วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้ลึกรู้รอบ ปัญหากระ-ฝ้า

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่ต้องผจญกับแสงแดดจ้า และอากาศอบอ้าวอยู่เสมอ จึงยากจะหลีกเลี่ยงปัญหากระ-ฝ้า และใบหน้าหมองคล้ำ แม้จะมีสารพัดวิธีในการปกปิดผิวสวยๆให้รอดพ้นจากรังสียูวีเอ ยูวีบี แสงแดดไม่ว่าจะเป็นการสวมหมวก ใส่เสื้อแขนยาว หรือใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด SPF สูงๆ แต่ก็ใช่ว่าจะป้องกันปัญหาฝ้า-กระได้เต็มร้อย 

ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง “นพ.เอกลักษณ์ ธรรมสุนทร” ศัลยแพทย์จาก วุฒิศักดิ์ คลินิก ให้ความรู้ว่ากระและฝ้าเกิดจากการที่มีเม็ดสีเมลานินสะสมในผิวหนังมากผิดปกติ ทำให้เกิดผื่นสีน้ำตาลเป็นรอยคล้ำ ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกัน โดย “กระ” มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดมักเล็กกว่า 0.5 ซม. พบกระจายอยู่บริเวณใบหน้าและผิวหนังที่ถูกแสงแดดประจำ แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ “กระตื้น” เป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆขอบเขตไม่ชัดเจน “กระลึก” เป็นจุดสีน้ำตาลเทาๆเห็นเป็นเงาลึกๆพบมากบริเวณโหนกแก้ม  “กระเนื้อ”  เป็นตุ่มสีน้ำตาลดำ จะเป็นก้อนเล็กๆขรุขระคล้ายหูดขึ้นบ่อยที่ใบหน้า คอ หรือลำตัว และกระแดด เป็นดวงสีน้ำตาลผิวเรียบค่อนข้างใหญ่เกิน 0.5  ซม. เริ่มพบได้ตั้งแต่เด็ก และเพิ่มปริมาณขึ้นในคนสูงอายุ

สำหรับ “ฝ้า” พบบ่อยในสุภาพสตรีวัยกลางคน มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาล บริเวณแก้ม จมูก หน้าผาก เหนือริมฝีปากด้านบนและคาง ผื่นมักมีสีคล้ำขึ้นเมื่อถูกแสงแดด สาเหตุของการเกิดฝ้ามีหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น แสงแดด, ฮอร์โมน, ยา, การแพ้เครื่องสำอาง ตลอดจนพันธุกรรม ในส่วนของฮอร์โมนเชื่อว่า ฮอร์โมนเพศชนิดเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน มีผลทำให้เกิดฝ้า โดยฝ้าจะเป็นมากขึ้นในผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิด หรือตั้งครรภ์ ถ้าไม่อยากให้ใบหน้าหมองคล้ำก่อนวัยอันควร คุณหมอย้ำว่า ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด SPF50 ขึ้นไป เป็นประจำทุกวัน ร่วมกับการทำเลเซอร์สม่ำเสมอเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อความกระจ่างใสของใบหน้า.

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่ต้องผจญกับแสงแดดจ้า และอากาศอบอ้าวอยู่เสมอ จึงยากจะหลีกเลี่ยงปัญหากระ-ฝ้า และใบหน้าหมองคล้ำ... 3 เม.ย. 2557 15:46 ไทยรัฐ