วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้เศรษฐกิจไทยโต 0% "โกร่ง" มึนการเมืองคาดไม่ได้ฉุดติดลบ

“ดร.โกร่ง” ชี้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 0% หรือร้ายแรงถึงขั้นติดลบ จากการเมืองที่ยังพยากรณ์อนาคตไม่ได้ ชี้การเมืองเหมือนรถไฟจอดสถานี ถ้าจอดนานความเชื่อมั่นก็หายไป แต่ถ้าเดี๋ยวเดียวรถไฟก็ไปต่อได้ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจก็จะกลับมา เตือนรัฐปรับตัวนโยบายภาษี และดอกเบี้ย รับยุคเปิดเสรี

นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.คลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยในขณะนี้เป็นเรื่องที่พยากรณ์อะไรไม่ได้ ไม่เหมือนกับภาวะเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับกลไกตลาด แต่ประเมินว่า ผลกระทบจากการเมืองจะทำให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะขยายตัวอยู่ที่ 0% หรืออาจจะติดลบ อันเนื่องมาจากปัญหาทางการเมืองที่ไม่สามารถคาดเดาหรือพยากรณ์ได้ เพราะขณะนี้ขึ้นอยู่กับความคิดคนไม่เกิน 10 คน แต่อยากให้คิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะการเมืองก็เหมือนรถไฟ เมื่อถึงสถานีก็จอด พอจอดแล้วก็ไป ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นก็ดึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไปด้วย  แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ความไม่เชื่อมั่นทางเศรษฐกิจก็ลดลงแน่นอน แต่เมื่อใดที่รถไฟเดินหน้าต่อไปความเชื่อมั่นก็จะกลับมา

“ในปีนี้เศรษฐกิจคงอยู่ที่ 0% หรืออาจติดลบ เพราะพยากรณ์การเมืองไม่ได้ และจากนี้ไปจนถึงสิ้นปียังมีเวลาอีก 2 ไตรมาส หากไม่ดีก็มีโอกาสติดลบได้ หรืออาจ 0% หรืออาจจะบวกเล็กน้อย แต่ทั้งหมดนี้ไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก ในการบริหารประเทศ  อย่างไรประเทศก็ต้องมีรัฐบาล จะไม่มีไม่ได้ ดังนั้น ยังมีความจำเป็นต้องมีรัฐบาลรักษาการอยู่ แต่รัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจไม่เต็มที่ก็สู้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มที่ในการบริหารไม่ได้ ส่วนในปีงบประมาณต่อไปหากการเบิกจ่ายงบประมาณไม่ได้ก็ใช้งบประมาณเก่าไปก่อน การลงทุนอะไรใหม่ก็ทำไม่ได้”

นายวีรพงษ์ยังได้กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบแนวคิดว่า  ประเทศไทยต้องมีการลงทุนครั้งใหญ่ วงเงิน 2 ล้านล้านบาทว่า รู้สึกเสียดาย และหวังว่าจะได้กลับคืนมาใหม่ตามแนวทางเดิมเพราะคิดให้หมดแล้วไม่ต้องคิดใหม่ อย่าเล่นการเมืองกันมาก เมื่อการเมืองสงบก็เอาใหม่ แต่จะทำด้วยวิธีเป็นอย่างไรก็ให้ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

“ยอมรับว่าเป็นคนคิดเรื่องเงิน 2 ล้านล้านบาท ส่วนเรื่องการออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคมของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท  เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีในรัฐบาลไปคิดกันต่อว่าจะใช้วิธีอะไร เมื่อมาถึงขณะนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทขัดกับรัฐธรรมนูญและเป็นอันตกไป ในอนาคตก็ต้องดูว่ามีวิธีไหนบ้าง ซึ่งในมุมมองของผม การออก พ.ร.บ.กู้เงินในลักษณะนี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสม หากไปใช้วิธีการกู้เงินตาม  พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ หรือตั้งงบประมาณขาดดุล ก็จะติดปัญหาวินัยการคลังหรือวงเงินหนี้สาธารณะชนเพดานเหมือนโครงการรถไฟรางคู่ ที่ทำมานานแต่ไม่เกิดซักที”

ทั้งนี้ นายวีระพงษ์ยังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ให้ หัวข้อเรื่องพัฒนบริหารศาสตร์ในบริบทอาเซียน เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 48 แห่งการสถาปนาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ด้วยว่า คนยังไม่เข้าใจว่า เมื่อไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ หรือเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แล้ว หน้าที่ของภาษีที่เป็นเครื่องมือบริหารเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำรายได้จะหมดไป และจะเหลือหน้าที่เดียวคือการจัดเก็บรายได้ให้รัฐบาล ขณะที่ความสามารถในการแข่งขันจะกลายมาเป็นเป้าหมายของเศรษฐกิจแทน  ดังนั้น การกำหนดภาษีนิติบุคคลหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราที่สูงอาจทำให้เงินที่จะมาลงทุนไหลไปยังประเทศอื่นๆได้

ทั้งนี้ เมื่อก่อนการจัดเก็บภาษีมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจ 3 ประการคือ 1.ทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 2.ทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ 3.ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ ซึ่งในอดีตภาษีถือเป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้ และลดช่องว่างระหว่างรายได้ ควบคุมอุต– สาหกรรมเกิดใหม่ในประเทศ ตลอดจนภาษีการค้าเพื่อลดการใช้หรือบริโภคสินค้า  แต่ปัจจุบันเมื่อเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์จะใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเหล่านั้นอีกไม่ได้  เพราะจะกลายเป็นตัวฉุดผู้ผลิตทำให้แข่งขันกับผู้อื่นไม่ได้ มีแต่เงื่อนไขที่จะให้ลดภาษีทั้งภาษีนำเข้า ลดภาษีนิติบุคคล เพื่อส่งเสริมให้ไทยเกิดความสามารถการแข่งขันได้มากกว่า นอกจากนี้ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดการเปิดเสรีมากขึ้นยังทำให้การใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป จากเคยใช้เป็นเครื่องมือลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ.

ดร.โกร่ง ชี้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 0%หรือร้ายแรงถึงขั้นติดลบ จากการเมืองที่ยังพยากรณ์อนาคตไม่ได้ ชี้การเมืองเหมือนรถไฟจอดสถานี ถ้าจอดนานความเชื่อมั่นก็หายไป แต่ถ้าเดี๋ยวเดียวรถไฟก็ไปต่อได้ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจก็จะกลับมา 2 เม.ย. 2557 03:36 ไทยรัฐ