วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องขจัดธุรกิจการเมือง

โดย

ขอสดุดีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ถึงแม้ประเทศจะเกิดวิกฤติการเมือง มีความแตกแยกจนแทบจะพูดกันไม่รู้เรื่อง แต่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาค เอกชนก็ยังเดินหน้า ล่าสุดคือการจัดทำแผน แม่บทต่อต้านการคอร์รัปชัน 5 ด้าน มีทั้ง ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การให้ประชาชนมีส่วนร่วม และการรณรงค์ คุณธรรมจริยธรรม

ถึงแม้ภาคเอกชนจะรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันมาหลายปี ทำให้คนไทยตื่นตัวในเรื่องนี้มากขึ้น แต่ผลการสำรวจความเห็นประชาชนและนักธุรกิจของสถาบันต่างๆยังยืนยันว่า การทุจริตโกงกินยังรุ่งเรืองเฟื่องฟู ผู้ประกอบการถึง 78% ต้องยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะในอัตราที่สูงมากขึ้นจาก 10% จนถึง 30–40% และคนไทยส่วนใหญ่ยังยอมรับการโกงกิน

แผนแม่บทการต่อต้านการคอร์รัปชัน 5 ด้าน เป็นมาตรการที่ดี ที่ริเริ่มโดยภาคธุรกิจ แต่ไม่ทราบว่าภาครัฐจะยอมรับมากน้อยแค่ไหน? เพราะในโลกของความเป็นจริง การป้องกันและปราบปราม การทุจริต อาจเป็น “การกระทำที่เป็นการขัดแย้งกันแห่งผลประโยชน์” การปราบ ปรามการทุจริตอาจจะขัดต่อผลประโยชน์ของนักการเมือง

ถ้าจะแก้ปัญหาการทุจริตตามหลัก “อริยสัจสี่” ของพระพุทธศาสนา คือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ปัญหาการคอร์รัปชันก็คือ “ทุกข์” ของประเทศไทยจะต้องค้นหาให้พบว่าอะไรคือ “สมุทัย” หรือเหตุที่ทำให้เกิดคอร์รัปชัน จากนั้นจึงหาวิธีการหรือ “มรรค” ในการแก้ปัญหา สมุทัยสำคัญอย่างหนึ่งของการคอร์รัปชัน คือ “ธุรกิจการเมือง”

ถ้านักการเมืองถือว่าการเมืองคือ “ธุรกิจ” ต้องมีการลงทุนสูง ต้องซื้อ ส.ส. ซื้อเสียงและซื้ออำนาจ จึงต้องใช้อำนาจหน้าที่ถอนทุน เพื่อสะสมทุนไว้ซื้อเสียงและซื้ออำนาจรอบใหม่ กลายเป็น “วงจรอุบาทว์” ไม่สิ้นสุด ธุรกิจการเมืองกระทบถึงระบบพรรคการเมือง ต้องมีนายทุนใหญ่ระดับเศรษฐีลงทุนตั้งพรรค ส่วน ส.ส.มีแนวโน้มจะเป็นแค่พนักงานพรรค

การซื้อเสียงคือการมอมเมาประชาชนให้เสพติดและเป็นทาสของอำนาจเงิน คนบางส่วนถือคติ “เงินไม่มา กาไม่เป็น” ซื้อเสียงแล้วยังไม่พอ เมื่อได้อำนาจมาแล้วยังต้องมอมเมาชาวบ้านต่อ ด้วยนโยบายประชานิยม ถ้าเป็นประชานิยมธรรมดา อาจมีประโยชน์ตามสมควร แต่ถ้าเป็นประชานิยมสุดโต่ง มุ่งหาเสียงอย่างเดียว อาจหายนะทั้งชาติและประชาชน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเอกอัครมหาประชานิยม โครงการรับจำนำข้าว ที่ต่างชาติวิจารณ์ว่าคือการใช้ภาษีประชาชนซื้อเสียงชาวนา นอกจากจะทำให้ประเทศและชาวนาเสียหายร้ายแรงแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดของการทุจริต และนายกรัฐมนตรีกำลังถูกตรวจสอบอยู่ ตราบใดที่ยังถือว่าการเมืองคือธุรกิจ และยังมีประชานิยมสุดโต่ง ตราบนั้นเมืองไทยไม่มีทางหมดการคอร์รัปชัน.

3 เม.ย. 2557 11:52 4 เม.ย. 2557 05:04 ไทยรัฐ