วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งานหนังสือคนคึกคัก เตือนมิจฉาชีพมือฉก

โดย

บุคคลที่มีชื่อเสียงก้องโลก ไม่น่าเชื่อว่า “ท้ายที่สุดของชีวิต เขาจะสิ้นลมหายใจลงอย่างไร้ค่า ด้วยน้ำมือของมัจจุราชมืด ด้วยเหตุผลที่หาความจริงไม่ได้”

สำนวนของ มานพ ถนอมศรี นักเขียนคุณภาพที่ล่วงลับ อยู่ในคำนำหนังสือชื่อ เปิดแฟ้มคดีลอบสังหารผู้นำของโลก ได้มาจากร้านหนังสือมือสอง ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซึ่งเปิดมาแล้วตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม และจะสิ้นสุดงานในวันที่ 7 เมษายน 2557 ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


บรรยากาศการซื้อขายหนังสือวันแรกๆ ดูจากผู้คนคึกคัก แต่เรื่องยอดขายนั้นเร็วเกินไปที่จะสรุป ในงานมีหนังสือและกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเพียบ เป็นต้นว่า นิทรรศการโลกคือนิยาย และ นิทรรศการข้าพเจ้าได้เห็นมาโลกนิยายของศรีบูรพาในห้องบอลรูม เป็นต้น

เมื่อหันหน้าเข้าไปในห้องบอลรูม ล็อกแรกด้านซ้ายและขวาเป็นนิทรรศการข้อความสำคัญๆจากนวนิยายทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น จากนิยายของ ไม้เมืองเดิม ดอกไม้สด วาณิช จรุงกิจอนันต์ ก. สุรางคนางค์ ว.ณ.ประมวญมารค เรียมเองและทมยันตี เป็นต้น ตัวอย่างเช่น “ชั่วชีวิตของคนเรา หากจะเลือกรักใครซักคนด้วยหัวใจทั้งหมด ผมก็ได้เลือกแล้ว และหากต้องได้รับความทุกข์ความทรมานเพราะรักใครสักคนหนึ่ง ผมก็ยินดี” จากเรื่องคู่กรรม ของทมยันตี นักเขียนที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของวงวรรณกรรมไทยยังมีข้อความชวนอ่าน ชวนคิด แล้วหันมาพินิจตนเองอีกมากมาย ถ้าต้องการอ่านอย่างครบถ้วนอาจใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง

“ใครที่อ่านข้อความ และดูนิทรรศการของศรีบูรพาแล้วขนไม่ลุก แน่นอนว่าคนคนนั้นไม่ใช่นักต่อสู้” จรัญ หอมเทียนทอง ยืนยัน พลางบอกว่าความคิดต่างๆในการจัดนิทรรศการส่วนหนึ่งมาจากปราบดา หยุ่น นักเขียนเจ้าของผลงานรางวัลซีไรต์ ความน่าจะเป็นภายในนิทรรศการห้องแรก ขณะอ่านข้อความ สามารถชำเลืองมองตัวเองในกระจกข้างๆ ไปด้วย เสมือนอ่านนิยายที่จะเป็นกระจกเงาสะท้อนให้เห็นตัวเอง คล้ายให้คนตระหนักว่า นิยายก็คือเรา เราก็คือนิยาย นั่นเอง


ล็อกที่สองซ้ายมือคือ ประวัติของศรีบูรพา ส่วนด้านขวาคือ ผลงานของศรีบูรพา เพื่อให้เห็นว่าชีวิตของศรีบูรพานั้น ไม่ว่าจะพบอะไรมาแต่ละช่วงแต่ละฉาก ท่านจะนำมาเขียนเป็นนวนิยายให้เราได้อ่าน ได้เห็นประวัติศาสตร์ในนวนิยาย

นิทรรศการศรีบูรพานี้ เป็นส่วนหนึ่งของ “กรุงเทพฯเมืองหนังสือโลก” ประจำปี พ.ศ.2556 ตามการคัดเลือกของ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก แม้จะถึงเวลาปิดตัวในงานนี้ แต่กิจกรรมของผู้จัดงานเมืองหนังสือโลก นอกจากตีปี๊บบางช่วงตอนแล้ว การส่งเสริมการอ่านอย่างยั่งยืน ชาวกรุงเทพฯโดยทั่วไป แทบไม่ได้เห็น ไม่ได้ทราบใดๆ ราวกับคนตระหนี่ถี่เหนียว ซุกงำความภูมิใจไว้แต่เพียงคนกลุ่มเดียวเท่านั้น

อิ่มกับนิทรรศการแล้วก็เข้าไปดูหนังสือใหม่ๆ อย่างน้อยลดจากราคาปก 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่มากกว่านั้นก็มีไม่น้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสำนักพิมพ์ที่ผลิต ระหว่างเดินหาหนังสือเตือนกันไว้แต่เนินๆ ว่า ระวังกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือให้ดี เพราะกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาอาละวาดอยู่เหมือนกัน เฉพาะวันแรกๆ โทรศัพท์มือถือหายกันไปหลายเครื่อง ลือกันแซ่ดว่า มิจฉาชีพส่วนหนึ่งเดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และน่าจะมีคนไทยรู้เห็นเป็นใจอยู่ด้วย การกระทำดังกล่าว แม้จะแสดงให้เห็นว่ามีความร่วมมือกันในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะถึงปี พ.ศ.2558 และเป็นการกระทำที่เหมือนก้าวหน้าไปกว่าหน่วยงานของรัฐบาลกับรัฐบาล แต่หาใช่เจตนาของประชาคมอาเซียน


หนังสือเก่ายังมีเสน่ห์เสมอ บางบูธราคาออกจะไม่ธรรมดาอยู่บ้าง อย่างผลงานของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนศิลปินแห่งชาติ เล่มเก่าๆในบูธ เมืองหนังสือ (M13) ราคาปกบางเล่มไม่ถึง 100 บาท แต่ประกาศขายเล่มละ 500 บาท เห็นแล้วก็ต้องร้องเพลงถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า แต่คนที่ไม่เคยมีไว้และต้องการสะสมนั่นเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่ง

สำนักพิมพ์สุขภาพใจ มีหนังสือแนวธรรมะแน่นบูธ อยู่ที่โซนซี 2 บูธคิว 16 ในร้านมีอยู่โซนหนึ่งลด 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนังสือนำเสนองานนี้คือกลศึกพิสดารในสามก๊ก ผลงานของ บุญศักดิ์ แสงระวี และ สามก๊กฉบับภาพบุคคลพร้อมประวัติ ผลงานของ สุภาณี ปิยพสุนทรา อ่านเล่มแรกเพื่อการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ ส่วนเล่มสองเพื่อเสริมความเข้าใจตัวละคร คอธรรมะก็มีผลงานของท่านพุทธทาสรออยู่มากมาย


บูธของนักเขียนอารมณ์ดี พรชัย แสนยะมูล หรือ กุดจี่ อยู่ที่โซนซี 1 บูธโอ 38 งานนี้นอกจากผลงานพุทธประวัติที่ได้รับรางวัลแล้ว ยังมีหนังสือใหม่อย่าง กวีนิพนธ์ชุด นิธาร “กาลครั้งหนึ่งนานมา ต่างจากกาลครั้งหนึ่งนานไป กาลครั้งหนึ่งนานไป ต่างจากกาลครั้งหนึ่งนานไปๆ มาๆ” เป็นกวีอารมณ์ดี สะกิดใจให้คิด กระตุ้นจิตให้ขัน มองโลกอย่างรู้ทันและด้วยความมันส์ของกวี


บูธของกุดจี่ ยังมีหนังสือสำหรับเด็ก วัยรุ่น และมีหนังสือ สามัคคีเภทพิจารณ์ ผลงานของ สุธีร์ พุ่มกุมาร หนังสือของสุธีร์เหมาะสำหรับครูบาอาจารย์ และผู้สนใจศึกษาสามัคคีเภทคำฉันท์ เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีไทย กวีเอกชิต บุรทัต รจนาไว้นานแล้ว กาลสมัยเปลี่ยนแปลงทำให้ถ้อยคำบางคำที่ใช้กันอยู่หายไป คนรุ่นใหม่ไม่รู้ความหมาย บางคำก็ยากแก่การเข้าใจและเข้าถึงรสและความ ด้วยรากฐานทางวรรณคดีและความรอบรู้เรื่องภาษาบาลีของสุธีร์ ทำให้ สามัคคีเภทพิจารณ์เป็นเสมือนผู้ชี้ทางได้เป็นอย่างดี

เลาะมาถึงโซนเอเทรี่ยม บูธดับบลิว 22 พบ เอก อัคคี ปลื้มอยู่กับยอดขาย 30 วันสยองขวัญ ผู้ไม่มีวันตาย ผลงานของ สตีป เนลส์ แปลโดย วิญญ์ คอเรื่องสยองขวัญแวะเวียนไปเยี่ยมชมได้ และพลิกสำรวจสร้อยสำนวนแปลก่อนซื้อได้เช่นกัน ถ้าหน้าร้านไม่แน่นจนเกินไป ส่วนคอหนังสือธรรมะและเรื่องผีๆสางๆ บูธนี้ก็มีสนองเจตนาในราคาเป็นกันเอง และรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ


สำหรับผู้สนใจหนังสือรางวัลซีไรต์ตรงไปที่บูธเอ็กซ์ 17 ของสมาคมนักเขียน ตลอดงานมี ฉัตรชัย คุ้มอนุวงศ์ ยืนขายอยู่และยืนยันว่ามีหนังสือรางวัลซีไรต์ทุกปกขายในราคาลดอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นยังมีหนังสืออื่นๆที่นักเขียนนำมาฝากขาย นับเป็นกิจกรรมดีๆอย่างหนึ่งของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนเล็กๆน้อยๆได้มีช่องระบายหนังสือ

หันไปดูกิจกรรมที่ห้องมิตติ้งรูม 2 วันที่ 5 เมษายน เวลา 13.00- 16.00 น. สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จัดเสวนา “กลิ่นดอกชมนาด กลิ่นหอมแห่งรางวัลและโอกาส แด่นักเขียนหญิง” ฟังถ้อยสนทนาของนักเขียนอย่าง “เข็มพลอย” และนักเขียนรางวัลชมนาดอย่าง เอรี่ สิริญรำไพ ประพันธุ์ทวี ดำเนินรายการโดย อาทร เตชะธาดา นักเขียนหญิงหรือผู้ปรารถนาเป็นนักเขียนสารคดีหญิงไม่น่าพลาด ส่วนที่เวทีเอเทรี่ยม วันที่ 6 เมษายน เวลา 11.00-12.00 น. เปิดตัวหนังสือ กล่อม เกลี้ยง เลี้ยง ดู พุทธวิธีสอนลูกให้เป็นยอดคน เขียนโดย ว. วชิรเมธี จัดโดย สนพ.ทูเดย์ สังคมเราวุ่นวายมากแล้ว สาเหตุมาจากการเลี้ยงดูลูกหลานมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แนวทางของ “ท่าน ว.” น่าจะเป็นทางเลือกนำไปประยุกต์ได้อีกทางหนึ่ง


สำหรับคนดีโดยเนื้อแท้แล้วเหมือนกับ “ทองแท้ แม้จะหลอมละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่มีวันแปรสภาพ ยังเป็นทองอยู่วันยันค่ำ อาจจะแปรรูปทรงบูดเบี้ยวไปบ้าง แต่สามารถแก้ไขให้สวยงามได้ดังเดิม หรือยิ่งกว่าเดิม” สำนวนของ โบตั๋น จากนวนิยายเรื่อง ทองเนื้อเก้า

คนเราจะเชื่ออย่างไร สำคัญที่การตัดสินใจ แต่ก่อนการตัดสินใจต้องมีข้อมูลพร้อมเสียก่อน และข้อมูลเหล่านั้นส่วนใหญ่อยู่ในหนังสือ.

2 เม.ย. 2557 09:30 3 เม.ย. 2557 05:17 ไทยรัฐ