วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลอบยิงใส่ขบวนคปท. การ์ดดับ1 สอยร่วงสาหัส4

มือปืนซุ่มในตึกสูง ขณะวิ่งบนทางด่วน บิ๊กตู่วอนอย่าสุมไฟ จ่อใช้กฎอัยการศึก! นปช.ยึดถนนอักษะ

ถือฤกษ์วัน ขรก.พลเรือน กปปส.บุกศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ส่งสารถึงเหล่าราชการ กดดันหยุดรับใช้ระบอบทักษิณ “สุเทพ” อมยิ้มรับพร “พุทธอิสระ” ให้ปิดเกมภายในเดือนนี้ ปิดลับยุทธวิธี “ฮา-เสียว-โหด” บีบไล่รัฐบาล ขากลับขบวน คปท. ถูกซุ่มยิงดับหนึ่ง บาดเจ็บ 4 ราย นปช.นัดชุมนุมใหญ่บนถนนอักษะ “จตุพร” เปิดแผนสู้ยกแรกแค่ 2-3 วัน ชี้สถานการณ์รุนแรงยืดเยื้อถึงเดือน พ.ค. “ณัฐวุฒิ” ลั่นแค่โชว์พลังข่มขวัญคู่ปรับเก่า รัฐบาลย้ำชี้ปมขัดแย้งจบได้บนโต๊ะเจรจา ผวาคนไทยเผชิญหน้าคนไทย “ยิ่งลักษณ์” สั่งศอ.รส.ดูแลมวลชนทุกกลุ่มเท่าเทียม “ประยุทธ์” ยอมรับ ผบ.เหล่าทัพถกด้านความมั่นคงตลอด วอนทุกฝ่ายอย่าโหมไฟตอกลิ่มขัดแย้ง ห่วงเกิดจลาจล 5 เม.ย. แพลมกำลังศึกษาข้อกฎหมายใช้กฎอัยการศึก วางกองกำลังดูแลมวลชน 2 ฝ่าย

แกนนำมวลชน 2 ขั้วระหว่าง กปปส.ที่เตรียม จัดชุมนุมใหญ่อีกระลอก กับ นปช.ที่นัดรวมพลใหญ่วันที่ 5 เม.ย. ที่ถนนอักษะ ย่านพุทธมณฑล ยังเล่นสงครามจิตวิทยาโต้ตอบกันไปมา บนความเป็นห่วงของฝ่ายความมั่นคงที่เกรงจะเกิดเหตุเผชิญหน้าของม็อบต่างสี ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยอมรับกำลังศึกษาดูช่องทางใช้กฎอัยการศึก

ทัพหลวง กปปส.บุกศูนย์ราชการ

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่เวทีสวนลุมพินี คึกคักขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำ ถือฤกษ์วันข้าราชการพลเรือน นัดนำมวลชนส่วนหนึ่งจากเวทีเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เพื่อเรียกร้องให้ข้าราชการเข้าร่วมการต่อสู้กับมวลมหาประชาชน เพื่อดำเนินการปฏิรูปประเทศก่อน การเลือกตั้ง กระทั่งเวลา 09.00 น. แกนนำ อาทิ นาย สุเทพ นายชุมพล จุลใส นายวิทยา แก้วภราดัย นายอิสสระ สมชัย นายถาวร เสนเนียม นายสกลธี ภัทธิยกุล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นำมวลชนด้วยรถบัส รถกระบะ รถหกล้อติดเครื่องขยายเสียง รถ จยย. เคลื่อนขบวนเดินทางโดยขึ้นทางด่วนไปลงถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าไปชุมนุมที่บริเวณหน้าอาคารรัฐศาสนภักดี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ท่ามกลางการ์ดรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น

คปท.ขยับสมทบแนวร่วม

ขณะที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นายนิติธร ล้ำเหลือ นายอุทัย ยอดมณี แกนนำ คปท. นำมวลชนเคลื่อนออกจากเวทีหลักเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล ด้วยรถบัส รถยนต์ รถ จยย.ไปมายังศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ไปสมทบกับขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และกองทัพธรรมพร้อมด้วยกลุ่มชาวนา เพื่อเรียกร้องให้ข้าราชการออกมาร่วมปฏิรูปประเทศและยืนเคียงข้างกับประชาชน โดยปราศรัยบนรถขยายเสียง โจมตีรัฐบาลรักษาการ เรียกร้องให้ข้าราชการหยุดรับใช้รัฐบาล หันมาสนับสนุนแนวทางปฏิรูปเพื่อประชาชนแทน

ชุมนุมหน้าตึกรัฐศาสนภักดี

เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมมาถึงหน้าอาคารรัฐศาสนภักดี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาคารรัฐศาสนภักดีได้ปิดประตูทางเข้าออกทุกด้าน ป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปภายในตัวอาคารดังกล่าว ขณะมวลชนมีการชุมนุมอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าทิศตะวันออกชั้น 2 และแกนนำ กปปส.นำรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียง สลับวนเวียนปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ห้ามผู้ชุมนุมบุกเข้าไปภายในตัวอาคารเด็ดขาด โดยมีทหารกอง พัน ปจว.หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี มาดูแลรักษาความปลอดภัย

กดดัน  ขรก.หยุดรับใช้ระบอบทักษิณ

จากนั้นนายพุทธิพงษ์เข้าเจรจาประมาณ 20 นาที กับ ร.ต.ชัยวัฒน์ ใจสุข หน.ชุดเจรจาที่ 5 กองพัน ปจว.หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษ เพื่อขอส่งตัวแทนนำสารจากมวลมหาชนเข้าไปมอบให้ข้าราชการภายในอาคารรัฐศาสนภักดี เพื่อเรียกร้องรณรงค์ให้ข้าราชการพลเรือนหยุดรับใช้ระบอบทักษิณ นำไปสู่การปฏิรูปประเทศใหม่ ไม่มีจุดประสงค์บุกทำร้ายข้าราชการและทรัพย์สินของราชการ ดังนั้น จึงขออนุญาตให้ตัวแทนเป็นหญิง 20 คน เข้าไปนำสาร จากมวลมหาประชาชน ไปมอบให้ข้าราชการภายในตัวอาคารรัฐศาสนภักดี ในที่สุด หน.ชุดเจรจาที่ 5 อนุญาตให้ตัวแทน กปปส.นำสารจากมวลมหา–ประชาชนถึงข้าราชการของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน เรียกร้องให้ราชการหยุดรับใช้ระบอบทักษิณ มาอยู่เคียงข้างประชาชนไปมอบให้กับ ราชการตามที่ กปปส.เรียกร้องดังกล่าว ส่วนข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ภายในอาคารรัฐศาสนภักดี ยังคงมีการทำงานตามปกติ

ย้ำอีกสู้จนกว่าคว้าชัยชนะ-ไม่มีถอย

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. อ่านแถลงการณ์สารจากมวลมหาประชาชนถึงข้าราชการว่า ขอเรียกร้องข้าราชการเลิกรับใช้ระบอบทักษิณ แต่ยังให้บริการประชาชน วิธีนี้จะสามารถโค่นระบอบทักษิณ เพื่อช่วยกอบกู้บ้านเมืองปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศ

จากนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ปราศรัยว่า อาชีพข้าราชการถูกยกย่องว่ามีเกียรติศักดิ์ศรี แต่โชคไม่ดีช่วง 10 ปีมานี้ได้เกิดกลุ่มการเมืองใช้วิธีชั่วช้าเข้ามามีตำแหน่งมีอำนาจปกครองประเทศ กดขี่ข่มเหงข้าราชการเหมือนเป็นลูกจ้างในบริษัทจิกหัวใช้ เลื่อนยศปลดย้ายตามอำเภอใจ ทำลายหลักคุณธรรมที่เคยยึดถือในวงราชการลง ทำข้าราชการส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาพขมขื่น วันนี้ขอให้ข้าราชการเข้าร่วมกับประชาชน โค่นล้มระบอบทักษิณให้หมดสิ้นจากแผ่นดิน โดยมีปณิธานปฏิรูปประเทศในหลายเรื่อง เราต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นขึ้นเดือนที่ 6 แล้ว ยังยืนยันจะสู้ต่อจนกว่าชัยชนะเป็นของประชาชน ไม่มีท้อถอย

หลวงปู่ให้พร “สุเทพ” ปิดเกม เม.ย.

นายสุเทพกล่าวว่า ฉากสำคัญสุดท้ายของการต่อสู้ครั้งนี้คือพลังของข้าราชการที่จะออกมาสมทบกับเรา ขอให้ออกมาเถิด เราอ้าแขนต้อนรับด้วยความรักและนับถือ ขออนุญาตให้ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส. มวลชนสุภาพสตรีเป็นตัวแทนมวลชนไปยกมือไหว้ข้าราชการ เพื่อคารวะในโอกาสวันข้าราชการและมอบสารเชิญชวนข้าราชการให้เข้าร่วมปฏิรูปประเทศ หลังจากนายสุเทพปราศรัยเสร็จ มวลชนสุภาพสตรีได้เดินแจกสารของมวลมหาประชาชนแก่เหล่าข้าราชการ จากนั้นนายสุเทพและแกนนำหลัก เคลื่อนไปยังเวทีกปปส.แจ้งวัฒนะ เพื่อถวายเพลแด่พุทธอิสระ โดยพุทธอิสระได้มอบผ้ายันต์ความมั่นคงสีม่วงเพื่อชัยชนะให้แกนนำ กปปส.ทุกคน พร้อมให้พรขอให้ปิดเกมภายในเดือน เม.ย.นี้

เปิดยุทธวิธี “ฮา-เสียว-โหด”

ภายหลังการหารือ พุทธอิสระกล่าวว่า ขณะนี้ กปปส.เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะจะรีบเร่งดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายภายในเร็ววัน เพื่อมวลชนจะได้กลับบ้านกันเสียที ในวันที่ 4 เม.ย.นี้จะเดินทางไปที่ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเตรียมล่ารายชื่อให้ได้ 2 ล้านคน และจะไปชี้แจงกับชาวต่างประเทศว่า การชุมนุมของมวลมหาประชาชนเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย อหิงสา และภายในสัปดาห์นี้จะออกไปทำกิจกรรมแบบมีฮา มีเสียวอีก บางทีอาจจะมีโหด แต่ยังไม่ระบุว่าเป็นที่ใด ภายในเดือน เม.ย.นี้ พวกเราจะได้กลับบ้าน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวว่า การดำเนินงานการต่อสู้ของแต่ละเวทีอาจจะไม่เหมือนกันถ้าอยู่กับหลวงปู่ก็สบายใจได้ บางทีหลวงปู่จะออกไปไหนก็โทร.บอก บางทีเราจะไปไหนก็โทร.บอกหลวงปู่ ไม่ใช่ว่าเป็นการรายงาน แต่เป็นการบอกกล่าว ประสานกัน ขอยืนยันว่าไม่มีการแตกแยก ในเร็วๆนี้จะเดินทางไปตามหน่วยราชการเพื่อหยุดระบอบทักษิณ และในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะประชุม กปปส.ทั่วประเทศว่าเราจะเดินไปในทิศทางใด จากนั้นแกนนำนำมวลชนเดินทางกลับมาชุมนุมต่อที่ศูนย์ราชการฯ และเดินทางกลับเวที กปปส.สวนลุมพินี และเวทีชมัยมรุเชฐ

ขบวน คปท.ถูกซุ่มยิงบนทางด่วน

ระหว่างเดินทางกลับเมื่อเวลา 14.30 น. ขณะที่ขบวนรถยนต์ของ คปท.ขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้ากลับเวทีชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล หลังเสร็จภารกิจที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เมื่อวิ่งมาถึงช่วงทางด่วนแจ้งวัฒนะ-วัดบัวขวัญ เกิดเหตุถูกคนร้ายซุ่มยิงใส่ทางด้านซ้ายของขบวน เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 5 คน ซึ่งเป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน ในจำนวนนี้เป็นการ์ดชาย 2 คน ซึ่งรายแรกโดนยิงเข้าที่แก้มก้นซ้ายขณะอยู่บนรถปราศรัย อีกรายโดนยิงบริเวณกกหูบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อภายหลัง ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ อายุ 52 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลือเป็นมวลชนที่อยู่ในรถบัส หลังเกิดเหตุ นายอมร อมรรัตนานนท์ โฆษก คปท.บนรถปราศรัย ได้ประกาศให้ทีมรถจักรยานยนต์ รถสื่อมวลชนที่อยู่ด้านหน้าเร่งความเร็ว รีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เมื่อมาถึงด่านงามวงศ์วาน จึงจอดรถเพื่อเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมด นำส่งโรงพยาบาลรามาฯ 3 คนและโรงพยาบาลจุฬาฯ 2 คน

คาดมือปืนซุ่มยิงจากอาคารสูง

นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ทีมโฆษก คปท. ผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีทีมการ์ดของ กปปส.แจ้งวัฒนะ ขึ้นมาเคลียร์พื้นที่บริเวณด่านแจ้งวัฒนะ เพราะมีกระแสข่าวกลุ่มเสื้อแดงจะมาลอบก่อเหตุ เมื่อขบวนขึ้นผ่านพ้นแนวการ์ดจึงคิดว่าน่าจะปลอดภัย ทางทีมโฆษก คปท.และทีมการ์ดจึงขึ้นไปอยู่บนรถปราศรัย เพื่อควบคุมขบวนในขณะเดินทาง แต่เมื่อขึ้นทางด่วนมาได้ไม่ถึง 2 นาที ได้ยินเสียงปืนจำนวนหลายนัด พบว่ามีการ์ด คปท.บาดเจ็บ 2 คน โดยคนแรกถูกยิงเข้าที่ศีรษะล้มลงระหว่างยืนอยู่ระหว่างลำโพงเครื่องขยายเสียงด้านหน้ารถ อีกรายยืนอยู่ด้านหลังของคนแรกเยื้องมาทางซ้าย ถูกยิงที่บั้นท้าย คนที่เหลือรีบหมอบลง เชื่อว่าวิถีกระสุนน่าจะมาจากบริเวณอาคารสูงก่อนถึงวัดบัวขวัญ ขอประณามผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ว่า เป็นพวกไม่ใช่คน แต่เหตุการณ์นี้จะไม่สร้างความหวาดหวั่นให้พี่น้อง คปท. จะเดินหน้าต่อสู้จนกว่าได้รับชัยชนะ

การ์ด คปท.ที่ถูกยิงหัวเสียชีวิตแล้ว
 
ต่อมาเวลา 16.00 น. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. เปิดเผยว่า ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ การ์ดอาสา คปท. และอดีตสัสดี ผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสบนรถปราศรัย โดยถูกยิงเข้าที่ศีรษะได้เสียชีวิตแล้วที่ รพ.รามาฯ หลังจากที่แพทย์พยายามปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้

ด้านโรงพยาบาลรามาธิบดี แถลงการณ์ว่า ตามที่มีเหตุการยิงใส่ผู้ชุมนุมบริเวณขาขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ ได้มีผู้บาดเจ็บถูกนำส่งมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 3 คน เป็นชาย 2 คน และหญิง 1 คน คือ 1.ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บรุนแรง ที่บริเวณศีรษะและเนื้อสมอง 2.ชายไทย อายุ 33 ปี ถูกกระสุนที่สะโพกซ้ายทะลุหัวเข่า รอเข้าห้องผ่าตัด และ 3.หญิงไทย อายุ 60 ปี มีบาดแผลที่บริเวณข้อมือขวา

ยกระดับติดเครื่องป้องกันตัว

ในช่วงเย็น นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ด คปท. ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายนัสเซอร์กล่าวว่า รายชื่อการ์ดและมวลชนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์บนทางด่วนช่วงแจ้งวัฒนะ-วัดบัวขวัญ ประกอบด้วย 1.ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิต 2.นางพิไลจิตต์ คุณากรกอบกิจ ถูกยิงที่แขน บาดเจ็บ 3.นายเกียรติภูมิ สมชอบ ถูกยิงที่บั้นท้าย บาดเจ็บ 4.นางมาณี บุญจูง ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และ 5. นางสุนีย์ ศุภฤกษ์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ

นายนิติธรกล่าวว่า เรียกร้องให้ตำรวจภูธรภาค 1 หาตัวผู้กระทำผิดโดยเร็ว รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการกระทำดังกล่าว จากนี้ไป คปท.จำเป็นต้องคิดเครื่องป้องกันตัว จะตอบโต้ที่เท่ากัน เพื่อป้องกันชีวิตของผู้ชุมนุมที่ชุมนุมด้วยความสงบ สันติ ขณะที่นายอุทัยกล่าวว่า ในวันที่ 2 เม.ย.จะไปรับศพ ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ ที่โรงพยาบาลรามาฯ ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดโสมนัสฯ

เหตุยิงจับโยง “ลุงยิ้ม ตาสว่าง”

ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่เวทีสวนลุมพินี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวตั้งข้อสังเกตการณ์ลอบยิงมวลชนของ คปท.บนทางด่วนว่า ก่อนที่จะมีเหตุเกิดขึ้นพบว่าเวลาประมาณ 11.00 น. มีการโพสต์ข้อความจากเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” ระบุว่า “วันนี้อย่าเข้าใกล้ลุงกำนันได้ข่าวทีมงานโกตี๋ขนขนมจากชายแดนไปรอต้อนรับขากลับเป็นที่เรียบร้อย กลับทางด่วนสงสัยจะงานเข้า” ทั้งนี้ “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” เป็นแนวร่วมของ นปช. และเป็นเพื่อนของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ดังนั้นเมื่อมีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้อยากให้ตำรวจสอบสวนทั้ง 2 คนนี้ เพื่อขยายผลจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

ตร.ล่าตัวมือยิงมวลชน คปท.

หลังเกิดเหตุนายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นนทบุรี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี รุดเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าจุดเกิดเหตุอยู่จุดใดที่แน่นอน

ขณะที่ พล.ต.ต.ธนายุตม์ได้เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางสืบสวนหาคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 ชุด ชุดแรกประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบนทางด่วน ชุดที่สองให้เข้าตรวจค้นตึกอาคารสูงทั้งสองฝั่งที่อยู่ขนานกับทางด่วน ตั้งแต่ด่านแจ้งวัฒนะจนถึงด่านทางลงงามวงศ์วานทั้งหมด เพื่อหาจุดที่คนร้ายก่อเหตุครั้งนี้ พร้อมประสานขอข้อมูลจากหัวหน้าการ์ด คปท.หาพยานที่เห็นเหตุการณ์นำชี้จุดลอบยิงในครั้งนี้ต่อไป

“อภิสิทธิ์” แขวะรัฐบาลขยี้คนเห็นต่าง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ สถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนลว่า กรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. เชิญชวนให้ประชาชนออกมาชุมนุมกับคนเสื้อแดงวันที่ 5 เม.ย.ให้มากกว่า กปปส.เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ว่า เป็นเรื่องที่ใช้ไม่ได้ เป็นตัวบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้มุ่งรักษาความสงบเรียบร้อย แต่มุ่งจะบดขยี้คนที่เห็นแตกต่างจากตัวเอง จึงเป็นที่มาของวิกฤติการเมืองในขณะนี้

ขู่สอบ “ปึ้ง–เหลิม” ขัด ก.ม.มั่นคง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์–ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส.และ ผอ.ศอ.รส.ตามลำดับ เชิญชวนให้คนเสื้อแดงมาชุมนุมวันที่ 5 เม.ย.ว่า มีเจตนารมณ์ยั่วยุให้เกิดกิจกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการขัด พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ พฤติกรรมนี้หมดสภาพผู้บริหารประเทศเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ ทั้ง 2 คนดูแล ศอ.รส.ที่กลับใช้กฎหมายห้ำหั่นประชาชนที่เห็นต่าง แสดงให้เห็นสภาพรัฐบาลล้มเหลว ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาคำพูดของทั้งสองคนว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ หรือไม่ ที่เข้าข่ายการปลุกระดมมวลชน

“ณัฐวุฒิ” โวเบ่งกล้ามโชว์ข่มคู่ปรับ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนนายร้อยสามพราน จ.นครปฐม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการ นปช. กล่าวถึงการชุมนุมของนปช.ในวันที่ 5 เม.ย.ว่า วันที่ 3 เม.ย.จะแถลงว่าจะไปชุมนุมที่ใด ขอทุกฝ่ายอย่ากังวลว่าจะเกิดการปะทะกัน นปช.ยึดหลักไม่ให้มีการเผชิญหน้าหรือกระทบกระทั่งกัน ไม่ต้องการความรุนแรงใดๆ เราแค่ต้องการแสดงพลังให้ กปปส.และผู้ที่อยู่เบื้องหลังรู้ว่ามีคนจำนวนมากไม่ได้ยอมรับแนวทางของกปปส. พร้อมที่จะออกมาต่อสู้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย แต่หากเกิดสถานการณ์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน ไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหาร หรือตั้งนายกฯเถื่อนขึ้นมาจะประกาศการต่อสู้ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทันที

ไม่หลงกลยั่วทหารปฏิวัติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กองทัพส่งสัญญาณจะไม่ลังเลประกาศกฎอัยการศึก นายณัฐวุฒิตอบว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่กองทัพเป็นห่วง แต่อย่าเป็นห่วง นปช.ไม่เคลื่อนไหวโดยไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าอยู่แล้ว อยากให้กองทัพพิจารณาจากสถานการณ์ที่เป็นจริง ทางที่ดีให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการปกติ แค่นี้ประเทศก็เดินไปได้ กองทัพยืนนิ่งๆเป็นกลางให้ประชาชนสบายใจ เมื่อถามว่าขณะนี้ทั้งสองฝ่ายพยายามที่จะล่อให้ทหารออกมา นายณัฐวุฒิ ตอบว่า นปช.ไม่ต้องการที่จะไปทำให้กองทัพประกาศกฎอัยการศึกหรือทำรัฐประหาร แต่มั่นใจว่านายสุเทพ ต้องการแบบนี้ โดยเฉพาะการขึ้นเวทีท้าทายเสื้อแดงทุกวัน เพราะรู้อยู่แล้วว่าการชุมนุมทุกวันนี้ไม่สามารถนำไปสู่หมัดน็อกรัฐบาลได้ และนายสุเทพต้องการสร้างรัฏฐาธิปัตย์ เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ และสิ่งแรกที่จะทำคือการออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองและพรรคพวกจากความผิดทั้งหมดที่ทำมา

เล็งจัดอีเวนต์เปิดแผนล้ม ปชต.

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่เปิดโผนายกฯและครม.เถื่อนออกมา ปรากฏว่าขบวนการเหล่านี้ยังทำงานกันอย่างต่อเนื่อง ยังมีการประสานกันอยู่ ดังนั้นจะเสนอข้อมูลให้สังคมได้รับทราบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยวันที่ 2 เม.ย. จะเปิดนิทรรศการนายกฯเถื่อน โดยเอานายกฯตัวเต็งทั้งหลายมาแสดง และย้อนรอยประวัติศาสตร์นายกฯนอกกฎหมายของประเทศไทยว่า ไม่มีใครมีจุดจบที่สวยงาม เป็นตราบาปทางสังคมทั้งสิ้น และจะเปิดผังล้มประชาธิปไตยที่มีการสมคบคิดของบุคคลและองค์กรต่างๆ และสถาปนารัฐนอกกฎหมายขึ้นมา โดยจะจัดแสดงที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว

นปช.นัด 5 เม.ย. 5 แสนคนบน ถ.อักษะ

วันเดียวกัน ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรยล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า กรณีคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่วันเสาร์ที่ 5 เม.ย. จะเป็นเสาร์ 5 แสน โดยจัดชุมนุมในพื้นที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล เขตทวีวัฒนา พื้นที่รอยต่อ จ.นครปฐม ถือเป็นจุดเริ่มต้นขับเคลื่อนของการต่อสู้ ครั้งนี้เป็นเพียงการชุมนุมเพื่อซักซ้อมสถานการณ์เบื้องต้น จึงขอประกาศให้คนเสื้อแดงเก็บเสื้อผ้าเตรียมไว้ 2-3 วัน และเผื่อเหลือเผื่อขาดอีกส่วนหนึ่ง จากนั้นจะดำเนินการอย่างไร แกนนำจะประกาศให้ทราบใน เวลาที่เหมาะสม ขอยืนยันการต่อสู้ครั้งนี้เป็นไปด้วยความสุขุมใช้หลักสันติวิธี ขอให้แกนนำทั่วทุกภูมิภาคระดมกันมาอย่างเต็มที่ จะมีคนเสื้อแดงมาร่วมให้ได้ 5 แสนคน และครั้งต่อไปให้เพิ่มมาอีกเท่าหนึ่ง เพื่อบอกให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ว่าจำนวนคน 5 แสนคน ล้านคน คือขนาดไหน ที่ผ่านมานายสุเทพอยู่ท่ามกลางความหลอกลวงมาโดยตลอด

ชี้สถานการณ์รุนแรงเยื้อถึง พ.ค.

“ขณะที่ กปปส.กำลังโรยรา แต่ นปช.กำลังเริ่มต้นขึ้น ครั้งนี้แค่ 5 แสนคน ครั้งที่ 2 จะเป็น 1 ล้านคน และ 2 ล้านคนตามลำดับ ที่นายสุเทพประกาศท้าไว้ พอ นปช.เอาจริงก็ไม่กล้า ถ้าจะวัดกันจริงขอให้ กปปส.จัดชุมนุมที่ถนนเส้นหนึ่ง แล้ว นปช.จัดอีกเส้นหนึ่ง จากนั้นให้เอากรรมการคนกลางมานับ เรื่องที่ท้าดีเบตที่ปฏิเสธมา คงรู้ดีถ้าดีเบตคงตายคาจอ ขณะนี้สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นตั้งเดือน เม.ย. อาจยืดเยื้อไปถึงเดือน พ.ค. ถ้าเราสำแดงพลังกันจำนวนมากที่สุด เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปอย่างรวดเร็ว การชุมนุมครั้งนี้จึงต้องเน้นปริมาณ ส่วนความปลอดภัย ให้เป็นเจ้าหน้าที่ของตำรวจ แกนนำแต่ละจังหวัดมีการจัดหน่วยการ์ด ชุดพยาบาลเป็นของตัวเองมาดูแลมวลชน ร่วมกับ นปช.ส่วนกลาง ถ้ากปปส.ไม่มายุ่งเราก็ไม่ไปยุ่งด้วย ต่างคนต่างอยู่ การชุมนุมใหญ่ที่สุดของ นปช.คือวันที่เปลี่ยนแปลงตัวนายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง วันนั้นไม่รู้ประเทศจะเกิดอะไรขึ้น แต่ฝ่ายอำมาตย์จะได้เห็นฤทธิ์คนไทย ต้องการเห็นนรกวันไหนให้ทำวันนั้น แล้วคนไทยเขาจะจัดให้” นายจตุพรกล่าว

แกนนำลงสำรวจพื้นที่ชุมนุม

ช่วงเย็น แกนนำ นปช.ประกอบด้วย นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายสมหวัง อัสราศี นายยศวริศ ชูกล่อม จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ เดินทางไปที่ถนนอักษะ เพื่อสำรวจพื้นที่จัดการชุมนุม แกนนำ นปช.สรุปว่า เวทีปราศรัยของ นปช.จะตั้งอยู่บริเวณใกล้สามแยกถนนอักษะตัดถนนพุทธมณฑลสาย 4 หันหลังให้องค์พระพุทธมณฑล พื้นที่ชุมนุมใช้ถนนอักษะ ทั้งขาเข้าขาออกทั้งเส้น โดยขอปิดการจราจรตั้งแต่แยกตัดกับถนนพุทธมณฑลสาย 4 ไปถึงแยกตัดกับถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ความยาว 1 กม.เศษ ในวันที่ 2 เม.ย. ทีมงาน นปช.จะลงพื้นที่ติดตั้งเวทีเครื่องเสียง ตั้งเต็นท์อาหาร ห้องน้ำ พยาบาล เตรียมรองรับมวลชน

เสื้อแดงฮือขับไล่วง “มาลีฮวนน่า”

เมื่อคืนวันที่ 31 มี.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงพัทยา จ.ชลบุรี นำโดยนายวันเฉลิม กุลเสน หรือดีเจบอย พร้อม สมาชิกไปชุมนุมที่ร้านสันติภาพซึ่งเป็นผับเพื่อชีวิต กลางซอยกอไผ่ ย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง เพื่อขัดขวางการจัดมินิคอนเสิร์ตของ “วงมาลีฮวนน่า” ที่จะมาเปิดมินิคอนเสิร์ตภายในร้าน เนื่องจากไม่พอใจที่วงดนตรีดังกล่าวขึ้นแสดงบนเวที  กปปส. ที่กรุงเทพฯ ภายหลังนายสิทธาเมศร์ ดีเด่นอภิชิตกุล เจ้าของร้านได้มาเจรจา โดยแกนนำคนเสื้อแดงขอร้องให้ยกเลิกการจัดมินิคอนเสิร์ตของวงดนตรีดังกล่าว ทางร้านก็ยินยอม พร้อมแจ้งเตือนให้ลูกค้าได้รับทราบโดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ ขณะที่นายวันเฉลิม กุลเสน กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องขับไล่วงมาลีฮวนน่าเพราะวงดนตรีดังกล่าวเคยขึ้นเวทีพูดจาใส่ร้ายนายกรัฐมนตรีอย่างเสียหาย จึงมาชุมนุมขับไล่ดังกล่าว เหมือนกรณีที่ “เสก โลโซ” นักร้องดังไปร้องเพลงแถวภาคใต้ก็ถูกกลุ่ม กปปส.ขับไล่เช่นกัน


รัฐบาลอ้างม็อบงดจัดงานวัน ขรก.

สำหรับรัฐบาลได้มีการประชุม ครม. เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุม ครม.ถึงกรณีงดจัดงานวันข้าราชการพลเรือน ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 เม.ย.ของทุกปีว่า ปีนี้รัฐบาลมอบให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)ร่วมกับสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปดำเนินการ โดยมีหัวหน้าหน่วยราชการเป็นผู้มอบรางวัลข้าราชการดีเด่น และจัดงานในแต่ละหน่วยงาน เนื่องจากสถานที่จัดงานไม่สะดวก โดยเฉพาะที่ทำเนียบรัฐบาลและความขัดแย้งทางการเมือง

ชี้ปมขัดแย้งจบบนโต๊ะเจรจา

นายสุรนันทน์กล่าวว่า ขอให้ กปปส.คิดดูให้ดีว่าการไปปิดล้อมสถานที่ราชการ ทำให้การทำงานเพื่อประชาชนเกิดการสะดุด ยังไงเศรษฐกิจส่วนหนึ่งต้องขับเคลื่อนโดยข้าราชการ ถ้าหน่วยราชการทำงานไม่ได้ ผลเสียหายตกอยู่ที่ประชาชน ความขัดแย้งทางการเมืองมีได้ ถกเถียงกันได้ แต่ควรอยู่บนโต๊ะเจรจา ไม่ใช่ปิดสถานที่ราชการ ทำให้งานราชการสะดุด เสียหายต่อประเทศชาติ การประท้วงตามสิทธิ แต่จำกัดสิทธิข้าราชการเป็นความผิดตามกฎหมาย เมื่อถามว่าทำไมไม่จัดการผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย นายสุรนันทน์ ตอบว่า กำลังดำเนินคดีอยู่ แต่นโยบายรัฐบาล ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกัน ถ้ายั่วยุไปสู่ความรุนแรงจะเข้าไปสู่ลู่ทางที่เราไม่อยากเห็น ถ้ามีความรุนแรงจะเกิดกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามา

ดักคอกองทัพไม่ถึงขั้นใช้ยาแรง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายทหารพร้อมประกาศกฎอัยการศึกหากเกิดสถานการณ์วุ่นวายในบ้านเมืองว่า ส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าไม่ไปถึงขั้นนั้น แม้เหตุการณ์ดูเหมือนจะรุนแรง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯยังควบคุมได้ ส่วนการประกาศกฎอัยการศึกจะเป็นไปได้หรือไม่ กองทัพต้องหารือกับรัฐบาลก่อน ทหารยืนยันว่าจะใช้กฎอัยการศึกต่อเมื่อเกิดจลาจล แต่ถ้าสถานการณ์ยังคงอยู่เช่นนี้ อย่างไรก็ไปไม่ถึงขั้นประกาศกฎอัยการศึก

“เฉลิม” กล่อม “เต้น” ให้ชุมนุมโดยสงบ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม. ถึงการประเมินสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ที่กลุ่ม นปช.จะนัดชุมนุมใหญ่ ขณะที่กลุ่ม กปปส.จะนัดประชุมแกนนำทั้งหมดเพื่อเตรียมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ห่วงการเผชิญหน้าของมวลชน 2 กลุ่มหลักว่า เรื่องนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.ได้พูดคุยกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการกลุ่ม นปช.แล้วว่า ขอให้การชุมนุมของกลุ่ม นปช.เป็นไปโดยสงบ

นายกฯห่วงคนไทยปะทะคนไทย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.และกปปส.ในวันที่ 5 เม.ย.ว่า ห่วงสถานการณ์ต่างๆ จึงฝากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศและรองนายกฯ ฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. ให้ดูแลประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันลดการเผชิญหน้า หวังทุกฝ่ายจะไม่นำมวลชนมาปะทะกันจนนำไปสู่ความรุนแรง เมื่อถามว่าพูดคุยกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการ นปช.บ้างหรือไม่ นายกฯตอบว่า อะไรที่ทำได้ก็ขอร้องทุกฝ่ายทางสาธารณะอยู่แล้ว การดูแลความปลอดภัยไม่ให้กระทบกระทั่งกันต้องระวังเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

“ปู” กระตุ้น ขรก.ตอบแทนชาติ

ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Ying luck Shinawatra เนื่องในวันที่ 1 เม.ย.เป็นวันข้าราชการพลเรือนว่า ขอให้ข้าราชการพลเรือนทุกท่านตระหนัก ภูมิใจถึงความสำคัญของความเป็นข้าราชการ ที่มีความรับผิดชอบต่อความสุขของประชาชน มีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้า ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างไร ข้าราชการจำเป็นต้องวางตัวเป็นกลาง ปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยยึดหลักคุณธรรม ระเบียบ กฎหมายเป็นสำคัญ อุทิศตนเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน เพื่อตอบแทนคุณของประเทศชาติ เงินภาษีประชาชนทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านได้น้อมนำพระบรมราโชวาทในพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันข้าราชการ–พลเรือนไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการอย่างเคร่งครัด

ศอ.รส.คาดแดงชุมนุมทะลุแสน

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภัควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลการประชุม ครม.ว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี แจ้งในที่ประชุม ครม.ว่า ศอ.รส.ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของ นปช.ในวันที่ 5 เม.ย.คาดว่า จะมีจำนวนไม่ต่ำกว่าแสนคน เนื่องจากคนเสื้อแดงน้อยใจความไม่เป็นธรรมจากสังคม ถูกท้าทายจาก กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ว่า การชุมนุมของเสื้อแดงที่ผ่านมามีคนเข้าร่วมน้อย ดังนั้น ศอ.รส.กำชับตำรวจ ทหาร ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยแบบเดียวกับที่ดูแลกลุ่ม กปปส. เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่า ศอ.รส.เข้าข้างผู้ชุมนุมฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

“อดุลย์” แจง “ปู” แผนคุมม็อบเสาร์นี้

ภายหลังประชุม ครม. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เข้ารายงานสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองและแผนรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่ม นปช.และ กปปส.ในวันที่ 5 เม.ย.ต่อ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยภายหลังเข้ารายงาน พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า นายกฯให้ดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำชับให้ตำรวจระมัดระวังอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน ส่วนแผนควบคุมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนกำลังพลที่ประจำการในขณะนี้ถือว่าเพียงพอแล้ว

“ประยุทธ์” เผยคุย ผบ.เหล่าทัพตลอด
 
วันเดียวกัน ที่กรมพลาธิการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด จะนัดหารือกับ ผบ.เหล่าทัพเพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองว่า ยังไม่มีการแจ้งมาอย่างเป็นทางการ ตามปกติคุยกันอยู่แล้ว หากเห็นว่ามีความจำเป็นจึงนัดประชุม เพราะทุกเหล่าทัพมีแนวทางการปฏิบัติ ทั้งนี้ได้พูดคุยกับนายกฯอยู่ตลอด นายกฯไม่ได้ปรึกษาอะไร ท่านสามารถสั่งการ ผบ.ทบ.ได้ในเรื่องงานในหน้าที่ ส่วนกรณีมาตรการเตรียมรับมือสถานการณ์ในวันที่ 5 เม.ย. คิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นการชุมนุมของทุกฝ่ายเหมือนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทหารไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงื่อนไขความขัดแย้ง ทหารมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินไม่ให้เกิดอันตราย บาดเจ็บ หรือสูญเสีย

สีเขียววางกองกำลังดูแล 2 ฝ่าย

“เราพูดคุยหารือกันตลอดผ่านทุกกลไก ทั้งการประชุมประชาคมข่าวกรอง การประชุมสำนักนโยบายและแผน การประชุมทุกหน่วยงานของกองทัพ แนวทางที่คุยได้กำหนดบทบาทเน้นการดูแลพื้นที่ทั้งจุดตรวจ พื้นที่เฝ้าระวัง พื้นที่ปฐมพยาบาลเพื่อป้องกันเหตุในทุกสถานที่แบบครบวงจร ควบคุมดูแล ถนน เส้นทางการเคลื่อนที่และกลุ่มเป้าหมาย อย่ามองว่าเราไปวางกำลังให้กลุ่มไหน เราวางกำลังให้ทั้งสองฝ่าย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

แพลมศึกษาข้อ ก.ม.ใช้กฎอัยการศึก

เมื่อถามถึงกรณีตำรวจพบระเบิดที่เขตมีนบุรี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า กองทัพได้นำข้อมูลไปเสนอ น่าจะเชื่อมโยงกับคดีที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 4 คน ในเขตบางนา เมื่อช่วงเดือน ม.ค. ส่วนที่มีการนำระเบิด อาวุธเข้ามาก่อเหตุอย่างต่อเนื่องนั้น ต่อให้มีกฎหมายร้อยฉบับก็ป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะคนเหล่านี้ไม่ปรากฏตัวชัดเจน ปลอมปนกับผู้ร่วมชุมนุม ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกับทุกฝ่ายในการตรวจค้นจับกุม ต้องทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พวกไหนพกอาวุธก็ต้องจับกุม ไม่มีพวกเดียวกันแล้วปล่อย คนพวกนี้อันตราย ส่วนแนวโน้มการประกาศกฎอัยการศึก ขอไปศึกษากฎหมายดูว่า หากเกิดกรณีใดจึงจะประกาศได้ แต่ขออย่าให้เกิดเหตุ ส่วนที่เกรงว่าวันที่ 5 เม.ย. จะเกิดจลาจล ขออย่าให้เกิด ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะมาสมมติไม่ได้

ขอร้องทุกฝ่ายอย่าโหมไฟขัดแย้ง

เมื่อถามถึงกรณีตำรวจไม่จับกุมนายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรม เดชานุภาพ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่องนี้ไม่ติดใจ เดี๋ยวติดคุกอยู่ดี เพราะมีทั้งหมายศาล หมายจับ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของ ผบ.ทบ. อย่านำทุกอย่างพันกันไม่เช่นนั้นจะแย่กันหมด ถ้าพูดไปก็จะไปขัดแย้งกับคนอื่นๆ จิตปรารถนาของตนคือให้ทุกอย่างลดระดับลง ทหารจะได้ทำงานได้สะดวกขึ้น ประชาชนก็ลดแรงกดดันลง ขอร้องอย่าพยายามเร่งอุณหภูมิให้มากนัก ประชาชนไม่รู้เรื่องด้วย สู้กันแล้วได้อะไรขึ้นมา ยังไม่รู้เลยว่าสู้เพื่อใคร เราต้องให้ประเทศชาติไปได้ ขอให้เป็นบทเรียน ครั้งหน้าจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ครั้งนี้ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย

“สุเทพ” ขู่ยกระดับการต่อสู้อีกรอบ
 
เมื่อเวลา 20.20 น. ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยว่า เรายืนยันเดินหน้าพบปะข้าราชการทุกกระทรวง เพื่อชักชวนให้ออกมาร่วมต่อสู้เพื่อบ้านเมือง ทั้งนี้เมื่อเรายกระดับการต่อสู้เริ่มขยายวงออกไปให้กว้าง ขวางยิ่งขึ้น วันที่ 2 เม.ย.จะเคลื่อนไปยังกระทรวงที่พี่น้องข้าราชการมีความตื่นตัว เห็นถูกผิดชัดเจน เพื่อชักชวนร่วมมือกับเรา ขอนัดหมายกับมวลมหาประชาชนว่าเตรียมตัวให้พร้อมเวลา 09.30-10.00 น. เพื่อไปหาข้าราชการ แต่จะไม่บอกเป้าหมาย เพราะพวกเราต่อสู้กับโจรห้าร้อย โหดร้าย มันทำได้ทุกอย่าง มันลอบกัด ลอบสังหารประชาชน วันนี้พวกไปศูนย์ราชการ มันลอบกัดทำร้ายประชาชน ตนได้รับทราบข่าวการลอบทำร้ายขบวน คปท. ขอแสดงความเสียใจ อาลัย ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ ที่เสียชีวิตจากน้ำมือของคนชั่ว นอกจากนี้ เราจะช่วยดูแลลูกสาวของ ส.อ.วสันต์ ไม่ทอดทิ้ง ดูแลตามกฎเกณฑ์ ขอเชิญชวนพี่น้องลุกขึ้นยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้นายวสันต์ที่เป็นหนึ่ง ในวีรชนของพวกเรา

2 เม.ย. 2557 08:03 ไทยรัฐ