วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข้าโหมดใกล้รูดม่าน

“เสาร์5” ฤกษ์ยามตามหลักโหราศาสตร์ถือเป็น “วันแรง”

และแน่นอนโดยความตั้งใจของกลุ่มเสื้อแดง นปช.ที่นัดชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน เพื่อแสดงพลัง “ตัดไม้ข่มนาม” ให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็น ขณะเดียวกันฝ่ายของ “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็เจาะจงนัดประชุมแกนนำ “ม็อบกำนัน” ทั่วประเทศเพื่อปิดเกมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

จงใจให้ตรงกันพอดี ในอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างเร้าเกมเผชิญหน้า

ที่แน่ๆตามเงื่อนไขสถานการณ์ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส.ระบุ ได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบเกี่ยวกับมาตรการดูแลการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในวันที่ 5 เมษายนนี้

โดยมีการคาดการณ์สถานการณ์ที่อาจเกิดการเผชิญหน้ากัน

และตามจังหวะกระแสเร้ามีการตั้งคำถามไปถึง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ถึงข่าวที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพนัดหารือในวันที่ 2 เมษายน

เพื่อกำหนดท่าทีและหาทางออกให้บ้านเมือง

ในสถานการณ์ที่มวลชนเสื้อแดงและแนวร่วม กปปส.นัดชุมนุมใหญ่พร้อมๆกัน

โดย ผบ.ทบ.ยอมรับมีการคุยกันตลอด แต่ยังปัดใช้กฎอัยการศึกรองรับการชุมนุม

เสื้อแดง นปช. และม็อบ กปปส.ที่เคลื่อนไหวพร้อมกัน จนหลายฝ่ายเสียวว่าอาจเกิดเหตุจลาจล

แต่ปมสำคัญมันอยู่ตรงที่ “บิ๊กตู่” ระบุกรณีระเบิดในท้องที่เขตมีนบุรี ได้หารือ

ตำรวจแล้วพบว่า อาจเกี่ยวข้องกับคดีกลุ่มชายพกระเบิดในพื้นที่บางนา สอดรับกับ “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ที่ยอมรับว่า เหตุระเบิดในพื้นที่เขตมีนบุรี มีความเชื่อมโยงกับการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมือง

ตามเค้าเรื่องก็ยิ่งน่าหวาดเสียวไปกันใหญ่

ฉากสงครามกลางเมือง ภาพม็อบชนม็อบใกล้ความจริงขึ้นทุกขณะ

ในขณะที่เงื่อนไขเร้าจากสถานการณ์ด้านองค์กรอิสระก็จ่อเข้าจุดวัดดวงวัดใจ

หลังนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สวมหัวใจนางสิงห์บุกถ้ำเสือ เข้าชี้แจงต่อคณะ-กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคลียร์ข้อหาจงใจละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ทั้งชี้แจงด้วยวาจาและแนบเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร

ขอให้ ป.ป.ช.พิจารณาด้วยความเป็นธรรม ยื้อขอสอบเพิ่มพยานอีก 11 ปาก

ล่าสุดนายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมกันในวันที่ 2 เมษายน เพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องกรณีที่ประธานวุฒิสภา ส่งความเห็นของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา

ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา182 (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีการโยกย้ายตำแหน่งนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ตามเกมที่ลุ้นกัน นี่คือ “มอเตอร์เวย์” เส้นทาง “ลัดตรง” ล้มกระดาน “ยิ่งลักษณ์”

ดักหน้าดักหลัง เงื่อนกฎหมายไล่ต้อนฝ่าย “ทักษิณ” มาถึงจุดที่หนีไม่ออก

และก็เริ่มกลับมากระตุกกันอีกรอบ ตามจังหวะที่ ผบ.ทบ.พูดถึงกรณีของนายเอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ” ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันที่ยังลอยนวล เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องดำเนินการ

โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า บุคคลดังกล่าวจะถูกจับกุมอย่างแน่นอน

และพร้อมๆกับจังหวะการขยับของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง มือกฎหมายคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กในนาม “โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร (Oak panthongtae Shinawatra)” โทษฐานที่โพสต์ข้อความเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน

ปฏิบัติการกระชับพื้นที่คดีหมิ่นเบื้องสูง ปมเร่งหัวเชื้อชั้นดี

กระแสเร้า เร่งสถานการณ์เข้าสู่โหมด “เคลียร์พื้นที่” ล้อกับข่าววงในที่ออกมาตรงกันทุกสาย

เขาจะรูดม่านภายในเดือนเมษายนนี้.

 

ทีมข่าวการเมือง

2 เม.ย. 2557 00:56 ไทยรัฐ