วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อจับคนเช่าบ้าน แก๊ง‘ไปป์บอมบ์’

ชุดคลี่คลายคดีระเบิดไปป์บอมบ์ตรวจ สอบรถ จยย.ของกลางพบเบาะแสสำคัญ คันที่ติดระเบิดไว้ใต้เบาะ จอดริมถนนราษฎร์อุทิศใกล้ปากซอย 12 คนร้ายเช่ามาจากร้านให้เช่ารถ จยย.ในจังหวัดชลบุรี ส่งชุดสืบสวนตามแกะรอยตรวจสอบว่า ผู้เช่าเป็นใครมาจากไหน เพื่อเชื่อมโยงให้ถึงเครือข่ายระเบิด ขณะที่หมายจับคนเช่าบ้านประกอบระเบิดยังออกไม่ได้ เพราะผลตรวจบ้านเช่าที่ใช้ทำระเบิดจากกองพิสูจน์หลักฐาน และผลพิสูจน์วัตถุระเบิดรวมทั้งส่วนประกอบจากอีโอดียังไม่เสร็จ

กรณีเหตุระเบิดภายในซอยราษฎร์อุทิศ 25 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. แรงระเบิดฉีกร่างนายบุญเลื่อน ปินตา อายุ 40 ปี และนายเกรียงไกร สินอำนวย อายุ 50 ปี เสียชีวิตคาที่ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นผู้พกพาระเบิดขี่รถ จยย.ออกจากบ้านเช่าเลขที่ 49/1 หมู่ 8 ใกล้จุดเกิดเหตุ หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. (อีโอดี) จึงเข้าตรวจค้นพบระเบิดแบบไปป์บอมบ์อีก 5 ลูก และอุปกรณ์ประกอบระเบิดซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน ส่วนผู้เช่าคือนายอ่าว อิสระส์ ใช้บัตรประจำตัวอาสาสมัครตำรวจชุมชน สภ.เมืองราชบุรี ที่ชุดสืบสวนเชื่อว่าเป็นชื่อนามสกุลปลอม แต่เจ้าของบ้านยืนยันว่า รูปถ่ายในบัตรตรงกับผู้ที่มาเช่าจึงต้องสืบสวนหาชื่อนามสกุลที่แท้จริงต่อไป ต่อมายังพบรถ จยย.ที่มีระเบิดไปป์บอมบ์ติดอยู่อีก 2 ลูกจอดอยู่ริมถนนราษฎร์อุทิศ ปากซอย 12 เบื้องต้นคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องนับ 10 คน แต่ยังไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นกลุ่มไหนมีจุดประสงค์อะไร

ความคืบหน้าจาก บก.น.3 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.น.3 เผยว่า เมื่อช่วงเช้ามีการประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามจับคนร้ายคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว มอบหมายให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.เข้ามาควบคุมคดี เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ร่วมขบวนการและจุดประสงค์ของคนร้ายแก๊งนี้ว่าจะนำระเบิดไปทำอะไร ส่วนการออกหมายจับคาดว่าช่วงเย็น พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี คงสามารถออกหมายจับนายอ่าว อิสระส์ ตามภาพถ่าย ถึงแม้เบื้องต้นเชื่อว่าจะใช้ชื่อนามสกุลปลอมมาขอเช่าบ้านที่ประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ ถ้าวันนี้ผลการตรวจที่เกิดเหตุจากกองพิสูจน์หลักฐาน และผลการตรวจระเบิดจากเจ้าหน้าที่อีโอดีออกมาและส่งผลการตรวจมาให้ จะรีบดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเข้าสำนวนส่งให้ศาล จ.มีนบุรี พิจารณาออกหมายจับทันที

ต่อมาเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี เผยว่า ขณะนี้กำลังรอเอกสารจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.หรืออีโอดี เกี่ยวกับผลการตรวจวัตถุระเบิด รวมถึงต้องสอบปากคำเจ้าหน้าที่อีโอดีเพื่อรวมเข้าสำนวนว่า ระเบิดมีทั้งหมดกี่ลูกและตรวจพบจากจุดใดบ้าง ส่วนประกอบของระเบิดมีอะไร รวมทั้งผลการตรวจบ้านเช่าที่พบระเบิดของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขออนุมัติออกหมายจับนายอ่าว อิสระส์ หรือบุคคลตามภาพถ่าย ซึ่งเป็นผู้มาติดต่อขอเช่าและเป็นผู้ทำสัญญาเช่าบ้านดังกล่าว

“ส่วนการติดตามคนร้าย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบใบเสร็จร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นภายในบ้านเช่า ก่อนเกิดเหตุเพียง 2-3 ชม. ขณะนี้สืบทราบแล้วว่า ร้านอยู่ในละเเวกนั้น ฝ่ายสืบสวนจะลงพื้นที่ประสานเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดเปรียบเทียบรูปพรรณผู้ร่วมขบวนการต่อไป ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุมีรถตู้มารับบุคคลที่เหลือภายในบ้านหลบหนีไปจริง มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นรถตู้สีขาว ไม่มีกระจก ลักษณะเหมือนรถตู้ขนเงินของธนาคาร เเต่ยังไม่สามารถระบุเลขทะเบียนได้ อยู่ระหว่างการสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดใกล้เคียงบ้านเช่าเพื่อหารถตู้คันดังกล่าว” ผกก.สน.มีนบุรีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบรถ จยย. 2 คัน ที่แก๊งระเบิดไปป์บอมบ์ใช้ก่อเหตุ รถ จยย.คันแรกเป็นยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีแดงดำ ที่เกิดระเบิดและมีผู้เสียชีวิต 2 คน เบื้องต้นพบว่า รถคันดังกล่าวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เมื่อตรวจสอบหมายเลขเครื่องพบว่า ถูกลบทิ้ง ชุดสืบสวนจึงเชื่อว่าเป็นรถ จยย.ที่ขโมยมาเพื่อใช้กระทำความผิด ขณะนี้ส่งรถ จยย.คันดังกล่าวให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาเลขเครื่องเลขตัวถังอีกครั้ง ส่วนรถ จยย.คันที่พบจอดอยู่ริมถนนราษฎร์อุทิศใกล้ปากซอย 12 เป็นรถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซุกระเบิดไปป์บอมบ์ไว้ใต้เบาะที่นั่งคนขับ จนเจ้าหน้าที่อีโอดีต้องยิงปืนแรงดันน้ำตัดวงจร ตรวจสอบแล้วเป็นรถ จยย.ที่คนร้ายเช่ามาจากร้านให้เช่ารถ จยย. ที่ จ.ชลบุรี กำลังตรวจสอบว่าใครเป็นคนไปขอเช่ารถ จยย.คันดังกล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า กำชับให้เร่งสืบสวนคดีระเบิด 3 คดี คดีแรก คนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.มาและเกิดระเบิดเองที่ลานทางเข้าบ้านซอยราษฎร์อุทิศ 25 คดีที่สองคนร้ายมาเช่าบ้านที่พบระเบิดอยู่ในบ้าน สั่งให้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี คดีที่สาม คนร้าย 2 คน ขี่รถ จยย.มาจอดทิ้งไว้ริมถนนราษฎร์อุทิศปากซอย 12 พร้อมระเบิด 2 ลูก จะต้องสืบสวนเพื่อออกหมายจับมาดำเนินคดี จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลเบื้องต้นทั้งหมดน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน

ส่วน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้สั่งให้เปรียบเทียบผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวใช้ความรุนแรงของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ผ่านมาได้พยานหลักฐานอาวุธที่เชื่อมโยงกลุ่มคนร้าย ในการตรวจค้นจับกุมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดที่ จ.นนทบุรี และผลการตั้งด่านเข้มแข็งตรวจค้นอาวุธปืนสงครามวัตถุระเบิดทำให้กำหนดกรอบเปรียบเทียบกลุ่มแคบลง แต่ต้องรอผลการตรวจเปรียบเทียบเพื่อยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง น่าเชื่อว่าพยานหลักฐานที่ได้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีความเชื่อมโยงกลุ่มที่ก่อเหตุสร้างสถานการณ์

2 เม.ย. 2557 07:42 ไทยรัฐ