วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'กสิกร' ชี้ การเมืองยื้อ-ของแพง ทำสงกรานต์ปีนี้กร่อย

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้ การเมืองยืดเยื้อ ของแพง หนี้สินคนกรุงบาน ทำสงกรานต์ปีนี้กร่อย เพราะระวังใช้จ่าย ส่วนใหญ่เลือกใช้วันหยุดในกรุง แทนไป ตจว. เน้นสังสรรค์เพื่อนฝูง คาดเม็ดเงินจับจ่าย อยู่ที่ 22,000 ล้านบาท หดตัวกว่าปีที่แล้ว...

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 ระหว่างวันที่ 18-24 มี.ค. 2557 จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 500 ราย ที่มีอายุระหว่าง 16-65 ปี โดยระบุว่า หากพิจารณาถึงมุมมองด้านกำลังซื้อ จะพบว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีระดับรายได้เท่าเดิม เงินออมเท่าเดิม แต่ภาระรายจ่ายกลับมีเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของราคาอาหารและพลังงานที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่ออำนาจในการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน อายุระหว่าง 25-50 ปี

ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อและยังไม่มีความชัดเจน ร้อยละ 30.4 ยังเป็นปัจจัยในลำดับต่อมา ที่คนกรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกวิตกกังวล และคาดว่าจะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอย โดยส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นในการจับจ่ายลดลง ร้อยละ 46 เกิดความยากลำบากในการเดินทาง ร้อยละ 35 และไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 19

สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ พบว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ยังเลือกใช้วันหยุดอยู่ภายในกรุงเทพฯ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 65.2 และในปีนี้ มีแนวโน้มเลือกใช้วันหยุดอยู่ในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ในขณะเดียวกัน ก็เลือกที่จะวางแผนกลับบ้านต่างจังหวัดลดลง เนื่องจากในปีนี้มีวันหยุดติดต่อกันเพียง 4 วัน คือ ตั้งแต่ 12-15 เม.ย. ซึ่งถือว่าน้อยกว่าปีที่แล้ว ในขณะเดียวกัน การกลับบ้านต่างจังหวัดมีค่าใช้จ่ายที่สูง อาทิ ค่าน้ำมัน ค่าตั๋วโดยสาร โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ ในแต่ละภูมิภาค ดังนั้น การหันมาวางแผนท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียง อาทิ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นทางเลือกที่คนกรุงเทพฯ ให้ความสนใจมากขึ้น ทั้งในรูปแบบค้างคืนและแบบเช้าไปเย็นกลับ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ทั้งนี้ พบว่าการเลี้ยงสังสรรค์ในกลุ่มครอบครัวและเพื่อนฝูง เป็นกิจกรรมฮิตของคนกรุงเทพฯ ที่นิยมทำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ร้อยละ 53.7 รองลงมา การเข้าวัดทำบุญ/ตักบาตร ร้อยละ 36.8 การพักผ่อนทำกิจกรรมภายในครอบครัวที่บ้าน ร้อยละ 35.6 และช็อปปิ้ง ร้อยละ 18.4 และเป็นที่สังเกตว่า ในปีนี้คนกรุงเทพฯ สนใจวางแผนทำกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ลดลงในทุกกิจกรรม โดยเฉพาะในส่วนของการช็อปปิ้งจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมในปีที่แล้ว ทำให้คาดว่า บรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ อาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควร ดังนั้น การออกกลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภค น่าจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในการประคับประคองยอดขายในช่วงนี้


อย่างไรก็ตาม จากบรรยากาศทางการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อ และคาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงช่วงสงกรานต์ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลงจากแรงกดดันทางด้านค่าครองชีพและภาระหนี้สินต่างๆ ส่งผลให้เทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพฯ ในปีนี้ อาจจะไม่สดใสมากนัก โดยจะเห็นได้จากผลการสำรวจพบว่า คนกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 31.0 ระบุว่า ยังไม่มีการวางแผนทำกิจกรรมใดๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองด้านกำลังซื้อ ที่อาจจะซบเซากว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าเม็ดเงินภายในประเทศ สำหรับการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ระดับ 22,000 ล้านบาท หรือหดตัวถึงร้อยละ 13.7 (YoY) ในรอบ 5 ปี แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่ม) 8,000 ล้านบาท ช็อปปิ้ง (ซื้อของขวัญ/ ของฝาก) 6,400 ล้านบาท ค่าที่พัก/เดินทาง 4,600 ล้านบาท ทำบุญ 2,900 ล้านบาท และอื่นๆ อาทิ ดูหนัง/ฟังเพลง ซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ 100 ล้านบาท

ส่วนสาเหตุหลักที่ค่าใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ลดลง คาดว่าเป็นเพราะคนกรุงเทพฯ ยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะกระทบต่อรายได้และรายจ่ายในระยะข้างหน้า จึงทำให้มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายอย่างมาก ซึ่งแม้ว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะยังเลือกสังสรรค์และทำกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ก็มีการวางแผนการใช้จ่ายที่เน้นประหยัดมากขึ้น อาทิ ออกไปฉลองกินเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนฝูงลดลง ช็อปปิ้ง หรือซื้อของฝากลดลง เป็นต้น ในขณะที่คนกรุงเทพฯ อีกบางส่วนก็เลือกที่จะไม่สังสรรค์และพักผ่อนอยู่บ้านเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังพบว่าจากพฤติกรรมดังกล่าวของคนกรุงเทพฯ ส่งผลให้โอกาสในการสร้างรายได้ของบรรดาธุรกิจต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ น่าจะเผชิญกับความยากลำบากอยู่พอสมควร โดยเฉพาะภาคธุรกิจค้าปลีก แต่จากการสอบถามคนกรุงเทพฯ พบว่ากิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการยังคงมีความสำคัญ และอาจจะช่วยให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น ซึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้ามากที่สุดของคนกรุงเทพฯ ยังคงเป็นมหกรรมลดราคาสินค้า ร้อยละ 83.6 รองลงมา ได้แก่ การลุ้นชิงโชคแจกของรางวัล เช่น บ้าน รถยนต์ ร้อยละ 74.0 และการใช้ใบเสร็จซื้อสินค้าแลกรับของรางวัลทันที ร้อยละ 61.8 ตามลำดับ

ในขณะที่ช่องทางในการทำโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น พบว่า สื่อโทรทัศน์ (ช่องฟรีทีวี/เคเบิลทีวี) ยังคงเป็นช่องทางที่คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงและรับรู้ข่าวสารมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 80.2 รองลงมา ได้แก่ การทำการตลาดผ่าน Social Media อย่าง Facebook ร้อยละ 42.2 และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ร้อยละ 33.2 ตามลำดับ.

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้ การเมืองยืดเยื้อ ของแพง หนี้สินคนกรุงบาน ทำสงกรานต์ปีนี้กร่อย เพราะระวังใช้จ่าย ส่วนใหญ่เลือกใช้วันหยุดในกรุง แทนไป ตจว. เน้นสังสรรค์เพื่อนฝูง คาดเม็ดเงินจับจ่าย อยู่ที่ 22,000 ล้านบาท หดตัวกว่าปีที่แล้ว. 2 เม.ย. 2557 15:00 2 เม.ย. 2557 15:58 ไทยรัฐ