. ,คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. , อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ,คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง และ รมว.คมนาคม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-5 เรื่อง ละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ปล่อยให้รถโดยสารของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ก่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผู้สัญจรบนท้องถนน จากเหตุที่รถร่วมบริการเอกชน สาย 8 ที่วิ่งให้บริการเส้นทาง แฮปปี้แลนด์ สะพานพุทธ ที่ได้รับสัมปทานจาก ขสมก. ได้ฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกอบกิจการ หรือสัมปทานโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง นอกจากนี้บริษัทเอกชน 3 ราย ที่ได้รับสัมปทานการเดินรถเมล์ร้อน สาย 8 ก็ยังฝ่าฝืนเงื่อนไขการให้สัมปทานหลายครั้ง  กรณีที่พนักงานรถร่วมมีพฤติการณ์ด่าและไล่ผู้โดยสารลงจากรถ การขับรถด้วยความเร็ว  

จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษา ให้ผู้ถูกฟ้องเพิกถอนใบอนุญาต หรือใบประกอบการ หรือสัมปทานการเดินรถของรถร่วมบริการเอกชน สาย 8 ทั้งหมด  และให้ผู้ถูกฟ้องทั้งหมดกำหนดมาตรการติดตาม ตรวจสอบ ลงโทษ และเพิกถอนใบอนุญาต หรือสัมปทาน รถ ขสมก. และรถร่วมบริการทั้งหมด ทุกประเภทที่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมาย และการสัมปทาน และให้ติดตามตรวจสอบมาตรการด้านความปลอดภัย มลพิษ-ควันดำทุก 3 เดือน ตลอดอายุการได้รับใบประกอบการสัมปทาน รวมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องทั้งหมดกำหนดมาตรการเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับขี่รถโดยสาร ( พขร.) พนักงานเก็บค่าโดยสาร ( พกส.) ที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เด็ดขาด กับผู้ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุสร้างความเสียหายต่อผู้สัญจรบนถนน และห้ามขับขี่รถสาธารณะตลอดชีวิต รวมทั้งห้ามนำรถที่ประสบอุบัติเหตุ มาวิ่งโดยเด็ดขาดด้วย   ทั้งนี้ศาลปกครองกลางได้รับคำฟ้องไว้เพื่อพิจารณาต่อไปว่า มีอำนาจพิจารณาพิพากษา หรือไม่ต่อไป

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษา สั่ง กรมควบคุมมลพิษ ดูแล ขสมก. ห้ามนำรถควันดำวิ่ง ให้รายงานผลศาลทุก 3 เดือนในเวลา 1 ปี ขณะที่ “ชาวบ้านใช้รถเมล์ – นายกสมาคมต้านโลกร้อน” ฟ้อง ผอ.ขสมก- รมว.คมนาคม ละเลยหน้าที่ไม่ดูแล รถเมล์สาย 8 ประมาทวิ 3 เม.ย. 2557 18:38 ไทยรัฐ