วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดกระหึ่มกลางกรุง 8 พ.ค."เซ็นทรัลเอ็มบาสซี" ลุ้นแลนด์มาร์คเอเชีย

กลุ่มเซ็นทรัลพร้อมเปิด “โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ลักชัวรี่ รีเทลขนาดใหญ่กระหึ่มใจกลางกรุงเทพฯ วันที่ 8 พ.ค.นี้ หวังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของไลฟ์สไตล์แห่งการช็อปปิ้งระดับหรู และดันไทยขึ้นสู่เมืองแห่งการช็อปปิ้งระดับโลก

นายชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ภายใต้การบริหารงานโดยบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า วันที่ 8 พ.ค.2557 นี้ บริษัทพร้อมเปิดให้บริการโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ในรูปของลักชัวรี่ รีเทล ภายใต้ชื่อ “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ขนาด 144,000 ตารางเมตร บนพื้นที่ 9 ไร่ บริเวณด้านหน้าสถานทูตอังกฤษ ถนนเพลินจิตตัดกับถนนวิทยุ มูลค่าโครงการกว่า 18,000 ล้านบาทเต็มสูบ โดยจะเปิดเฟสแรกก่อนในส่วนของค้าปลีกและโรงภาพยนตร์ระดับเฟิร์สคลาส “The Embassy Diplomat Screens” ขนาด 5 โรง ที่ลงทุนไปกว่า 100 ล้านบาท ส่วนเฟสสอง โรงแรมปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพ (Park Hyatt Bangkok) ระดับ 6 ดาว จำนวน 222 ห้อง 36 ชั้น ที่ใช้เงินลงทุนมากกว่า 3,500 ล้านบาท พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั้งโครงการในปีหน้า

ทั้งนี้ คาดหวังว่าโครงการดังกล่าว จะเป็น “ไอคอนนิค รีเทล แลนด์มาร์ค” ภายใต้คอนเซปต์ “Infinite Possibilities” ที่ลูกค้า ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติระดับไฮเอนด์ หรือเอบวก แห่เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งช่วงแรกน่าจะมีไม่ต่ำกว่าวันละ 50,000-60,000 คน เพราะศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นลักชัวรี่แบบใหม่ แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ระดับไฮเอนด์กว่า 200 ร้านค้า ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งโครงการ “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” น่าจะช่วยดันประเทศไทยขึ้นสู่เมืองแห่งการช็อปปิ้งระดับโลกได้

“แม้โครงการนี้จะดีเลย์การเปิดให้บริการมา 6 สัปดาห์ เพราะเจอวิกฤติการเมือง แต่วันนี้ก็พร้อมเปิดให้บริการในเฟสแรกแล้ว โดยวันที่ 8 พ.ค.ที่เปิดตัว บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท จัดกิจกรรมแกรนด์โอเพนนิ่งเต็มรูปแบบ พร้อมเตรียมทุ่มงบอีกกว่า 200 ล้านบาท อัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย”

นายชาติกล่าวว่า โครงการนี้คาดหวังเจาะฐานลูกค้าชาวต่างชาติ 50% ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี ตะวันออกกลาง และคนไทย 50% ซึ่งน่าจะมีโอกาสสูง เพราะปี 2556 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 26.7 ล้านคน สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ 1.18 ล้านล้านบาท แต่คนเหล่านี้มีความสนใจในการช็อปปิ้งเพียงแค่ 10% จากกิจกรรมทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์และฮ่องกงที่มีสูงกว่า 50%


ทั้งนี้ โดยส่วนตัวคาดหวังให้ไทยมีเม็ดเงินจากการช็อปปิ้งเพิ่มขึ้นเป็น 30% โดยเป้าหมายระยะยาวของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี คือ การเพิ่มยอดการใช้จ่าย ในแง่ของการช็อปปิ้งขึ้นให้ทัดเทียมกับฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่น รวมถึงสร้างจุดเด่นอีกหนึ่งความภูมิใจของประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และร่วมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยขึ้นเป็นสวรรค์ของการช็อปปิ้งในภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง

“วันนี้โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมอวดโฉมแล้ว หลังจากใช้เวลากับการก่อสร้างไปกว่า 3 ปี คาดว่าหลังเปิดให้บริการเต็มรูปแบบโครงการดังกล่าวจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 8 ปี วิสัยทัศน์ของกลุ่มเซ็นทรัลคือ การปักธงประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวแบบลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ และโครงการนี้ก็น่าจะช่วยยกระดับกรุงเทพฯให้เป็นจุดหมายใหม่แห่งสุดยอดลักชัวรี่ช็อปปิ้งของเอเชีย ที่ทั่วโลกจะต้องจับตามอง เพราะโดดเด่นกว่าศูนย์การค้าระดับหรูอื่นๆ ในเอเชีย ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของไอคอนนิคดีไซน์แล้ว ยังเป็นแห่งแรกที่เปิดตัว 7 แบรนด์ดัง คือ Bottega Veneta, Chanel, Gucci, Hermes, Miu Miu, Prada, และ  Ralph Lauren ในรูปแบบไอคอนนิคสโตร์”

สำหรับแผนต่อไปบริษัทจะนำโมเดลของโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มาขยายผลต่อในจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยที่มีศักยภาพ รวมถึงในกรุงเทพฯ 1 แห่ง ในอีก 2 ปีนี้ เพื่อเติมเต็มทุกความต้องการด้านลักชัวร่ีช็อปปิ้งของลูกค้า ทั้งกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในฐานะนักธุรกิจ แม้จะมีวิกฤติการเมืองในประเทศ และมีผลกระทบให้โครงการต่างๆของกลุ่มเซ็นทรัลล่าช้าบ้าง แต่ก็ยังเชื่อมั่นในประเทศไทย และพร้อมลุยลงทุนขยายธุรกิจในประเทศไทยต่อเนื่อง.

กลุ่มเซ็นทรัลพร้อมเปิด “โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ลักชัวรี่ รีเทลขนาดใหญ่กระหึ่มใจกลางกรุงเทพฯ วันที่ 8 พ.ค.นี้ หวังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของไลฟ์สไตล์แห่งการช็อปปิ้งระดับหรู และดันไทยขึ้นสู่เมืองแห่งการช็อปปิ้งระดับโลก 2 เม.ย. 2557 03:41 2 เม.ย. 2557 05:39 ไทยรัฐ