วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลัดเต้นล้อมคอก บริษัทต้มขายทัวร์ ยอดเหยื่อเกิน250

ปลัดท่องเที่ยวฯเร่งสางปัญหาบริษัททัวร์หลอกลวงนักท่องเที่ยว จ่อขยับขึ้นค่าประกันตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวจากเดิมที่เก็บแค่ 2 แสนบาททำให้มีบริษัททัวร์เปิดขึ้นมาตุ๋นเงินลูกค้าจำนวนมาก นายก สทน.แนะควรมีใบรับรองมาตรฐานคุณภาพบริษัททัวร์ พร้อมให้เอกชนรายอื่นๆ ช่วยสอดส่องดูแลกันเอง ด้านตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับ กก.ผจก.บริษัทกระบี่ภูพระนางรีสอร์ทในข้อหาฉ้อโกงประชาชนภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักท่องเที่ยวยังคงแห่เข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง ยอดผู้เสียหายทะลุกว่า 250 คน ส่วนบริษัททัวร์ลวงโลกปิดโรงแรมเผ่นหนีไปแล้ว

กรณีนักท่องเที่ยวแห่เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ ให้ดำเนินคดีกับบริษัทกระบี่ภูพระนางรีสอร์ท ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ที่หลอกขายแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวกระบี่ในราคาถูก 3 วัน 2 คืน เพียงแค่ 2,590 บาท จะได้เข้าพักที่โรงแรมกระบี่ภูพระนาง-รีสอร์ท แต่เมื่อมาถึงกลับถูกลอยแพ ไม่มีที่พัก และทางบริษัทไม่แสดงความรับผิดชอบ หลังเกิดเหตุ ผอ.ททท.กระบี่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไป ช่วยแก้ไขปัญหาโดยจัดหาที่พักใหม่ในราคาพิเศษให้บรรดานักท่องเที่ยวที่ถูกหลอก พร้อมเตรียมเพิก ถอนใบอนุญาตประกอบการของบริษัททัวร์แห่งนี้ เบื้องต้นคาดว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกซื้อแพ็กเกจไปแล้วกว่า 1 หมื่นคน

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการท่องเที่ยวในฐานะผู้มีหน้าที่เป็นนายทะเบียนให้กับการจดทะเบียนตั้งบริษัททัวร์ ไปนัดหมายตัวแทนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมด มาหารือเรื่องการปรับขึ้นค่าจ่ายประกันของบริษัททัวร์ เนื่องจากปัจจุบันราคาที่ต้องจ่ายเมื่อเปิดบริษัทต่ำมาก ซึ่งจะเป็นช่องทางให้กลุ่มคนหรือมิจฉาชีพที่ต้องการหารายได้เข้ามาลงทุนเปิดบริษัทของตัวเอง และจัดโปรแกรมทัวร์แบบ หลอกลวง จากนั้นจะนำมาขายในงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อนและกระทบกับภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

สำหรับค่าประกันขั้นต่ำที่ต้องจ่าย ภายใต้ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 กำหนดไว้ว่า บริษัททัวร์จะจ่ายประกันขั้นต่ำ 200,000 บาท แต่หากพิจารณาดีจริงๆแล้วการจดทะเบียนนำเที่ยวแบบเป็นบริษัทท้องถิ่นจัดทัวร์เฉพาะท้องถิ่นนั้น เช่น จดทะเบียนในจังหวัดกระบี่ก็จะทำทัวร์แค่เพียงในกระบี่ จะเริ่มต้นจ่ายเพียงประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป เป็นจำนวนเงินที่น้อยมาก ทำให้มีบริษัททัวร์ใช้เป็นโอกาสเปิดบริษัทเพื่อหลอกลวงขายแพ็กเกจให้นักท่องเที่ยวได้ ที่ผ่านมามีกรณีเกี่ยวกับการหลอกลวงขายทัวร์ให้นักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก และล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มี.ค. มีนักท่องเที่ยวแจ้งความว่า ได้ซื้อ แพ็กเกจท่องเที่ยวจากบริษัทกระบี่ภูพระนางรีสอร์ท แต่กลับไม่ได้เข้าพักในวันเวลาที่จองไว้ อีกทั้งบริษัททัวร์กับโรงแรมแห่งนี้ก็ปิดตัวไปแล้ว นักท่องเที่ยวจึงเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เรื่องนี้น่าเป็นห่วงมาก จึงอยากให้นักท่องเที่ยวหากจะตัดสินใจซื้อแพ็กเกจควรจะโทร.เข้ามาสอบถามที่คอลเซ็นเตอร์ของกรมการท่องเที่ยว เบอร์ 0-2401-1111 จะมีรายชื่อ บริษัททัวร์ที่ติดบัญชีดำแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบ

นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า การตรวจสอบมาตรฐานบริษัททัวร์เป็นเรื่องที่สำคัญ เบื้องต้นควรมีใบรับรองมาตรฐานคุณภาพให้กับบริษัทที่ต้องประกอบธุรกิจนำเที่ยวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมนำเที่ยวก็ต้องช่วยเหลือกันเพื่อสอดส่องมาตรฐานให้เกิดความเชื่อถือทั้งตัวบริษัทและอุตสาหกรรม หากจะให้มองเรื่องของราคาถูกหรือแพง ว่าเป็นเรื่องของการทุจริตหรือไม่น่าเชื่อถือก็คงตรวจสอบยาก เพราะราคาเป็นเรื่องของกลไกตลาด และยอมรับการตัดสินใจซื้อทัวร์มันยาก ไม่เหมือนการซื้อบ้าน สินค้าท่องเที่ยวเป็นสินค้าที่ค่อนข้างตรวจสอบยาก เรื่องการหลอกลวงนักท่องเที่ยวครั้งนี้น่าจะเกิดจากเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของสภาพคล่องของบริษัทนำเที่ยวเองมากกว่า

ส่วนที่ สภ.เมืองกระบี่ ยังคงมีบรรดานักท่องเที่ยว จำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับบริษัทกระบี่ภูพระนางรีสอร์ท อีกเกือบ 50 คน รวมยอดผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ประมาณกว่า 250 คนแล้ว ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดกระบี่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมหารือแก้ไขปัญหาให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งการอำนวยความสะดวกเรื่องการแจ้งความ จัดหาที่พักใหม่พร้อมทัวร์ทางทะเล รวมทั้งเร่งให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทดังกล่าว โดยประเมินว่าน่าจะมียอดผู้เสียหายราว 1 หมื่นคน เนื่องจากทางบริษัทได้เปิดขายแพ็กเกจมาตั้งแต่เดือน ต.ค.56 โดยเฉพาะงานออกบูธส่งเสริมการขายไทยเที่ยวไทยที่ศูนย์ฯสิริกิติ์และเมืองทองธานีที่มีนักท่องเที่ยวไปซื้อจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ได้มีนายอารีย์ อะดัม อายุ 30 ปี บ้านอยู่ จ.นครศรีธรรมราช เดินทางเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ว่าถูกโรงแรมกระบี่ภูพระนางรีสอร์ท เบี้ยวเงินค่าไข่ไก่ที่นำไปใช้ประกอบอาหารในโรงแรม 3 งวด หรือ 3 สัปดาห์ รวมเป็นเงินประมาณ 9 พันกว่าบาท โดยตนรับไข่ไก่มาจากฟาร์มที่ จ.พัทลุง ตระเวนส่งตามโรงแรมต่างๆในพื้นที่ ต.อ่าวนาง หลังทราบข่าวที่ทางโรงแรมหลอกตุ๋นขายแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวแล้วถูกแจ้งความดำเนินคดี จึงไปทวงถามค่าไข่ไก่ที่ค้างไว้ แต่ปรากฏว่าทางโรงแรมปิดทำการไปแล้ว ไม่สามารถติดต่อใครได้จึงมาแจ้งความดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า ในส่วนของคดีความนั้น ขณะนี้ มีผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยมาแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวนแล้วประมาณ 200 กว่าคน แต่ก็ยังคงมีมาต่อเนื่อง และเพื่อไม่ให้เสียเวลาแก่นักท่องเที่ยว ทาง สภ.เมืองกระบี่ได้จัดทำแบบฟอร์มสำหรับให้นักท่องเที่ยวกรอกได้ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่จาก ททท.กระบี่ มาอำนวยความสะดวกทั้งการแจ้งความและการช่วยเหลือหาที่พักต่างๆ และคดีนี้ได้ปรับเป็นคดีฉ้อโกงประชาชนแล้ว โดยมี พ.ต.ท.วิทยา เมฆใส พงส.ผนพ.เป็นผู้ดูแลคดี ได้เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคือนายประทีป แก้วนนท์ อายุ 40 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท กระบี่ภูพระนาง- รีสอร์ท คาดว่าจะเสนอศาลได้ภายในสัปดาห์นี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่โรงแรมกระบี่ภูพระนางรีสอร์ท ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัททัวร์ ของโรงแรม เลขที่ 293 หมู่ 5 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พบว่าโรงแรมและบริษัททัวร์ปิดทำการไปแล้ว โดยได้นำสแลนสีเขียวมาปิดทางเข้าออกโรงแรมพร้อมป้ายข้อความว่า “ปิดปรับปรุง” ส่วนป้ายชื่อโรงแรมก็ถูกรื้อออก และภายในโรงแรมก็ไม่มีพนักงาน หรือลูกค้าแม้แต่คนเดียว

2 เม.ย. 2557 07:33 ไทยรัฐ