วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ฟิตช์' เตือนไทยหนี้ครัวเรือนสูง เสี่ยงกระทบอันดับเครดิตปท.

"ฟิตช์" ชี้หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง กดจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 2.5% เชื่อแบงก์เอาอยู่ แต่หวั่นปัญหาการเมืองวุ่นวายไม่เลิก ส่งผลให้เกิดการว่างงานและเงินเฟ้อ ทำคนชำระหนี้น้อยลง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงสูง กระทบอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. มีรายงานว่า บริษัท ฟิตช์ เรทติ้ง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้เปิดเผยบทวิเคราะห์เรื่อง "การเติบโตของหนี้ครัวเรือนไทย คุกคามคุณภาพสินทรัพย์แบงก์" ว่า หนี้สินครัวเรือนไทยที่เพิ่มขึ้น เป็นภัยคุกคามต่อคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารประเภทหนึ่ง โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ โดยการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งฟิตช์ คาดว่าจีดีพีไทยปีนี้อยู่ที่ 2.5% ยังเชื่อว่า ธนาคารต่างๆ จะยังสามารถรักษาตำแหน่งในการดำเนินกิจการภายใต้สภาพแวดล้อมที่ท้าทายนี้ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า ภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะไม่ยืดยาว หรือมีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์หรือไม่

ทั้งนี้ ฟิตช์ ยังอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เผยแพร่เมื่อ 31 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 82.3% เมื่อสิ้นปี 2556 จากระดับ 77.3% เมื่อสิ้นปี 2555 และมีแนวโน้มเติบโตลดลง โดยในปี 2556 หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเพียง 11.4% และคาดว่าแนวโน้มการเติบโตของหนี้ครัวเรือนในปีนี้จะช้าลง เนื่องจากนโยบายคืนภาษีแก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกได้หมดไป ประกอบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลง และมีสถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น


ฟิตช์ ยังระบุว่า คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารของรัฐ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา เนื่องจากกลุ่มนี้ได้ปล่อยสินเชื่อให้ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ ตามภารกิจการยกระดับการเข้าถึงทางการเงินของรัฐ โดยพบว่า เมื่อสิ้นปี 2556 ธนาคารของรัฐมีส่วนให้สินเชื่อแก่ครัวเรือนคิดเป็น 29.5%  ของสินเชื่อภาคครัวเรือนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การให้เครดิตในทางที่ย่ำแย่ จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออันดับเครดิตของธนาคารของรัฐเหล่านี้ เนื่องจากเครดิตเรตติ้งของกลุ่มนี้จะเชื่อมโยงกับเครดิตเรตติ้งของประเทศด้วย

ส่วนธนาคารพาณิชย์ จะสามารถจัดการกับความเสี่ยงจากหนี้สินภาคครัวเรือนได้ เนื่องจากขนาดของหนี้ยังไม่ได้เกินกว่าระดับที่น่าเป็นห่วง โดยปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ มีการให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนในสัดส่วน 42.5% ของหนี้สินภาคครัวเรือนทั้งหมด ขณะที่พอร์ตสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีสมดุลที่ดี โดยมีสัดส่วนสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคเพียง 30% เท่านั้น ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์จึงยังสามารถขยายทุน และมีพื้นที่รองรับการปล่อยสินเชื่อภายใต้สภาวะที่ท้าทายต่างๆ ในอนาคตได้
 
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสัญญาณว่า คุณภาพของสินทรัพย์ของธนาคารอ่อนแอลง เนื่องจากหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสินเชื่อเพื่อการบริโภคได้เพิ่มขึ้นจาก 1.9% เมื่อปีก่อนหน้าเป็น 2.2% เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา สินเชื่อที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษได้เพิ่มขึ้น 70 เบสิกพอยท์ หรือ เป็น 3.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน หากสินเชื่อยังขยายตัวต่อไป จะทำให้อัตราส่วนระหว่างสินเชื่อกับเงินฝากยิ่งเพิ่มสูงขึ้น จากระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้วที่ 97%

ในตอนท้ายรายงาน ฟิตช์ ระบุว่า ความเสี่ยงเชิงระบบน่าจะเพิ่มขึ้น หากการเติบโตของหนี้ครัวเรือนไม่ได้ลดลง ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อคุณภาพสินทรัพย์ โดยเฉพาะหากเกิดสถานการณ์เลวร้ายกับปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการว่างงาน และเงินเฟ้อ จึงน่าจะเป็นความเสี่ยงต่อระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น หากยังต้องให้บริการด้านการให้สินเชื่อกับภาคครัวเรือนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไม่เติบโตเช่นนี้ และผู้บริโภคมีความสามารถในการชำระหนี้ได้น้อยลง อันดับความน่าเชื่อถือของเครดิตประเทศจะได้รับผลกระทบได้ด้วย.

"ฟิตช์" ชี้หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง กดจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 2.5% เชื่อแบงก์เอาอยู่ แต่หวั่นปัญหาการเมืองวุ่นวายไม่เลิก ส่งผลให้เกิดการว่างงานและเงินเฟ้อ ทำคนชำระหนี้น้อยลง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงสูง กระทบอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ 2 เม.ย. 2557 12:03 ไทยรัฐ