วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกมใกล้จบแล้ว

2 เมษายนที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญ มี “มติเอกฉันท์”  ให้รับคำร้องที่ ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน  ส.ว.สรรหา ที่ยื่นขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯและรัฐมนตรีกลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) ประกอบมาตรา 268 จากกรณีการโยกย้ายตำแหน่ง นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยให้เวลา นายกฯยิ่งลักษณ์ เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันได้รับสำเนาคำร้อง

ครั้งนี้คงไม่มีข้อกังขาใดๆ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ เห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ มีอำนาจยื่นเรื่องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ จึงอยู่ในอำนาจของศาลที่จะรับไว้พิจารณา

นี่คือ “ข้อดีของรัฐธรรมนูญฉบับนี้” ที่ช่วยปกป้องข้าราชการประจำ ไม่ให้ถูกนักการเมืองรังแก เพื่อให้ “ข้าราชการที่ดี” มีโอกาสทำงานให้บ้านเมือง ดังพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้ ส่งเสริมคนดีได้มีโอกาสปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ  ซึ่งทุกวันนี้ข้าราชการที่ดีมักจะถูกการเมืองรังแก แต่งตั้งแต่คนที่ประจบสอพลอ จึงทำงานรับใช้นักการเมืองมากกว่าชาติบ้านเมือง

ก่อนหน้านี้วันที่ 1 เมษายน คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่งมี “มติเอกฉันท์” เหมือนกัน ชี้มูลความผิดของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ข้อหาจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 125 วรรคหนึ่ง โดยนำ ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่ฉบับของ นายอุดมเดช รัตนเสถียร ผู้เสนอ จัดทำเป็นสำเนาให้สมาชิกรัฐสภาเพื่อประกอบการประชุม โดยญัตติดังกล่าวไม่มีสมาชิกรัฐสภาคนใดลงชื่อเสนอญัตติ เป็นเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง

คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เจ้าของคำร้องให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญคงใช้เวลาในการวินิจฉัยคดีนี้ภายใน 2 สัปดาห์  เนื่องจากเป็นคดีที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องสอบพยาน เป็นการพิจารณาตามข้อกฎหมายเป็นหลัก หากมีคำวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีกระทำการโดยมิชอบ ก็ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ทันที
หลังจากนั้นก็ต้องเริ่ม กระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่ง คุณไพบูลย์ มองว่ามี 2 วิธี คือ ใช้อำนาจตามมาตรา 3 (อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้) เพื่อดำเนินการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 (ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)

เมื่อไม่มีสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาก็สามารถทำหน้าที่แทนได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 และ 173 กรณีนี้ผมเคยเขียนไว้หลายครั้งว่า วุฒิสภา สามารถที่จะ รับสนองพระบรมราชโองการ ในการ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ประเทศมีสุญญากาศทางการเมือง

คุณไพบูลย์ บอกว่า นายกรัฐมนตรีที่มาจากการสรรหานี้จะเป็น นายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลที่มีอำนาจเต็ม สามารถปฏิบัติงานที่ ครม.รักษาการทำไม่ได้ ที่สำคัญคือการตอบสนองข้อเรียกร้องของสังคมที่ต้องการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ เช่น โครงการรับจำนำข้าว ที่ชาวนาหลายแสนคนยังไม่ได้รับเงิน

แม้จะได้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่ ครม.รักษาการยังไม่สิ้นสภาพ สามารถทำงานได้ แต่ไม่สามารถยับยั้งกระบวนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลได้ เมื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ก็สามารถ ปรับ ครม.รักษาการให้พ้นจากตำแหน่ง และ แต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่ เพื่อบริหารประเทศต่อไป

ทุกวิกฤติย่อมมีทางออกอยู่เสมอ ขอเพียงทำด้วยความจริงใจ หากกรณีที่คุณไพบูลย์ให้สัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นจริง ปัญหาความขัดแย้งทุกอย่างในประเทศวันนี้ก็น่าจะจบลงด้วยดี มีรัฐบาลชั่วคราวขึ้นมาจัดการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง แล้วไปเริ่มต้นกันใหม่ในอีกหนึ่งปีหรือปีเศษข้างหน้า ดีกว่ามายื้อให้ประเทศเสียหายอย่างวันนี้.

"ลม เปลี่ยนทิศ"

3 เม.ย. 2557 12:23 4 เม.ย. 2557 05:03 ไทยรัฐ