วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.ตัดพยาน‘ปู’ จาก11เหลือแค่3

คดี‘จํานำข้าว’ ชี้มูลขุนค้อน นปช.แจ้งจับ ตุลาการรธน.

ป.ป.ช.ทอนพยาน “ปู” คดี จำนำข้าวจาก 11 ปากเหลือ 3 ปาก ไฟเขียว “โต้ง-นิวัฒน์ธำรง-ยรรยง” เท่านั้น “มาร์ค” ซักตอนเป็นนายกฯทำอะไรอยู่ถึงไม่รู้ว่าโกงกันมโหฬาร จวกจงใจซื้อเวลา-มุ่งทำลายเครดิตองค์กรอิสระ “เพื่อไทย” ปูพรมล่า 2 หมื่นชื่อสอย “สมชัย” วางตัวไม่เป็นกลาง-ชี้นำเลือกตั้ง เสื้อแดงเหนือ-กลาง-อีสาน-กทม. โหมยุทธการ “วันแจ้งความแห่งชาติ” ขึ้นโรงพักแจ้งจับ 9 ตุลาการศาล รธน.-กกต.-ผู้ตรวจการฯข้อหาหนักผิด ม.157 “ปู” ลุ้นระทึกคดีเด้ง “ถวิล” ศาล รธน.นัดโหวตรับ-ไม่รับคำร้องแล้ว “ขุนค้อน” กระอัก ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ชี้มูลจงใจใช้อำนาจขัด รธน.ปมแก้ที่มา ส.ว. “ประยุทธ์” หัวเสียอีกครั้งถามลั่นผิดตรงไหนตั้ง “วลิต” คุมทัพภาค 4 หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจเข้าชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ในคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยได้ขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานเพิ่ม 11 ปากนั้น

“ปู” บีบ ป.ป.ช.สอบ 11 พยานเพิ่ม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 เม.ย. ที่ ร.ร.นายร้อย ตำรวจสามพราน จ.นครปฐม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการขอคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบพยานเพิ่มเติม 11 คน กรณีข้อกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า การที่ขอขยายเวลาและสอบพยานบุคคลเพิ่มเติม เพราะกว่า ป.ป.ช.จะแจ้งเรื่องมา มีเวลาแก้ข้อกล่าวหาเพียง 15 วัน ดังนั้น ในฐานะที่ตนอยู่ในระดับนโยบาย จำเป็นต้องขอข้อมูลเพื่อมีพยานเพิ่มเติม ถือเป็นกระบวนการยุติธรรมตามปกติที่ผู้กล่าวหาย่อมต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสนำพยานมาชี้แจงเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะได้รับการพิจารณาจาก ป.ป.ช.ที่จะนำข้อเสนอนี้ไปพิจารณา ด้วยความยุติธรรม

ลั่นอย่าฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว

เมื่อถามว่า ถึงเวลานี้มั่นใจหรือไม่ว่าเอกสารที่นำไปแก้ข้อกล่าวหาจะทำให้หลุดพ้นคดีได้ นายกฯ ตอบว่า คงไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ใช่คนพิจารณา ได้ทำอย่างเต็มที่แล้วเท่าที่มีเวลา และเท่าที่ได้เอกสารมา เอกสารที่ขอไปยังหน่วยงานต่างๆ ยังได้ไม่ครบ ดังนั้นต้องเห็นใจ เพราะกว่าแต่ละหน่วยงานจะส่งเอกสารมาต้องใช้เวลา ซึ่งโครงการรับจำนำข้าวเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ส่วนเอกสารที่ขอ ป.ป.ช.เพิ่มเติมไปก็ได้มาแค่ระดับหนึ่ง หากจะได้มากกว่านี้ต้องมีการประสานงาน ต่อข้อถามว่า คิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมจาก ป.ป.ช.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยู่ในวิสัยจะตอบแทน ต้องไปถาม ป.ป.ช.ซึ่งจะเห็นว่า แต่ละคดีจะมีขั้นตอนที่ให้พยานชี้แจง และคณะกรรมการฯต้องพิจารณาในเนื้อหาทั้งเอกสาร และตัวบุคคลอย่างอิสระและเป็นกลาง เพื่อให้คดีต่างๆ เป็นไปด้วยความยุติธรรม และต้องฟังข้อมูลให้ครบทุกด้าน ไม่ใช่ฟังข้อมูลจากผู้กล่าวหาอย่างเดียว

“มาร์ค” ซัดเป็นนายกฯทำอะไรบ้าง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ สถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนลว่า ไม่มีความซับซ้อนอะไรมาก เพราะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการ ป.ป.ช.สอบหลายส่วนแล้ว โดยเฉพาะเรื่องจีทูจี แต่กรณีนี้ไม่ใช่สาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ การเป็นประธานกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่เมื่อมีการทุจริตขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำอะไรบ้าง ซึ่งมี 2 คำถามง่ายๆ คือ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบหรือไม่ว่ามีการทุจริตในโครงการจำนำข้าว และ 2.เมื่อทราบแล้ว ทำอะไร เป็นสิ่งที่คิดว่า ป.ป.ช. ต้องการจะรู้ และถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบคำถามนี้ได้ ก็จะมีความชัดเจนว่ารู้ ได้ติดตามและแก้ไขปัญหาได้ก็จบ แต่ถ้าบอกไม่รู้ก็ต้องตั้งคำถามว่า ไม่รู้นั้นเพราะอะไร ซึ่งวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำเพียงยื้อเวลาและลดความน่าเชื่อถือองค์กรอิสระ

“วรงค์” ซัดใช้ลูกไม้เก่าๆเตะถ่วง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นพฤติกรรมน่าผิดหวังเพราะคนระดับนายกรัฐมนตรีควรตอบโจทย์ ป.ป.ช. 2 ข้อคือ 1.ควรนำเอกสารไปชี้แจงหักล้างว่าโครงการจำนำข้าวไม่มีการทุจริตอย่างไร โดยเฉพาะการระบายข้าว และ 2.ต้องหักล้างว่าใช้อำนาจหน้าที่ปราบปรามการทุจริตอย่างไร แต่การไป ป.ป.ช.ครั้งนี้ เป็นแค่ลูกไม้เก่าๆ เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง เพราะแก้ข้อกล่าวหาเชิงเทคนิคไม่แก้เชิงสาระ เป็นการดิ้นซ้ายทีขวาที สะท้อนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย บิดเบือนประเด็นต่อสังคม การตั้งพยานขึ้นมาเพื่อถ่วงเวลา และใช้เป็นข้ออ้างปลุกระดมมวลชนว่าไม่ให้โอกาสชี้แจง ทั้งที่พยานทั้งหมดไม่มีผลต่อรูปคดี ยกเว้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในสมัยเป็นรองนายกฯ ที่ดูแลเรื่องการทุจริตจำนำข้าว

“บิ๊กตู่” ขอทุกฝ่ายอย่าละเมิดศาล

ที่กรมพลาธิการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าวว่า เราทุกคนต้องเคารพกฎหมาย ไม่ทราบว่าใครผิดใครถูก ขอให้เป็นดุลพินิจของกระบวนการยุติธรรม อย่าไปละเมิด ถ้าไปกล่าวอ้างกันทุกวันก็จะขาดความเชื่อถือ ทำไมไม่สร้างความเชื่อถือให้กระบวนการยุติธรรม เพราะคือสิ่งที่ชี้วัดได้ ไม่ใช่ตัดสินด้วยความรู้สึก ซึ่งผู้ถือกฎหมายถ้าทำผิดก็ถูกฟ้องร้องได้ ศาลก็ต้องระมัดระวังตัวอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าไปละเมิดศาล
 
ลั่นกองทัพไม่เอียงไปข้างไหน

เมื่อถามว่า ถ้านายกรัฐมนตรีคนต่อไปไม่ใช่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กองทัพจะเปลี่ยนบทบาทหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กองทัพต้องอยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล ไม่สามารถเลือกใครก็ได้ การเป็นทหารไม่สามารถเลือกผู้บังคับบัญชาได้ เพราะมากันคนละระบบ ถ้าในระบบกองทัพบกจะต้องมีการตรวจสอบ เช่นเดียวกับฝ่ายบริหารที่มีการตรวจสอบ ใครจะเป็นอะไรก็เป็นไป เราเอนไปข้างไหนไม่ได้ เพราะความชอบเป็นเรื่องส่วนตัว เหมือนกับการเลือกตั้ง ถ้าชอบใครก็เลือกคนนั้น ดังนั้น จึงอยากให้มีสติ ขอให้เลือกกันให้ดี

ป.ป.ช.ทอนพยาน “ปู” จาก 11 เหลือ 3

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุม ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้พิจารณาถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาโครงการรับจำนำข้าวเป็นลายลักษณ์อักษร และทางวาจา โดยขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มเติมรวม 11 ปาก ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติให้สอบเพิ่มเติมพยานได้เพียง 3 ราย เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่นายกฯถูกกล่าวหาเท่านั้นคือ 1.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ 2.นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ซึ่ง ป.ป.ช.จะเรียกมาสอบในประเด็นการรับจำนำและการระบายข้าว 3.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะเรียกมาสอบในประเด็นความเสียหายทางการเงินและการคลังของประเทศ

ทดเวลาได้ตามสมควรแก่เหตุ

นายปราสาทกล่าวด้วยว่า ส่วนคนอื่นๆอีก 8 คน ที่ประชุม ป.ป.ช.เห็นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหา ให้ตัดทิ้งไป หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะติดต่อให้ทั้ง 3 คนมาให้การต่อ ป.ป.ช.ต่อไป แต่ยังไม่ได้กำหนดว่า จะใช้เวลาสอบปากคำนานเพียงใด ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของนายก-รัฐมนตรี เชื่อว่าจะมีความรวดเร็ว คงไม่มีการยื้อเวลา เพราะนายกฯคงให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีขอโอกาสขยายเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 30 วัน ป.ป.ช.เห็นว่า ตามระเบียบการไต่สวนของ ป.ป.ช. หลังจากที่ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว จะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เรื่อยๆ ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควร จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยคดีจาก ป.ป.ช. ดังนั้น นายกฯจึงมีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้อยู่แล้ว

ชาวนาบุก ป.ป.ช.เร่งฟันจำนำข้าว

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี กลุ่มสมาพันธ์เครือข่ายชาวนาไทย นำโดยนายปัญญา จุลอำพันธ์ เลขาธิการสมาพันธ์เครือข่ายชาวนาไทย ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.ให้เร่งไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว มีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.เป็นผู้รับหนังสือ โดยนายปัญญากล่าวว่า มาเร่งให้ ป.ป.ช.ไต่สวนโครงการรับจำนำข้าว เพราะปัจจุบันชาวนายังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวปี 56/57 กว่า 9 แสนราย เป็นวงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ทางสมาพันธ์ฯขอเรียกร้องให้รัฐบาลเบิกเงินงบกลางที่ยังค้างอยู่ 27,000 ล้านบาท จ่ายให้ชาวนาภายในวันที่ 10 เม.ย. หากไม่สามารถนำเงินมาจ่ายให้ชาวนาได้ตามกำหนด ขอให้รัฐบาลและผู้นำลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ศาล รธน.นัดโหวตคดี “ปู” เด้ง “ถวิล”

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมประจำสัปดาห์ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 2 เม.ย. เวลา 09.30 น. ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องกรณีที่ประธานวุฒิสภา ส่งความเห็นของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) ประกอบมาตรา 268 จากกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่ รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ผอ.ศรส.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 สั่งให้กลุ่ม กปปส.ยุติการชุมนุม เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้เป็นการใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 แต่เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองและกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68

“พงศ์เทพ” ชี้เปรี้ยงมันจบไปแล้ว

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องถามว่าเขาไปร้องเรื่องอะไร เพราะปกติแล้ว เมื่อเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ห้ามนายกฯและรัฐมนตรีเข้าไปแทรกแซง การแต่งตั้งโยกย้ายต้องดูด้วยเป็นอำนาจของใคร อย่างข้าราชการระดับปลัดเป็นอำนาจรัฐมนตรี ดังนั้นจะบอก ครม. แทรกแซงไม่ได้ เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนการโยกย้ายจะชอบหรือไม่ชอบ เป็นเหตุผลอีกเรื่องหนึ่ง หากแต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่มีเหตุผลก็เป็นเรื่องของศาลปกครองที่จะเพิกถอนคำสั่ง แต่จะบอกว่าไปแทรกแซงนั้นไม่เกี่ยวกัน เรื่องของนายถวิลถือว่าจบแล้ว

ปชป.หวั่นแดงกดดันศาล รธน.หนัก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การนัดประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 2 เม.ย. เพื่อพิจารณาว่าจะรับพิจารณาคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพราะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 เป็นการใช้อำนาจหน้าที่มิชอบว่า การวินิจฉัยอาจส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในอนาคตได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ต้องใช้เวลานาน เนื่องจากมีคำสั่งของศาลปกครองกลางสูงสุดอยู่แล้ว แต่สิ่งที่กังวลคือหากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้จะมีกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลกดดันศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงอยากให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ยอมรับการตัดสินและเคารพศาล รวมทั้งควรหาทางป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้มีพฤติกรรมกดดันศาลได้

ครม.ถกวินิจฉัยกลางเลือกตั้งมิชอบ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 เม.ย. ที่ รร.นายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกฯนั่งรถตู้โฟล์กสวาเก้น สีดำ ทะเบียน ฮภ 2924 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาประชุม และยังคงใส่เฝือกอ่อนและนั่งวีลแชร์ ทั้งนี้ วาระการประชุมจะมีการพิจารณากระทรวงคมนาคมเสนอต่ออายุโครงการลดค่าครองชีพของประชาชน ด้วยการให้บริการรถเมล์ และรถไฟฟรี ที่จะหมดอายุในวันที่ 31 มี.ค.57 และสอบถามข้อศึกษาเบื้องต้นคำวินิจฉัยกลางศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ

เวลา 13.00 น. ที่ รร.นายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการกำหนดวันเลือกตั้งหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย การเลือกตั้ง ส.ส. 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า เรื่องของวันเลือกตั้งต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งมาก่อน และจนถึงขณะนี้ กกต.ก็ยังไม่ได้มีการประสานว่าจะขอหารือในวันไหน

พท.สั่งล่า 2 หมื่นชื่อสอย “สมชัย”

เมื่อเวลา 10.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวเตรียมยื่นถอดถอนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โดยนายสมคิดกล่าวว่า พฤติกรรมของนายสมชัยส่อว่าไม่เป็นกลางทางการเมืองชัดเจนหลายเรื่อง เช่น กรณีที่นายสมชัยเดินทางไปดูงานที่หอเอน เมืองปิซา ประเทศอิตาลี แล้วโพสต์เฟซบุ๊กเขียนบทกลอนว่าต้องทำงานใหญ่ให้ต้องเอียง ตนรู้สึกข้องใจมาก การแสดงออกดังกล่าวเป็นอันตรายต่อการเลือกตั้งของประเทศไทย นายสมชัยทำหน้าที่ กกต. ต้องเป็นกลางไม่สามารถเอนเอียงหรือชี้นำประชาชนได้ จึงจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชน 2 หมื่นรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270-271 เพื่อยื่นถอดถอนนายสมชัย เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 229 ที่ระบุว่า ต้องทำหน้าที่เป็นกลางทางการเมืองและซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
 
ชงผู้ตรวจการฯสอบจริยธรรมด้วย

นายสมคิดกล่าวว่า กระบวนการล่ารายชื่อจะเริ่มต้นตอนนี้ที่ จ.อุบลราชธานีเป็นที่แรก พร้อมกันนี้จะประสานอดีต ส.ส. สมาชิกพรรคเพื่อไทย ล่ารายชื่อรวบรวมมาให้ตนด้วย ขณะเดียวกันประชาชนสามารถร่วมลงชื่อได้ที่สาขาพรรคทุกจังหวัดทั่วประเทศ คาดว่าจะได้ครบจำนวน 2 หมื่นคน ในเวลา 3 สัปดาห์ ส่วนตัวอยากเรียกร้องไปยัง กกต.อีก 4 ท่าน กรุณาย้ายนายสมชัยไปทำงานด้านอื่น มิฉะนั้นก็จะฝันอยู่เรื่อย และก็น่าแปลกว่าฝันถูกต้องตลอด พฤติกรรมแบบนี้อดีต ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยรับไม่ได้ ในฐานะมีส่วนได้ส่วนเสีย จะให้ฝ่ายกฎหมายยื่นตรวจสอบจริยธรรมนายสมชัย ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 244 (2) ด้วย

นพ.เชิดชัยกล่าวว่า คนทำหน้าที่องค์กรอิสระ หรือ กกต.ต้องมีความเป็นกลาง ตอนนี้ กกต.มีอำนาจมากกว่ารัฐบาลรักษาการเสียอีก ถือว่าเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินเวลานี้ ควรทำหน้าที่ให้สมเกียรติ ไม่ใช่มานั่งเล่นเฟซบุ๊กตอบโต้รายวัน คนทำงานใหญ่มาหยุมหยิมแบบนี้ได้อย่างไร

กกต.เพิ่งเริ่มเปิดฉากถกวันเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 18.45 น. ที่สำนักงาน กกต. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า กกต. มีมติให้เชิญฝ่ายความมั่นคงและพรรคการเมืองทั้ง 73 พรรคมาหารือ ก่อนจะพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งต่อไป โดยในวันที่ 8 เม.ย. เวลา 14.00 น. ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งประกอบด้วย ผบ.สส.ผบ.สามเหล่าทัพ ผบ.ตร. เลขาธิการ สมช. ผอ.ศอ.บต. แม่ทัพภาค 4 ผู้บังคับตำรวจภูธรภาค 8 และภาค 9 ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย มาประชุมประเมินสถานการณ์ความสงบที่ กกต. จากนั้นเชิญพรรค การเมือง 73 พรรค มาประชุมหารือร่วมกันในวันที่ 22 เม.ย. จากนั้น กกต.จะประมวลความเห็นเพื่อเสนอวันเลือกตั้ง ต่อไป

แพลมอาจขยับไป 150 วันก็ได้

นายภุชงค์กล่าวว่า กกต. จะนำแนวทาง พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งปี 2549 มาเทียบเคียง โดยทางสำนักงานกำหนดว่าเบื้องต้นขอเวลาเตรียมการ 30 วัน จากนั้นก็มีการประกาศ พ.ร.ฎ. บวกอีก 60 วัน รวมเป็น 90 วันอย่างน้อย แต่หากมีปัญหาความไม่สงบอยู่ ก็อาจจะต้องขยับไปเป็น 120 วัน หรือ 150 วันตามสถานการณ์จริง เพราะไม่อย่างนั้นการเลือกตั้งอาจจะเสียไปเหมือนเมื่อคราว 2 ก.พ. รวมทั้ง กกต. ยังคงยึดนโยบายการจัดการเลือกตั้งที่จะต้องสงบเรียบร้อย บริสุทธิ์ยุติธรรม

ลงมติจบ“เจ๊แดง” ขนคนไปกาบัตร

นายภุชงค์กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติ กรณีคำร้องนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ที่ถูกร้องการขนคนไปลงคะแนนในการเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ เขต 3 กกต.มีการลงมติส่วนตัวไปแล้ว แต่ยังต้องรวบรวมมติเพื่อแถลงในวันที่ 2 เม.ย.
 
แดงเริ่มแล้ววันแจ้งความแห่งชาติ

สายวันเดียวกัน น.ส.อุบลกาญจน์ อมรสิน แกนนำ นปช.อุบลราชธานี นำสมาชิกคนเสื้อแดงเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.จุมพล สุวนาม ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ให้ดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ที่พิพากษาให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ โดยระบุว่า การตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นธรรมขัดต่อรัฐธรรมนูญจึงไม่ถือเป็นคำวินิจฉัยที่มีผลผูกพันตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และส่งผลกระทบต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงแจ้งดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 (2) เป็นการล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารหรืออำนาจตุลาการซึ่งถือเป็นการกบฏต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ถ.เทพา อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดศรีสะเกษ จากทั้ง 22 อำเภอ นางอัญชลี เทพวงษา เลขานุการกลุ่ม นปช.ศรีสะเกษ ได้รวมตัว กันก่อนที่จะเดินทางไปที่  สภ.ศรีสะเกษ  แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และที่ สภ.เมืองอุดรธานี นายประสิทธิ์ วิชัยรัตน์ หรือ ดีเจ จ.ใจเดียว นำสมาชิกเข้าแจ้งความด้วย

นปช.เชียงรายผสมโรงเล่นอาญา

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สภ.เมืองเชียงราย กลุ่มเสื้อแดง จ.เชียงราย นำโดย น.ส.สุรีรัตน์ บุญบัวทอง กลุ่มเครือข่ายรักประชาธิปไตยเชียงราย อ.แม่ลาว นายธงชัย บุญชุม กลุ่ม นปช.52 นายสุกิจ สุวรรณประชา ประธานสมาคมชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย สาขาเชียงราย นายถวัลย์ ชมภูวิเศษ ตัวแทนกลุ่มประชาชนชาวเชียงราย นางเกษนีย์ ชื่นชม กลุ่มเครือข่ายรักประชาธิปไตย จ.เชียงราย เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.รัตนพล บั้งเงิน พงส.สภ.เมืองเชียงราย ให้ดำเนินคดีกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและคณะรวม 9 คน ที่พิจารณาให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ และ กกต.ในฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157

กลาง–ตอ.เน้นดำเนินคดีตุลาการฯ

นางกชกร ไชยวาน แกนนำ นปช.พระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความ พ.ต.ท.พิมุข นาคขำพันธ์ พงส.สภ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีที่ จ.อ่างทอง จ.นครปฐม และอีกหลายจังหวัด ส่วน จ.ระยอง นายสุพชร พยัคฆศิริ อายุ 71 ปี กับพวกอีก 6 คน เข้าแจ้ง ร.ต.ท.เลิศศักดิ์ วังคีรี พงส.สภ.เมืองระยองดำเนินคดีประธานศาลรัฐธรรมนูญกับพวก ส่วนที่ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นางสุจิตรา คำทอง อายุ 66 ปี พร้อมชาวบ้าน 10 คน เข้าแจ้ง พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.สัตหีบ ดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน

3 ผู้ตรวจการฯโดนด้วยผิด ม.157

เมื่อเวลา 11.00 น. นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา หรือ “เล็ก บ้านดอน” ผู้อำนวยการสถานีวิทยุคนไทยหัวใจเดียวกัน พร้อมด้วยมวลชน เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาเป็นหลักฐาน นายพงษ์พิสิษฐ์กล่าวว่า เหตุที่เข้าแจ้งเพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากทั้ง 6 ได้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ นอกจากนี้ ยังร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คนความผิดฐานเดียวกัน เนื่องจากได้มีมติเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

คันนายาว–คลองสามวาแห่แจ้งความ

ขณะที่เขตคันนายาว และเขตคลองสามวามีชาวบ้านเดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการพิเศษ สน.คันนายาว ให้ดำเนินคดีกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวม 9 คน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในการเลือกตั้งซึ่งเป็นหน้าที่ของชาวไทย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวโทษ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บางซื่อ–เตาปูนแถมแต่งดำเผาโลง

ที่ สน.เตาปูน เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนย่านบางซื่อและเตาปูนกว่า 100 คน รวมตัวกันเดินทางมาแจ้งความที่ สน.เตาปูน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคำสั่งให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ โดยผู้ที่มาแจ้งความได้แต่งชุดดำประท้วง จากนั้นมีการมอบดอกกุหลาบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นกำลังใจ ก่อนส่งตัวแทนเข้าแจ้งความ โดยมี พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สน.เตาปูน เป็นผู้รับเรื่อง หลังจากนั้น มีการเผาโลงประธานศาลรัฐธรรมนูญ กกต. และ ป.ป.ช.เพื่อประท้วงที่บริเวณเกาะกลางถนนหน้า สน.เตาปูน โดยไม่มีเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด

เมื่อเวลา 16.30 น.กลุ่มเที่ยงตรงเที่ยงธรรม รวมตัวกันเดินทางมายังที่ สน.ทองหล่อ เข้าพบ พ.ต.อ.จักร จิตธรรม รอง ผบก.น. 5 พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีทำให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ตาม ม.157 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

ต่อไม่ติดปาร์ตี้อำลา ส.ว.สุดกร่อย

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ห้องรับรอง 1-2 อาคารรัฐสภา 2 นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา นพ.อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 พร้อม ส.ว. ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐสภา ได้ร่วมพิธีรดน้ำขอพร “เนื่องในวันสงกรานต์” ต่อ ส.ว.อาวุโส นำโดย ม.ร.ว.วุฒิเลิศ เทวกุล ส.ว.สรรหา จากนั้นเวลา 11.30 น.รับประทานอาหารร่วมกันในงานเลี้ยงอำลา ส.ว.เลือกตั้ง ที่ห้องรับประทานอาหารสมาชิกรัฐสภา ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 1 ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ที่มาร่วมงานส่วนใหญ่เป็น ส.ว.สรรหา และ ส.ว.เลือกตั้งบางส่วนเท่านั้น ขณะที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. และ ส.ว.เลือกตั้งที่ครบวาระส่วนใหญ่ ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานแต่อย่างใด

ถามตั้ง “วลิต” แม่ทัพ 4 ผิดตรงไหน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวถึงข้อวิจารณ์การแต่งตั้ง พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ว่า เขามีข้อบกพร่องตรงไหน ไม่เหมาะสมตรงไหน ถามกันแบบนี้ทำให้เป็นปัญหา สื่อติดใจตรงไหน ส่วนที่มองว่าเป็นการย้ายข้ามห้วย อยากถามว่าข้ามห้วยอย่างไร ถ้าอย่างนี้ต่อไป คนที่อยู่กองทัพภาคไหน ก็ไม่ต้องย้ายเข้ามากองทัพ ที่ผ่านมาคนที่เป็นแม่ทัพภาคอื่นไม่ เฉพาะแม่ทัพภาคที่ 1 ก็เคยเป็นผู้บัญชาการทหารบกได้ ถ้าต่อไปคนที่กองทัพภาคไหนก็อยู่ต่อไปจนเกษียณก็แล้วกัน จึงต้องสับเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นมาในตำแหน่งที่สูงกว่า แม่ทัพภาคซึ่งต้องมีการหมุนเวียนใครจะเป็นแม่ทัพภาคไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกองทัพภาคนั้น และที่พูดกันว่า ผบ.ทบ.มีแต่บูรพาพยัคฆ์ ในเมื่อมีแค่นี้ถึงเวลาก็ต้องโตขึ้นมา เวลาทหารกรุงเทพฯขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ไม่เห็นพูดกันเลย แต่เมื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และตนขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ก็วิจารณ์ว่าเป็นบูรพาพยัคฆ์ ทั้งที่ ผบ.ทบ.มีถึง 37 คน ซึ่งเป็นไปไม่ได้

ป.ป.ช.ถก 4 คำร้องฟัน “ขุนค้อน”

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุม ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้พิจารณาคำร้องถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ราชการ ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ซึ่งมีคำร้องถอดถอน 4 ประเด็นคือ 1.กรณีนำญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมิใช่ฉบับเดิมของนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ ส่งให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาในการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 1 เม.ย.56 โดยปกปิดข้อเท็จจริงว่า ได้มีการจัดทำญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ให้สมาชิกรัฐสภาทราบ 2.กรณีการตัดสิทธิผู้ขออภิปรายในวาระ 1 และจงใจปิดการอภิปรายมาตรา 10 เมื่อวันที่ 11 ก.ย.56 ทั้งที่มีสมาชิกยังไม่ได้ใช้สิทธิอภิปรายจำนวนมาก 3.กรณีการกำหนดเวลาแปรญัตติ ไม่เป็นไป ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553 ข้อ 96 4.กรณีการจัดให้ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ทั้งที่มีสมาชิกรัฐสภาทักท้วงไม่ให้ลงมติ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รับคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไว้พิจารณา กรณีขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68

มติเอกฉันท์ชี้มูลจงใจขัด รธน.

นายวิชากล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายสมศักดิ์ได้รับทราบถึงการที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับไปเปลี่ยนกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิม นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์ตัดสิทธิผู้อภิปรายในวาระ 1 และจงใจปิดการอภิปรายมาตรา 10 ทั้งที่ยังมีสมาชิกยังไม่ได้อภิปรายอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่การกำหนดเวลาแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญเพียง 15 วัน โดยให้นับเวลาย้อนหลัง ไม่สามารถทำได้ เพราะการนับระยะเวลาย้อนหลังทำให้เหลือระยะเวลาขอแปรญัตติเพียง 1 วัน ถือว่าขัดต่อข้อบังคับการประชุมและไม่เป็นกลาง ส่วนประเด็นการจัดลงมติวาระ 3 ทั้งที่มีสมาชิกคัดค้านนั้น เห็นว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่มีมูล ดังนั้น พฤติการณ์นายสมศักดิ์มีมูลความผิดส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 50 ตามมาตรา 3 มาตรา 125 และมาตรา 291 อันเป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง จึงให้ส่งรายงานและความเห็นไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอนนายสมศักดิ์ต่อไป ส่วนการดำเนินคดีอาญาของนายสมศักดิ์อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง

เลขาฯวุฒิฯชี้สมัยวิสามัญสอยได้

นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า เบื้องต้นในการถอดถอนสามารถนำมาพิจารณาในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญได้ หาก ป.ป.ช.ส่งรายงานการชี้มูลมาในระหว่างเปิดสมัยประชุม ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มเรื่องไว้ใน พ.ร.ฎ.ขอเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ตามที่ได้ประสานให้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้

“ป๋าเหนาะ” เศร้าบ้านเมืองวิกฤติ

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นำนายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการใน จ.สระแก้ว รวมทั้งพ่อค้าประชาชน เข้าอวยพรนายเสนาะ เทียนทอง ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 81 ที่บ้านพักใน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว จากนั้นนายเสนาะไปถวายเพลพระที่วัดนครธรรม โดยนายเสนาะ กล่าวว่า เหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงนี้เสียใจที่เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ตอนนี้เก็บตัวเงียบ รอเวลา เวลานี้ตาชั่งคือตุลาการต้องกลับคืนมา อย่าเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสร้างปัญหาให้บ้านเมืองอีกต่อไป ใครผิดว่ากันเป็นคนคนไป อย่างเหมาเข่งเพราะมันจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว อย่าหลงเชื่อว่าจะเกิดรัฐบาลกลาง เพราะมันวิกฤติการเมืองกันใหญ่โต ที่สำคัญไม่มีทางเกิดได้เพราะรัฐธรรมนูญก็บอกอยู่แล้วว่านายกฯต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

2 เม.ย. 2557 07:56 ไทยรัฐ