วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทรนด์คลั่งสวย...มาใหม่แถมพิสดาร!!!

'ความสวยสร้างได้' คำนี้ไม่ได้เกินจริงนักในยุคที่โลกอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่อยู่เพียงแค่คลิกเดียว! คลิกเดียวเท่านั้นเราก็สามารถเสกความสวยความใสและความโดดเด่นได้ด้วยตัวเอง !...

วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" ชวนผู้อ่านรู้เท่าทัน "ภัยร้ายที่อาจแฝงมากับผลิตภัณฑ์เสริมความงาม" ที่กำลังฮิตติดเทรนด์ในขณะนี้

จากการสำรวจเทรนด์ฮิตของความสวยงามของคนรุ่นใหม่ในอินเทอร์เน็ต "เทรนด์กินยา" พบว่า ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์และมีวิธีเสริมความงามที่หลากหลาย ทั้งการทานวิตามินการใช้ตัวช่วยอื่นๆ ที่ช่วยพรางรูปร่าง รวมถึงการทำศัลยกรรมและค่านิยมแบบใหม่

ก่อนหน้านี้มีการเตือนภัยการซื้อยาที่มีสีสันสวยงาม ที่อ้างว่าสามารถลดน้ำหนัก และลดสัดส่วนเฉพาะที่ได้ แต่นั่นอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ในภายหลัง

นอกจากนี้ ยังมีการขาย "กางเกงเนื้อปลิ้น" กางเกงผ้าคล้ายเลกกิ้ง ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า สามารถทำให้ขาเล็กลงได้ ขณะเดียวกันยังมีเทรนด์ของสาวชาวอเมริกัน ที่คาดว่า กำลังเข้ามาในประเทศไทยนั่นคือ "ช่องว่างระหว่างขา" ที่จะมีการถ่ายรูปของขาที่เล็ก เมื่อยืนหรือชันขาขณะนอน โดยช่องว่างเกิดขึ้นนั้นคือความสวยงาม

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหรือความเชื่อของคนหลายคนว่า หากทำตามจะมีความสวยเช่นเดียวกับดารานักแสดงหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง

ทั้งนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" ไม่ได้ชี้ชัดว่า ผลิตภัณฑ์ใด ดี ไม่ดี หรือไม่มีคุณภาพ แต่อยากเตือนและให้สติทุกคนในการเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยงามกันสักนิด

พล.ต.ท.นพ.อรรถพันธ์ พรมณฑารัตน์ นายกสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย เริ่มต้นให้ความรู้และข้อเท็จจริงของผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เช่น เสื้อหรือกางเกงรัดรูป ว่าหากเป็นเพียงผ้า ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายผู้ใส่ เหมือนเอาผ้ามาพันขาบาดเจ็บ ซึ่งอาจช่วยให้อิ่มเร็วขึ้นก็เป็นได้ แต่ถ้ามีเครื่องมือที่เป็นโครงเหล็ก หรือมีการกระตุ้น อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ขาอ่อนแรงได้

ส่วนการขายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เช่น ยา หรือวิตามิน ตามอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียนั้น หากไม่ได้เป็นเภสัชกรขายเอง มีความผิดทางกฎหมายทั้งสิ้น แม้แต่เภสัชกร ก็ยังไม่มีการได้รับอนุญาตให้สามารถขายยาผ่านอินเทอร์เน็ต เช่นกัน ซึ่งไม่ควรซื้อผ่านทางนี้



"สวยรวยเก่ง" ใครๆ ก็อยากเป็น...แต่?

พล.ต.ท.นพ.อรรถพันธ์ พูดชัดเจน ว่า ความสวย ความเก่ง และความรวย เป็น 3 สิ่ง ที่ทำให้คนเราทะเยอทะยานเพื่อจะไปถึงจุดนั้น ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสสังคมที่เป็นตัวเร่ง และเรื่องความสวยความงามนั้น เป็นเรื่องของแฟชั่นที่ขายให้คนอายุรุ่น 15-25 ปี ซึ่งสามารถขายได้

พล.ต.ท.นพ.อรรถพันธ์ ขอแยกความสวยงามเป็น 2 ส่วน คือความงามจากภายใน และภายนอก โดยต้องเริ่มจากภายใน ที่ต้องมีความสุขใจ โดยเฉพาะจากการให้และการดูแลตัวเอง ทั้งการนอนหลับพักผ่อน ไม่เครียด กินอาหารครบ 5 หมู่ รวมถึงการออกกำลังกาย

"ผมขอเน้นย้ำเรื่องของการให้ ถ้าเราเป็นผู้ให้มากๆ เราจะมีความสุขในใจตนเอง จากนั้นหน้าตาเราจะมีรัศมีเปล่งปลั่งขึ้น รวมกับการดูแลตัวเองด้านอื่น หลังจากนั้น หากเราไม่พอใจใบหน้า หรือรูปร่างเราตรงไหน เราก็ค่อยมาหาหมอเพื่อแก้ไขเป็นส่วนๆ ไป ไม่ใช่หน้าสวยอย่างเดียว" พล.ต.ท.นพ.อรรถพันธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องควรตระหนัก นั่นคือการหาข้อมูลด้วยตนเอง ไม่เชื่อคำโฆษณาใดๆ ไม่เชื่อเพื่อนเช่น หากต้องการทำศัลยกรรมจากหมอคนหนึ่ง ควรพิจารณาผลงานจากคนที่เคยทำกับหมอคนนั้นจริงๆ

ไม่รู้จักกัน...ไม่รู้จักยาอย่าซื้อ!

เช่นเดียวกับ ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่แนะนำอย่างยิ่ง หากประชาชนจะซื้อยาหรือวิตามินมารับประทานเองผ่านทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากไม่รู้แหล่งที่มาของยาร้านยา ไม่มีตัวตนที่ชัดเจน หากเกิดปัญหาอะไร ก็ไม่สามารถติดตามได้ เช่นตัวอย่างของหญิงสาวที่กินผงบุก ที่เชื่อว่าลดน้ำหนักได้ แต่กลับเป็นแผลไหม้ทั้งตัว

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ตอนนี้มีการเฝ้าระวังและติดตามเรื่องการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต และร้านยาที่ไม่ได้รับอนุญาต ว่า ส่วนใหญ่แล้วมักแอบใส่ส่วนผสมของยาที่ "สั่งห้าม" หรือ "เลิกใช้แล้ว" เข้าไป เช่น ตัวยาสำหรับเพศชายที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น หรือสำหรับเพศหญิงคือไซบูทรามีน ที่เป็นยาลดน้ำหนัก ที่ส่งผลข้างเคียงรุนแรง และยาที่ช่วยให้อกฟูรูฟิต ซึ่งอาจผสมฮอร์โมนเพิ่มเข้าไป และสุดท้ายคือ สเตียรอยด์ ที่ผู้สูงอายุชอบทาน

"คนส่วนใหญ่ เริ่มหันมาซื้อยาทางเน็ตมากขึ้น เพราะไม่ต้องซื้อตัวต่อตัว หรืออาจอาย ซึ่งอันตรายอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเทรนด์ตัวขาว ที่มีทั้งกรดวิตามินเอ ที่คนท้องไม่ควรกิน เพราะเสี่ยงลูกพิการและกลูต้าฯ ที่ช่วยให้ผิวขาว และอาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้" ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าว

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา ทิ้งท้ายว่า การเสริมความสวยที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง และประหยัดเงิน คือการออกกำลังกาย อย่าให้ท้องผูก ก็เป็นหนึ่งในวิธีการช่วยเสริมความงามได้ นอกจากนี้แล้ว หากต้องการซื้อยา หรือวิตามินรับประทาน ก็ควรศึกษาและมีสติในการเลือกซื้อ พร้อมย้ำว่า ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์จากอินเทอร์เน็ตเด็ดขาด เพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย

"ไม่มีใคร ไม่อยากดูดี" แต่ การได้มาซึ่งความสวยงามนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาหาข้อมูลของสิ่งที่จะเข้ามาในตัวเราอย่าง ละเอียดถี่ถ้วน และมีสติ นอกจากนี้สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำตรงกัน ก็คือความงามที่เริ่มจากการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารนั่นเอง

"ไทยรัฐออนไลน์" เชื่อทุกคนดูดีในแบบที่คุณเป็น!!
 
 
 
 

'ความสวยสร้างได้' คำนี้ไม่ได้เกินจริงนัก ในยุคที่โลกอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่อยู่เพียงแค่คลิกเดียว! คลิกเดียวเท่านั้น เราก็สามารถเสกความสวย ความใส และความโดดเด่นได้ด้วยตัวเอง !... 2 เม.ย. 2557 15:55 3 เม.ย. 2557 10:12 ไทยรัฐ