วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิษการเมือง กดดัชนีเครดิตผู้บริโภคมี.ค.ร่วงเหลือ 68.8

ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. 57 ร่วงอีกอยู่ที่ 68.8 จาก 69.9 ในเดือนก.พ.ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12... 

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มี.ค.อยู่ที่ 68.8 จาก 69.9 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน และต่ำสุดในรอบ 149 เดือน

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่ปรับลดลงในเดือนมี.ค. เนื่องมาจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับการเมืองและธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับลดคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ เหลือ 2.7% จากเดิมคาด 3% เช่นเดียวกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่ปรับลดจีดีพีลงเหลือ 2.6% จากเดิมคาด 4% รวมถึงโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลที่มีความล่าช้าในการจ่ายเงินให้กับชาวนา, ความกังวลเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวระดับต่ำ และผู้บริโภคกังวลค่าครองชีพที่ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ ปัจจัยบวก ได้แก่ กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.0%, ค่าเงินบาทปรับแข็งค่าเล็กน้อย และการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นต้น

ขณะที่การสำรวจความเห็นของประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจนั้น โดยรวมอยู่ที่ 58.7 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ 62.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 84.9 ซึ่งระดับดัชนีที่สูงกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังเห็นว่าภาวการณ์นั้นๆ อยู่ในระดับปกติ แต่หากดัชนีต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภครู้สึกไม่มั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมีนาคม 2557 ปรับลดลงมานั้น มาจากปัญหาเมืองที่ยืดเยื้อ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ทำให้การจัดการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเข้ามาบริหารประเทศล่าช้า ส่งผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงทุกรายการ ถือเป็นระดับดัชนี ต่ำสุดในรอบ 12 ปี 5 เดือน นับจากปี 2544 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และการบริโภคจะชะลอตัวลงต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกและเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3 หากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ 

ทั้งนี้ ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยังพบว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคใน 6 เดือนข้างหน้า จะอยู่ที่ระดับ 66 ต่ำลงในรอบ 183 เดือน นับจากเดือนมีนาคม ปี 2542 ทำให้กังวลว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะอ่อนแอลง และโอกาสที่เศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 2 มีมากขึ้น และถึงขั้นติดลบ 

หากเศรษฐกิจไทยปีนี้ไม่ขยายตัว จะเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 20 ปี แต่หากปัญหาการเมืองคลี่คลาย ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะเติบโตที่ร้อยละ 2.5

ทั้งนี้ การจัดการเลือกตั้งเพื่อให้มีรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพเข้ามาบริหารประเทศโดยเร็ว จะเป็นหนทางที่ฟื้นความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของประชาชนได้ดีที่สุด รวมทั้งรัฐบาล จะต้องเร่งจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอโอ โดยเร็ว เพื่ออนุมัติส่งเสริมการลงทุนที่ค้างโดยเฉพาะรถประหยัดพลังงานขนาดเล็ก หรือ อีโคคาร์เฟส 2 เพื่อใหัมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ของปี และรัฐบาลใหม่ จะต้องพิจารณานโยบายดูแลรายได้ให้กับเกษตรกรชาวนาที่ปลูกข้าวนาปีเพราะมีราคาผลผลิตตกต่ำ เพราะจะเป็นกำลังซื้อที่สำคัญที่จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ.

 

ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. 57 ร่วงอีกอยู่ที่ 68.8 จาก 69.9 ในเดือนก.พ.ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12... 3 เม.ย. 2557 11:21 ไทยรัฐ