วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดเกมรุนแรงลงเหวทั้งก๊วนแน่

โดย สายล่อฟ้า

ถ้ามองกันตามสภาพความเป็นจริงทางการเมืองที่ฟันธงกันว่า เมษาฯนี้ร้อนแน่  เพราะสถานการณ์กำลังเดินหน้าไปสู่ “จุดเดือด” เพราะสภาพแวดล้อมจะมีผลให้เป็นไป

เช่นนั้นได้ ทั้งเรื่องคดีความต่างๆที่พุ่งไปสู่ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะตัวนายกฯ รักษาการ

กปปส.ที่มีชุมนุมใหญ่ปรากฏผลออกมาว่ามวลชนที่เห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง นายกฯต้องลาออกก็ยังหนาแน่นที่ยากจะปฏิเสธได้ ไม่ใช่แค่ 3 หมื่นคนอย่างที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามดิสเครดิต

พร้อมกันนั้นก็ได้มีนัดประชุมเพื่อวางแนวทางการเคลื่อนไหวในวันที่ 5 เม.ย.57 เพื่อปิดเกมให้รัฐบาลลาออกภายในเดือนนี้

ซึ่งจะตรงกับวันที่แกนนำ นปช.ได้ชุมนุมมวลชนครั้งใหญ่ แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยว่าจะปฏิบัติการอย่างไรเท่านั้น

พูดง่ายๆว่าถือฤกษ์วันเดียวกันเลยทีเดียว

แผนการเคลื่อนไหวของ นปช.ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีปัจจัย จากผู้เข้าร่วมชุมนุมว่าจะระดมกันได้มากน้อยแค่ไหน เท่าที่ดูแล้วจะต่างจากเมื่อปี 2553 ซึ่งมีจำนวนมากและพร้อมจะเดินหน้าตามที่แกนนำต้องการ

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เวลาเปลี่ยน เงื่อนไขเปลี่ยน หรือพูดให้ตรงเป้าก็คือมวลชนเสื้อแดงได้เรียนรู้และมองเห็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้ว หรือแม้กระทั่งการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถสนองความต้องการของพวกเขาได้

ตัวอย่างง่ายๆคือ โครงการรับจำนำข้าวที่ล้มเหลว ทำให้ขาดทุน 4-5 แสนล้าน แต่ชาวนาที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญ กลับต้องประสบปัญหาอย่างหนักคือไม่ได้รับเงินจากการรับจำนำข้าวถือแต่ใบประทวนเปล่าๆ

รัฐบาลรับปากว่าจะจ่ายให้วันนั้นวันนี้ แต่เอาเข้าจริงก็ทำไม่ได้

มวลชนที่เคยสนับสนุนก็กลายมาอยู่กับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลโดยปริยาย เพราะความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

เมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ มวลชนเสื้อแดงที่เคยสนับสนุนรัฐบาลก็ต้องลดน้อยลงไป ที่เหลืออยู่ก็คือพวกจัดตั้งเท่านั้น

นั่นจึงเป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้การเคลื่อนไหวของ นปช.มีปัญหามากพอสมควร ที่มองเห็นก็คือการสร้างวาทกรรมเพื่อตอบโต้ หรือเล่นเกมกับฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เมื่อมีข้อจำกัดอย่างนี้ ปรากฏการณ์ความรุนแรงระเบิดรายวันในจุดต่างๆที่เกิดขึ้นพุ่งเป้าไปที่สถานที่ทำการของศาลและองค์กรอิสระ บ้านพักคนสำคัญของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

ที่เห็นและเป็นอยู่มีการจับกุมอาวุธสงครามจำนวนมาก รวมถึงบุคคลที่น่าเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุต่างๆ มันจึงบ่งบอกว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ความรุนแรง นอกจากข่มขู่ คุกคามฝ่ายตรงข้ามแล้ว

เป้าหมายอีกอย่างก็คือ “กองทัพ”

แม้ด้านหนึ่งจะออกมาประกาศชัดเจนว่าอย่าทำปฏิวัติ

มิฉะนั้นจะต้องได้รับการตอบโต้ แต่อีกด้านหนึ่งใครก็มองออกว่ามีการกระทำที่ยั่วยุเพื่อให้ทหารออกมาทำอะไรสักอย่าง

เพียงแต่ว่าไม่สำเร็จ ไม่สามารถกระทำได้ตามที่ต้องการ เนื่องจากทหารยังทิ้งระยะห่างไม่หลงไปกับเกมแบบว่า “รู้เขา รู้เรา”...ว่างั้นเถอะ

เมื่อเป็นเช่นนี้ แรงกดดันจึงตกไปอยู่กับ นปช.เอง

ด้วยมวลชนของ กปปส.มีจำนวนมาก กองทัพก็ยังยืนอยู่ในจุดยืนที่มั่นคง การเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดความรุนแรงจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และพร้อมที่จะถูกตอบโต้ทันที

ผิดกระบวนท่าเมื่อใดก็พากันลงเหวยกแก๊งแน่.

“สายล่อฟ้า”

2 เม.ย. 2557 10:45 ไทยรัฐ