วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บอลโลกคู่พิเศษ “RS”ฟาดแข้ง “กสทช.”

โดย ซูม

ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ เว็บไซต์ของฟีฟ่าพาดหัวเป็นตัวเลขระบุเอาไว้ว่า อีก 71 วัน 13 ชั่วโมง 3 นาที มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติจะระเบิดขึ้นที่บราซิล

ประเทศอื่นๆเขาคงรู้กันแล้วละว่า ประชาชนของเขาจะได้ดูฟุตบอลโลกกี่แมตช์? ครบไม่ครบ? จะต้องเสียสตางค์หรือจะดูฟรี?

แต่สำหรับประเทศไทยเรายังไม่รู้จะออกหัวออกก้อยยังไงเลยครับ? เพราะเรื่องจะไปสู่ศาลปกครองสูงสุด เนื่องจาก กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

หลังจากที่ศาลปกครองกลาง ซึ่งเปรียบเสมือนศาลชั้นต้นตัดสินว่า กสทช.ไม่สามารถใช้กฎ Must Have สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ เนื่องเพราะ RS ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาก่อนการประกาศกฎ และโดยกฎหมายลิขสิทธิ์ และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายมาตรา การประกาศของ กสทช.จึงไม่ครอบคลุมลิขสิทธิ์บอลโลก 2014 ของ RS

ถ้าเปรียบเสมือนการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งมีการแข่งขัน 2 ครึ่งเวลา... สรุปได้ว่า ครึ่งแรก RS เป็นฝ่ายซัลโวประตูนำไปก่อน 2-0

แต่การต่อสู้แข่งขันยังมีครึ่งหลัง เพราะยังมีศาลปกครองสูงสุดที่จะพิจารณาอีก 1 ศาล และทาง กสทช.ก็จะสู้ต่อ โดยจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

ในระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุดนี้ กสทช.ยืนยันว่า RS ไม่มีสิทธิโฆษณาขายกล่อง แต่ทาง RS ก็ดูเหมือนจะเดินหน้าขายกล่องต่อไป โดยไม่มีการ โฆษณาประชาสัมพันธ์จากข่าวล่าสุดที่ผมอ่านเจอ

ก็ขออนุญาตกราบเรียนความเห็นส่วนตัว ในฐานะผู้สื่อข่าวกีฬาคนหนึ่ง และเป็นแฟนฟุตบอลโลกเก่าแก่ที่สุดคนหนึ่งว่า ผมเคารพในคำตัดสินของศาลปกครองกลางเป็นอย่างยิ่ง และยอมรับในหลักของกฎหมายลิขสิทธิ์ ตลอดจนบทบัญญัติต่างๆในรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยสิทธิของปวงชนชาวไทยทุกๆมาตรา

อีกทั้งยังเคารพในหลักการที่ถือปฏิบัติกันอยู่ทั่วโลก อันได้แก่ หลักที่ว่า กฎหมายไม่ควรมีผลย้อนหลัง (ในกรณีที่เป็นโทษหรือข้อห้าม) แต่ย้อนหลังได้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์หรือดีงาม

ดังนั้น กฎหรือประกาศ Must Have ของ กสทช. จึงไม่ควรย้อนหลังเช่นเดียวกัน เพราะจะมีผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ RS

แต่ในฐานะแฟนฟุตบอลโลกรุ่นเก๋า ที่มีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสดแมตช์ชิงชนะเลิศครั้งแรกของประเทศไทย ระหว่างบราซิล-อิตาลี เมื่อปี 1970 หรือ 2513 ณ เม็กซิโก และจากนั้นก็ได้ดูมาโดยตลอด...

ผมต้องขอขอบคุณ กสทช. ที่ได้ดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้พี่น้องชาวไทย มีโอกาสได้ดูฟุตบอลโลกครั้งนี้ผ่านฟรีทีวีครบทุกคู่

ไม่ว่าผลการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดจะจบอย่างไร ผมขอปรบมือให้ กสทช. ด้วยความชื่นชม และขอบคุณอย่างจริงใจ

จากถ้อยแถลงล่าสุด RS บอกว่า 22 แมตช์ที่ออกอากาศผ่านฟรีทีวีนั้น จะมีคู่เปิดสนามรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศอย่างแน่นอน ผมว่าน่าจะรับได้  เพราะยุคแรกๆเราก็ได้ดูกันประมาณนี้   เพิ่งจะมาได้ดูครบทุกคู่ในช่วงหลังๆ

แต่ข้อโต้แย้งของ กสทช. ประการหนึ่งที่ผมหวังว่า RS น่าจะรับฟังก็คือ กสทช. บอกว่า RS ได้สิทธิมาตั้งแต่ พ.ศ.2548 ซึ่งเป็นการซื้อลิขสิทธิ์ บอลโลกควบ 2 สมัย

สิทธิที่ RS ได้นั้น ก่อนจะมีเทคโนโลยีกล่องรับทีวีในประเทศไทย  แต่กลับจะนำมาขายกล่องกันใน พ.ศ.นี้ จะเหมาะสมหรือไม่?

นับเป็นการตั้งข้อสังเกตที่ถูกใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างยิ่ง ที่ผมคิดว่า RS ซึ่งยังจะต้องอยู่คู่ประเทศไทย และทำธุรกิจกับคนไทยไปอีกนานแสนนาน ควรจะต้องรับไว้พิจารณา และหาทางชี้แจงข้อสังเกตนี้ให้แจ้งชัด

ถ้าชี้แจงได้ดีก็จะทำให้แฟนบอลเข้าใจ RS มากขึ้น ซึ่งก็คงจะดีกว่าปล่อยให้ประชาชนไปทึกทักว่า RS มุ่งจะทำกำไรอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้าน อันอาจส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของ RS ในอนาคตจะเหนื่อยโดยใช่เหตุ

ก็อยากจะฝากแนวทางของการบริหารธุรกิจยุคใหม่ ที่จะต้องชนะใจลูกค้าควบคู่ไปด้วย เขาถึงต้องมีระบบ CSR หรือการช่วยดูแลสังคมทั้งทางตรงทางอ้อมให้ RS รับไว้พิจารณา

ด้วยความเข้าใจและเคารพในสิทธิของ RS ที่จะตัดสินใจอย่างไรก็ได้ภายหลังศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดแล้ว

แต่ถ้า RS จะตัดสินใจให้คนไทยได้ดูการถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีครบ

ทุกคู่ น่าจะถือเป็น CSR แบบอ้อมๆได้ประการหนึ่ง อันจะมีผลทำให้คนไทยรัก RS และธุรกิจของ RS จะได้เซ็งลี้ฮ้อเหมือนชื่อเฮียฮ้อ...

อยู่คู่ประเทศไทยไปอีกนานแสนนาน.

"ซูม"

3 เม.ย. 2557 12:15 ไทยรัฐ